อยากให้ลูก "รวย" และใช้เงินเป็นต้องทำยังไง 7 วิธี เลี้ยงลูกให้รวย รวย รวย

lead image

อยากให้ลูก "รวย" และใช้เงินเป็นต้องทำยังไง 7 วิธี เลี้ยงลูกให้รวย รวย รวย แม้พ่อแม่ไม่ได้รวยล้นฟ้าแต่ก็ขอปลูกฝังนิสัยการใช้และการออมเพื่อให้ลูกรวย รวย รวย

อยากให้ลูก "รวย" และใช้เงินเป็นต้องทำยังไง 7 วิธี เลี้ยงลูกให้รวย รวย รวย 

อยากให้ลูก "รวย" ต้องทำยังไง 7 วิธี เลี้ยงลูกให้รวย รวย รวย เพราะยุคสมัยนี้ลูกจะเก่งแค่เรื่องใดเรื่องหนึ่ง แต่ไม่รวย คงยากที่จะอยู่รอดในโลกค่ะ

1.หัดให้ลูกใช้เงินตั้งแต่เด็ก

แม้ว่าลูกยังจะเด็ก ก็ไม่ได้หมายความว่าลูกจะไม่รู้จักการใช้เงิน หรือไม่จำเป็นต้องมีประสบการณ์ในการใช้เงินค่ะ เพราะประสบการณ์แบบนี้เป็นรากฐานสำหรับความรู้ทางการเงิน เช่นเดียวกันกับการอ่านออกเสียงเป็นรากฐานสำหรับความรู้หนังสือนั่นเอง เด็กในวัยก่อนอนุบาลเมื่อเรียนรู้เรื่องการใช้เงินแล้ว ในวัยอนุบาลให้สอนลูกเรื่องของการออมเงินได้ ไม่ว่าจะเป็นการหยอดกระปุก การนำไปฝากธนาคาร หรือแม้แต่การเก็บเงินเพื่อซื้อของบางอย่างค่ะ

2.คิดให้มาก ในเรื่องของการ "ทิ้ง"

ของเล่นที่เสียแล้ว หรือทีวีรุ่นเก่า นั้นยังมีคุณค่าและแปรเปลี่ยนเป็นเงินได้เสมอ แต่เด็กๆ ก็ควรจะรู้คุณค่าของสิ่งของเช่นกันค่ะ ยกตัวอย่างเช่น การดูแลสิ่งของที่แม้จะล้าสมัยแต่ยังใช้งานได้ ก็ยังไม่ควรจะทิ้ง หรือการสอนเรื่องของการซื้อใหม่นั้นทำให้เสียเงินอีก นอกจากนี้ข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ที่ใช้งานไม่ได้ เพราะลูกโตเกินไปแล้ว ก็อาจจะส่งต่อไปให้กับเด็กๆ ยากจน และสำหรับสิ่งที่เป็นขยะ อย่างขวดพลาสติกต่างๆ หรือถุงพลาสติกต่างๆ ก็อาจจะสร้างคุณค่าขึ้นมาได้ ด้วยการทำเป็นสิ่งประดิษฐ์และนำไปขาย หรือแม้แต่การทำธนาคารขยะขึ้นได้ที่บ้านหรือสถาบันใกล้เคียงค่ะ

3.คิดให้นาน ก่อนที่จะซื้ออะไรสักอย่าง

ความต้องการแบบ "เดี๋ยวนี้" เป็นเรื่องธรรมชาติของเด็กๆ ค่ะ ดังนั้นมันจึงเป็นหน้าที่ของคุณพ่อคุณแม่ที่จะต้องสอนลูก และยืดระยะเวลาของความต้องการออกไปอีก ในวัยอนุบาล เพื่อถืออะไรสักอย่าง(เช่น เงินสดหรือหุ้น)ไว้ให้นาน จะเป็นขั้นตอนต่อไปในการสอนเรื่องเงินให้ลูก เช่น การสอนว่าลูกต้องทำให้เสร็จก่อนที่จะได้อะไรสักอย่างหนึ่ง หรือต้องการชุดเจ้าหญิงอีกชุด ทั้งที่บ้านก็มีแล้วแต่แตกต่างกันแค่สี

ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ควรเริ่มต้นด้วยระยะเวลาสั้นๆ ก่อนก็ได้ค่ะ เช่น หากลูกสามารถรอได้ถึงอาทิตย์ต่อไปแทนที่จะเอาขนมเค้กอีกชิ้นวันนี้เลย ลูกจะได้ขนมเป็น 2 ชิ้น ทฤษฎีนี้สามารถต่อยอดได้สำหรับเด็กที่โตขึ้น ในวัยประถมหรือมัธยมให้ลูกเริ่มเก็บออมเงินสำหรับซื้อสิ่งที่ต้องการค่ะ แม้ในเด็กเล็กๆ จะงอแงและไม่สำเร็จทุกครั้งไป แต่เมื่อประสบความสำเร็จสักครั้งแล้ว ลูกจะมีความนับถือและภาคภูมิใจในตัวเองเพิ่มขึ้น เมื่อจัดการทุกอย่างได้ด้วยตัวเอง

4.ตารางข้อห้าม

วิกฤตทางการเงินของคนในยุคนี้เป็นข้อพิสูจน์ได้ดีว่าขาดการจัดการเงินที่ดีนะคะ อย่ากลัวที่จะแชร์ค่าใช้จ่ายในบ้านให้ลูกรู้ มันเป็นโอกาสที่ทั้งครอบครัวจะได้เรียนรู้ทักษะใหม่ๆ ร่วมกัน เช่น ในขณะที่ถอนเงินออกจากตู้เอทีเอ็ม ให้บอกลูกว่าเพราะก่อนหน้านี้พ่อฝากเงินไว้ในธนาคาร และตอนนี้ก็ถึงเวลาที่พ่อจะถอนเงินออกมาใช้ นี่เป็นการอธิบายกับลูกว่าเงินไม่ได้งอกออกมาเอง

เวลาที่ช็อปปิ้งก็อาจจะบอกลูกว่า ถ้าแม่ซื้อผ้าปูโต๊ะสวยๆ นี่ แม่ก็จะไม่มีเงินจ่ายค่าแก๊ส และเราก็จะไม่มีกับข้าวกินไปอีกหลายวัน ดังนั้นเวลาจะยังไม่ซื้อผ้าปูโต๊ะ ความคิดเห็นแบบนี้จะเป็นตัวอย่างให้ลูกรู้ว่า เมื่อถึงเวลาซื้อของก็ยังมีตัวเลือกอย่างการ ยังไม่ต้องซื้อ แต่คุณพ่อคุณแม่อาจจะทำนานๆ ทีก็ได้นะคะ การอธิบายที่เยอะเกินไป จะทำเด็กๆ เบื่อไปเสียก่อน

src=https://th admin.theasianparent.com/wp content/uploads/sites/25/2017/09/shutterstock 258678242.jpg อยากให้ลูก รวย และใช้เงินเป็นต้องทำยังไง 7 วิธี เลี้ยงลูกให้รวย รวย รวย

5.เป็นตัวอย่างที่ดี

แม้เราจะให้ข้อมูลและอธิบายให้เด็กๆ ฟัง แต่สิ่งที่ได้ผลกว่านั้นคือการทำให้เด็กๆ เห็นค่ะ ก่อนที่จะให้ลูกประหยัด คุณพ่อคุณแม่เองก็ต้องประหยัดให้ได้เสียก่อน เหมือนกับการที่อยากให้ลูกมีจิตใจดี มีเมตตา คุณพ่อคุณแม่ก็ต้องมีน้ำใจกับเพื่อนร่วมโลก และให้ลูกมีส่วนร่วมไปด้วยยังไงละคะ

6.ลูกต้องการฝึกฝน 

การจะทำสิ่งไหนได้ดี ก็มาจากการฝึกฝนนั่นเองค่ะ การเล่นบทบาทสมมติ อย่างการเล่นร้านค้า ซื้อกับข้าว หรือทำกับข้าวขายนั้น ถือว่าช่วยเด็กๆ ได้เยอะค่ะ นอกจากนี้การหยอดกระปุกหมูก็เป็นความคิดที่ดีเช่นกัน แม้เด็กๆ อาจจะยังไม่มีค่าขนม แต่การที่เขาเก็บเงินได้และนำมาหยอดกระปุก ก็ถือว่าเป็นรากฐานที่ดีของการออมเพื่อเป้าหมายได้แล้วละค่ะ

7.อย่าสอน แต่เล่านิทานแทน

การสอนแต่ทฤษฎี ไม่ใช่แค่เด็กหรอกที่เบื่อ ขนาดผู้ใหญ่ยังเบื่อเลยค่ะ ดังนั้นใช้นิทานหรือเล่าเรื่องแทน เช่น เล่าเรื่องของเด็กคนหนึ่งที่ต้องตัดสินใจระหว่างการซื้อข้าวกลางวันกับการซื้อของเล่น ลูกจะลุ้นและมีเหตุผลที่อาจจะแตกต่างจากคุณพ่อคุณแม่ก็ได้นะคะ

แต่ถ้าคิดนิทานไม่ออก ลองดูตัวอย่างนิทานเหล่านี้ได้ค่ะ

  • A Chair for My Mother, Vera B. Williams
  • Alexander, Who Used to Be Rich Last Sunday, Judith Viorst
  • Can I Have Some Money? Max Gets It!, Candi Sparks
  • Can I Have Some Money Please? Twyla Prindle
  • It's a Habit, Sammy Rabbit! Sam X Renick
  • Lucky the Golden Goose, John Wrenn
  • Max's Money, Ken Wilson-Max
  • My Little Penny Book and Bank, Betty Schwartz
  • My Rows and Piles of Coins, Tololwa M. Mollel
  • The Berenstain Bears' Trouble with Money, Stan and Jan Berenstain
  • Will Sammy Ride the World's First Space Coaster Sam X Renick
  • Where Is My Money? Twyla Prindle

ที่มา Babycenter

บทความที่น่าสนใจ

ไม่มีเงินเลี้ยงลูก เลี้ยงลูกยังไงให้ประหยัดที่สุด เลี้ยงลูกแบบเงินเหลือ

เคล็ดลับ 14 ข้อสอนลูกเรื่องเงินแบบคนที่จะรวย รวย รวย

src=https://th admin.theasianparent.com/wp content/uploads/sites/25/2017/07/parenttownnewbanner.jpg อยากให้ลูก รวย และใช้เงินเป็นต้องทำยังไง 7 วิธี เลี้ยงลูกให้รวย รวย รวย

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!