10 วิธี เลี้ยงลูกแบบไม่เครียด ถึงเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวก็ชิลได้อีก

แชร์บทความนี้ให้เพื่อน

10 วิธี เลี้ยงลูกแบบไม่เครียด ถึงเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวก็ชิลได้อีก เพราะในโลกนี้มีเรื่องให้เครียดมากพออยู่แล้วค่ะ หากชิลได้เรื่องเลี้ยงลูกจะดีต่อใจมากมายเลย

10 วิธี เลี้ยงลูกแบบไม่เครียด ถึงเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวก็ชิลได้อีก

10 วิธี เลี้ยงลูกแบบไม่เครียด ถึงเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวก็ชิลได้อีก เลี้ยงลูกแบบสามคนพ่อแม่ลูกก็ว่าหนักและเหนื่อยสุดๆ แล้ว ยิ่งเลี้ยงลูกอยู่กับลูกแค่สองคน ความเครียดและความเหนื่อยของคุณแม่ยิ่งเพิ่มเป็นทวีคูณนะคะ แต่วิธีการเลี้ยงลูกแบบชิลๆ ที่ไม่เหนื่อยมากก็มี ขึ้นอยู่กับว่าคุณแม่จะปรับใช้ยังไงต่างหาก

1.ปล่อยลูกบ้าง 

การเลี้ยงลูกไม่จำเป็นจะต้องตัวติดกันตลอดเวลาค่ะ ในเวลาที่ลูกยังเล็ก แค่สร้างสภาพแวดล้อมให้ปลอดภัยต่อลูกมากที่สุด เช่น กันกระแทกบริเวณขอบมุมต่างๆ ปิดปลั๊กไฟกันลูกเอานิ้วไปแหย่ หน้าต่างก็ปิดล็อคเอาไว้และหาซื้อที่กันลูกเปิดมาติดไว้กันเหนียว ประตูก็ติดที่กันกระแทกและไม่ให้ลูกล็อคได้ และถ้าจะให้ดีควรมีคอกกั้น เป็นพื้นที่ให้ลูกได้เล่นอย่างอิสระ ทีนี้เวลาคุณแม่จะทำงานบ้านหรืองานที่ต้องใช้สมาธิ ก็แค่ปล่อยลูกเอาไว้ในคอก แต่ต้องอยู่ในสายตาตลอดก็ได้แล้วละค่ะ

การปล่อยปละละเลยลูกคือการทำให้ลูกเสี่ยงอันตรายและอาจถึงตายได้ เมื่อลูกถึงวัยที่ดูแลตัวเองได้ระดับหนึ่ง ควรปล่อยให้ลูกดูแลและจัดการตัวเอง แต่ยังอยู่ในสายตาคุณแม่ การปล่อยปละละเลยลูกคือไม่สนใจใยดีเวลาที่ลูกต้องการ ดังนั้นการปล่อยลูกและปล่อยปละละเลยจึงไม่เหมือนกันนะคะ

2.เจ็บตัวให้เป็น

บางครอบครัวคอยระแวดระวังไม่ให้ลูกล้มลูกเจ็บตลอดเวลา วิธีนี้นอกจากจะทำให้ลูกเป็นเด็กที่ไม่ระวังตัวแล้ว ยังทำให้ลูกเป็นเด็กที่เจ็บไม่เป็น เจ็บคือเรื่องใหญ่มาก อาจจะส่งผลเสียได้ในอนาคตด้วยนะคะ เด็กๆ ล้มบ้างก็ลุกได้ เลือดออกบ้าง เจ็บตัวบ้าง เป็นเรื่องธรรมดา เหมือนกับการหัดขี่จักรยาน 2 ล้อ ที่ต้องล้มต้องได้เลือด แต่ไม่มีเด็กคนไหนที่จะย้อท้อและล้มเลิกไปยังไงละคะ

3.มีลูกก็เที่ยวได้ 

บางคนบอกว่ามีลูกแล้วอดเที่ยว ส่วนตัวผู้เขียนนั้นกล้ายืนยันว่าไม่เป็นความจริงค่ะ เพราะหลังจากมีลูกแล้วกลับกลายเป็นว่าได้เที่ยวเยอะกว่าก่อนท้องมากเลยค่ะ เพียงแต่การพาลูกเที่ยวสำหรับคนเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว หรือแม้แต่คนเป็นพ่อแม่นั้น ควรจะพาลูกไปในที่ที่เหมาะสมกับเด็ก มีอะไรบ้าง

  • ไม่ควรเป็นสถานที่แออัดและเสียงดัง เนื่องจากมีเชื้อโรคมากมายที่ปะปนอยู่ในอากาศ
  • ของต้องครบ ไม่ว่าจะเป็นผ้าอ้อม ขวดนม ยา ผ้าเช็ดตัว
  • เล่นเหนื่อยเดี๋ยวก็หลับ ยิ่งลูกเล่นมาก สนุกมาก ยิ่งหลับได้ง่ายค่ะ คุณแม่ก็สบายกันไป
  • อย่าคาดหวัง สิ่งที่ลูกจะได้เรียนรู้ เพราะบางทีเราตั้งใจให้ลูกไปดูสิ่งนั้น แต่สิ่งที่ลูกเรียนรู้กลับเป็นอีกอย่างหนึ่ง แต่อย่างน้อยสิ่งที่ลูกได้ คือการเรียนรู้นะคะ

บางคนอาจจะมองว่าการนอนเต้นท์ การเดินป่า การล่องเรือ ไม่เหมาะสมกับเด็กๆ แต่เชื่อไหมคะว่า เด็กๆ ต่างชาติ บางคนพ่อแม่พาไปเดินป่าตั้งแต่ยังไม่ขวบเลย มันขึ้นอยู่กับไลฟ์สไตล์ของพ่อแม่ว่าลุยอยู่แล้วไหม หรือชอบเที่ยวแบบผ่อนคลาย เพราะมันไม่มีถูกผิดทั้งนั้นค่ะ

4.เจ้าตัวเล็กช่วยงานได้

เมื่อถึงวัยที่ลูกสามารถรับผิดชอบงานบ้านบางอย่างได้ ก็ควรปล่อยให้ลูกได้ทำในแบบของเขา (ซึ่งอาจไม่ถูกใจคุณแม่ไปหมด) ไม่ควรจ้ำจี้จ้ำไชบังคับให้ลูกทำตามมาตรฐานของคุณแม่ เพราะเด็กๆ เขาก็มีศักยภาพตามอายุของเขาเท่านั้นค่ะ นอกจากการปล่อยให้ลูกทำงานบ้านจะเป็นการสร้างทักษะความรับผิดชอบให้เด็กๆ แล้ว ยังเป็นการช่วยเบาแรงของคุณแม่อีกด้วย แม้ว่าแรกๆ จะเป็นการเพิ่มงานก็ตาม ต้นไม้ยังใช้เวลาผลิดอกออกผล การเลี้ยงลูกก็เช่นกันค่ะ สอนวันนี้พรุ่งนี้ลูกทำได้ดี มันคือ 0.0001% ค่ะ

5.ให้ลูกแก้ปัญหาเอง

ปัญหาที่เกิดขึ้นของเด็กๆ นั้น บางอย่างที่ไม่ร้ายแรง ไม่ใช่เรื่องใหญ่ ก็ปล่อยให้ลูกแก้ปัญหาเองบ้างค่ะ หรือจะลองแก้ปัญหาแบบที่ไม่ได้ผลให้ลูกเห็นก่อน แล้วค่อยคิดไปพร้อมๆ ลูก ว่าวิธีนั้นไหม วิธีนี้ไหม โดยลองไปพร้อมๆ ลูกนั่นแหละค่ะ เลี้ยงลูกแบบแม่แกล้งโง่ จะทำให้ลูกลองคิด พิจารณา วิเคราะห์ ทดลองทำ แก้ไข และทดลองซ้ำๆ ดีกว่าเลี้ยงลูกแบบแม่ฉลาดตลอด เด็กๆ จะไม่ได้เรียนรู้หรือลับสมองของตัวเองเลย

ครอบครัวเลี้ยงเดี่ยว ชีวิตครอบครัว โรงเรียนพ่อแม่