คุณแม่กังวลใจ ทำไม ลูกเลือดกำเดาไหลบ่อย?

lead image

น้องอุ้มมี เลือดกำเดาไหลบ่อย บางครั้งเลือดออกเยอะมากตอนกลางคืน คุณแม่กังวลว่าเป็นเพราะผลข้างเคียงจากการใช้ยาพ่นจมูกหรือไม่ หมอจึงอธิบายให้คุณแม่ฟังดังนี้ค่ะ

คุณแม่กังวลใจ ทำไม ลูกเลือดกำเดาไหลบ่อย ?

น้องอุ้ม อายุ 8 ขวบ เป็นโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ มีเยื่อบุโพรงจมูกบวม อักเสบบ่อย ใช้ยาพ่นจมูกก่อนนอน ไม่สม่ำเสมอ คุณแม่มาปรึกษาหมอว่า น้องอุ้มมีเลือดกำเดาไหลบ่อย บางครั้งเลือดออกเยอะมากกลางคืน ตื่นขึ้นมาเปื้อนเต็มเตียงนอน คุณแม่กังวลว่าเป็นเพราะผลข้างเคียงจากการใช้ยาพ่นจมูกหรือไม่ หมอจึงได้อธิบายเรื่องเลือดกำเดาไหลในเด็ก ให้คุณแม่ฟังดังนี้ค่ะ

เลือดกำเดาไหลในเด็กเกิดขึ้นได้อย่างไร?

เลือดกำเดาไหล เกิดจากเส้นเลือดฝอยในโพรงจมูกแตก ทำให้มีเลือดไหลออกมา จากด้านหน้าหรือด้านหลังของจมูก ในเด็กมักพบเลือดกำเดาไหลจากด้านหน้าของจมูก มักจะไม่รุนแรง หยุดได้เองและสามารถดูแลอาการที่บ้านได้

สาเหตุที่พบบ่อยมากของเลือดกำเดาไหลในเด็ก ก็คือ การแคะจมูก การสั่งน้ำมูกแรงๆ ซึ่งทำให้เกิดการระคายเคือง หรือบาดเจ็บต่อเยื่อบุจมูก นอกจากนั้น ก็อาจเกิดจากการอักเสบของจมูก จากการติดเชื้อหรือโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ ซึ่งมีเลือดคั่งที่เยื่อบุจมูก ถ้าสั่งน้ำมูกแรงๆ อาจทำให้เลือดกำเดาไหลได้ อากาศที่เย็นและแห้งก็จะทำให้เลือดกำเดาไหลได้ง่ายขึ้น เด็กๆ จึงมักมีเลือดกำเดาไหลในช่วงฤดูหนาว

สาเหตุอื่นๆ ที่ทำให้เกิดเลือดกำเดาไหล ได้แก่ โรคเลือดที่ทำให้เลือดออกง่าย จากภาวะเกร็ดเลือดต่ำ หรือมีการแข็งตัวของเลือดผิดปกติ การได้รับอุบัติเหตุ บาดเจ็บที่จมูก ในเด็กโตหรือผู้ใหญ่อาจเกิดจากเนื้องอกในจมูกได้ แต่พบไม่มาก นอกจากนี้ในเด็กที่เป็นโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ และใช้ยาพ่นจมูกไม่ถูกวิธีก็อาจเกิดเลือดกำเดาไหล อันเป็นผลข้างเคียงจากยาได้ แต่พบได้ไม่บ่อยเท่ากับการอักเสบของจมูก จากโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ค่ะ

หากลูกเลือดกำเดาไหลควรทำอย่างไร?

เมื่อพบว่าลูกมีเลือดกำเดาไหล คุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องตกใจนะคะ ให้ลูกนั่งก้มหน้าลง หายใจทางปาก แล้วใช้นิ้วชี้และหัวแม่มือบีบปีกจมูกทั้งสองข้างให้แน่นเป็นเวลา ประมาณ 10 นาที แล้วนอนพัก ยกศีรษะสูง หากมีถุงเย็นหรือน้ำแข็ง ก็นำมาประคบบริเวณไว้ที่หน้าผากด้วย โดยประคบถุงเย็นหรือน้ำแข็งนานประมาณ 10 นาที แล้วเอาออกประมาณ 10 นาที จึงประคบใหม่ 10 นาที ทำเช่นนี้สลับกันไปเรื่อย ๆจนกว่าจะหายสนิท

หากเลือดยังไหลไม่หยุดหรือเลือดออกปริมาณมากผิดปกติ หรือมีอาการเลือดออกที่อื่นด้วย ควรรีบไปพบคุณหมอที่โรงพยาบาลทันทีนะคะ

หลังเลือดกำเดาไหล ในวันแรก คุณพ่อคุณแม่ควรให้ลูกหลีกเลี่ยง การแคะจมูก สั่งน้ำมูกแรงๆ การยกของหนักหรือเล่นกีฬาที่หักโหม เพราะอาจทำให้มีเลือดออกซ้ำได้ค่ะ

เราจะป้องกันไม่ให้ลูกมี เลือดกำเดาไหลบ่อย ได้อย่างไร?

  • นอกจากคอยเตือนเด็กๆไม่ให้ แคะจมูก หรือสั่งน้ำมูกแรงๆ แล้ว คุณพ่อคุณแม่สามารถป้องกันเยื่อบุจมูกแห้งซึ่งจะทำให้เลือดกำเดาไหลได้ง่าย โดยใช้น้ำเกลือหยดในจมูก หรือทาวาสลีนเคลือบในรูจมูกของลูกในฤดูหนาว
  • หมั่นดูแลตัดเล็บเด็กให้สั้นและสะอาดอยู่เสมอ
  • สำหรับเด็กๆ ที่เป็นโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ก็ควร หลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้ และรักษาอาการด้วยยาตามที่คุณหมอให้มา หากต้องใช้ยาพ่นจมูกก็ควรพ่นอย่างถูกวิธี
  • ดูแลร่างกายให้แข็งแรง โดยนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอก็จะทำให้ร่างกายแข็งแรง ไม่เป็นหวัดบ่อย ไม่มีอาการโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้กำเริบ ทำให้มีการอักเสบของจมูกน้อยลง ก็ลดโอกาสในการเกิดเลือดกำเดาไหลได้ค่ะ

บทความที่น่าสนใจอื่นๆ

ทำยังไงดี ลูกเลือดกำเดาไหล

10 วิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้เด็กรอดพ้นอันตราย

ParentTown