เลี้ยงลูกอย่างไร ให้เป็นอัจฉริยะ เก่ง ฉลาด นิสัยดี

lead image

พ่อแม่ที่มีลูกเป็นอัจฉริยะ เค้าเลี้ยงลูกกันอย่างไรนะ?

เลี้ยงลูกอย่างไร ให้เป็นอัจฉริยะ

แน่นอนว่า ไม่ว่าใครก็อยากมีลูกฉลาด หัวไว เรียนเก่ง เติบโตขึ้นมาเป็นคนดีและประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานด้วยกันทั้งนั้น ที่ผ่านมา นักจิตวิทยาได้ทำการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว พบว่า ส่วนมากเด็กที่เก่ง ฉลาด หัวไวเข้าขั้นอัจฉริยะ ล้วนแล้วแต่ผ่านการอบรมเลี้ยงดูจากพ่อแม่ด้วยวิธีการที่คล้าย ๆ กัน วิธีการที่ว่าจะเป็นอะไรบ้างนั้น ไปติดตามกันเลย

src=https://th admin.theasianparent.com/wp content/uploads/sites/25/2017/01/เลี้ยงลูกอย่างไร ให้เป็นอัจฉริยะ 578x386.jpg เลี้ยงลูกอย่างไร ให้เป็นอัจฉริยะ เก่ง ฉลาด นิสัยดี

1. ให้ลูกทำงานบ้าน

ถ้าลูกไม่เคยทำงานบ้านเลย นั่นก็หมายความว่า มีคนอื่นคอยทำให้ตลอด พ่อแม่หลายท่านอาจเลี้ยงลูกแบบตามใจ อยากให้ลูกสบายจึงทำให้ทุกอย่าง แต่การให้ลูกทำงานบ้านนั้น จะเป็นการช่วยฝึกให้ลูกมีความรับผิดชอบ รู้จักหน้าที่ตั้งแต่ยังเป็นเด็ก ซึ่งจะทำให้เค้าเติบโตขึ้นมาเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างไม่มีปัญหา มีความเห็นอกเห็นใจ และคอยช่วยเหลือผู้อื่น อีกทั้งยังทำสิ่งที่ได้รับมอบหมายได้ด้วยตัวเองอย่างมีประสิทธิภาพ

2. มีความคาดหวังในตัวลูก

ผลการสำรวจจากเด็กกว่า 6,600 คน พบว่า การที่พ่อแม่ตั้งความหวังในตัวลูกไว้สูงมีส่วนสำคัญต่อพัฒนาการของลูก ซึ่งผู้ปกครองที่วางแผนการเรียนให้ลูก คิดถึงมหาวิทยาลัยในอนาคตสำหรับเด็ก และมั่นใจว่าลูกจะทำได้ จะส่งผลทำให้เค้ามีความพยายาม และประสบความสำเร็จได้ แต่อย่าลืมคุยกับลูกถึงความชอบของลูกก่อน เพราะไม่เช่นนั้นอาจจะกลายเป็นการบังคับ ซึ่งจะส่งผลเสียต่อคุณและลูกได้

3. ใช้เวลาอยู่ร่วมกันเป็นครอบครัว

เด็กส่วนใหญ่ที่มาจากครอบครัวที่พ่อแม่ทะเลาะกันบ่อย ๆ มีปัญหาหย่าร้าง หรือไม่ค่อยมีเวลาอยู่ร่วมกันเป็นครอบครัว เพราะมัวแต่ทำงานมากจนเกินไป มักจะมีปัญหาเกี่ยวกับสภาพจิตใจซึ่งส่งผลโดยตรงต่อพัฒนาการเรียนรู้ของเด็ก ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่จึงควรหาเวลาเพื่อทำกิจกรรมร่วมกันเป็นครอบครัวให้มาก ๆ หากคุณพ่อคุณแม่ใช้เวลาร่วมกันมาตั้งแต่ลูกยังอยู่ในท้อง ไปจนลูกเติบโต ก็จะทำให้ลูกได้รับความอบอุ่นจากพ่อแม่ ซึ่งจะส่งผลดีต่อการเรียนรู้ของเด็ก

4. สอนเลขให้ลูกตั้งแต่ยังเล็ก

ครอบครัวที่มีการสอนให้ลูกคิดเลขได้เร็วตั้งแต่ยังเล็ก จะทำให้เด็กสามารถทำความเข้าใจเรื่องอื่น ๆได้ง่ายตามไปด้วย เด็กที่มีความสามารถทางคณิตศาสตร์มักจะมีทางเลือกในการเรียนต่อ และมีทางเลือกในการทำงานมากมาย อีกทั้งผลการค้นคว้าวิจัยแสดงให้เห็นว่า เด็กส่วนใหญ่ที่เก่งคณิตศาสตร์ยังรักการอ่านหนังสืออีกด้วย และสิ่งนี้เองที่จะช่วยให้ลูกเป็นเด็กอัจฉริยะได้ในอนาคต

5. ไม่เครียดในบ้าน

แน่นอนว่า ทุกคนล้วนย่อมมีความเครียดด้วยกันทั้งนั้น ซึ่งถ้าจะไม่ให้เครียดเลย คงเป็นไปได้ยาก ไม่ว่าจะเป็นความเครียดเรื่องงาน เรื่องเงิน หรือเรื่องครอบครัว แต่เด็กตั้งแต่แรกเกิดไปจนถึง 11 ขวบ เป็นช่วงที่สำคัญที่สุดในการกำหนดอนาคตของเด็ก หากพ่อแม่มีความเครียด ก็จะส่งผลต่อไปยังลูก บางครอบครัวอาจจะมีการลงไม้ลงมือ ดุด่า ว่ากล่าวอย่างรุนแรงกับลูกเพราะความเครียด ซึ่งนั่นจะส่งผลเสียกับเด็กอย่างร้ายแรง และจากการสำรวจก็พบว่า ครอบครัวที่มีลูกฉลาด พ่อแม่มักจะอารมณ์ดี ไม่แสดงความเครียดจนไปลงที่ลูก

src=https://th admin.theasianparent.com/wp content/uploads/sites/25/2017/01/เลี้ยงลูกอย่างไร 578x386.jpg เลี้ยงลูกอย่างไร ให้เป็นอัจฉริยะ เก่ง ฉลาด นิสัยดี

6. เผด็จการกับลูกบ้าง

คำว่าเผด็จการในที่นี้ไม่ได้หมายความว่า ต้องคอยออกคำสั่งลูก สั่งอะไรลูกก็ต้องทำ แต่เป็นการเลี้ยงลูกให้อยู่ในกรอบบ้าง ไม่ใช่ตามใจไปเสียทุกอย่าง และชักจูงลูกให้ทำเรื่องต่าง ๆ อย่างมีเหตุผล อธิบายให้เค้าเข้าใจว่าต้องทำเพราะอะไร ดีอย่างไร ไม่ดีอย่างไร เพราะจะทำให้ลูกรู้ถึงเหตุผล ไม่เก็บกด ไม่เป็นเด็กเอาแต่ใจ และทำให้ลูกมีความเคารพต่อพ่อแม่

7. เก็บเงินเพื่อลูกตั้งแต่เนิ่น ๆ

เพราะต้นทุนของคนเรานั้นไม่เท่ากัน แต่การที่พ่อแม่มีเงินเก็บเพียงพอที่จะส่งเสียให้ลูกได้เรียนดี ๆ ก็เท่ากับว่าเข้าใกล้ความสำเร็จล่วงหน้าไปแล้ว 1 ขั้น สำหรับครอบครัวที่มีฐานะดีอยู่แล้วก็อาจจะไม่กังวลเพราะสามารถส่งลูกเรียนในระดับสูงได้เรื่อย ๆ แต่สำหรับครอบครัวอื่น ๆ แล้ว การวางแผนทางการเงินไว้ตั้งแต่ลูกยังไม่เกิด จะทำให้มีเงินเก็บไว้ใช้เลี้ยงลูกและทำให้ครอบครัวมีความสุขได้ในอนาคต

8. สอนลูกให้พยายาม

หากลูกต้องทำอะไรสักอย่าง พ่อแม่ควรปล่อยให้เค้าลองทำไป ไม่ควรเข้าไปทำให้ตลอดเวลา แม้ว่าลูกจะทำไม่ได้ในทีแรก และร้องไห้ขอความช่วยเหลือก็ตาม

พ่อแม่ที่มีลูกเก่งมักจะค่อย ๆ อธิบายให้ลูกได้รู้ถึงวิธีการต่าง ๆ และอธิบายสาเหตุของปัญหาต่าง ๆ อย่างใจเย็น และไม่ใจอ่อนช่วยทำให้ลูกทุกครั้งที่เค้าร้องไห้

อีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น คือเรื่องของการสื่อสาร คุณพ่อคุณแม่ควรช่วยกันคิด ช่วยกันวางแผนอนาคตของลูกตั้งแต่เนิ่น ๆ และเมื่อลูกโตพอที่จะเข้าใจได้ ก็อย่าลืมเปิดใจพูดคุยกับลูกในสิ่งที่เค้ารัก ที่เค้าต้องการจะเป็นด้วยนะครับ


ที่มา businessinsider.com

บทความอื่นๆที่น่าสนใจ

วิธีง่ายๆ ช่วยลูกฉลาด ตั้งแต่อยู่ในท้อง

เล่นอย่างไร ให้ลูกหัวไว ในช่วงขวบปีแรก

อาหาร 9 อย่างนี้ห้ามให้ลูกกินเป็นมื้อเช้าเด็ดขาด! ไร้ประโยชน์แถมเสี่ยงโรคอ้วน

src=https://th admin.theasianparent.com/wp content/uploads/sites/25/2016/08/ParentTown Article Footer 670x100 578x96.jpg เลี้ยงลูกอย่างไร ให้เป็นอัจฉริยะ เก่ง ฉลาด นิสัยดี