แม่เจอกับตัว! เลี้ยงลูกด้วยมือถือ จ้องสมารท์โฟนนาน ทำลูก “กล้ามเนื้อหัวตาอ่อนแรง”

แชร์บทความนี้ให้เพื่อน

ผลเสียของการ เลี้ยงลูกด้วยมือถือ ปล่อยให้ลูกเล่นสมารท์โฟนนานมันแย่กว่าที่คิด โดยเฉพาะเด็กเล็ก ๆ หากปล่อยให้เด็กๆ เหล่านี้ใช้เวลาอยู่กับโทรศัพท์มือถือมากเกินไป นอกจากทำให้เด็กมีพัฒนาการที่ล่าช้า สมาธิถดถอย ฯลฯ ยังเกิดโรค “กล้ามเนื้อหัวตาอ่อนแรง” ได้!!

เตือนภัย! เลี้ยงลูกด้วยมือถือ จ้องนาน  ลูกต้องผ่าตัดโรค “กล้ามเนื้อหัวตาอ่อนแรง”

โดยคุณแม่จาก เฟซบุ๊ก Fahsai Winnie ได้โพสต์ภาพและข้อความเป็นอุทาหรณ์ เตือนภัยแม่ ๆ ที่ เลี้ยงลูกด้วยมือถือ ทั้งหลายให้ระวังลูกน้อยเล็ก ๆ ที่ปล่อยให้เล่นสมาร์ทโฟน ใช้สายตาเป็นเวลานาน ๆ หลังลูกสาววัย 5 ขวบ ต้องเข้าโรงพยาบาลเพื่อรับการผ่าตัดด้วยโรค “โรคกล้ามเนื้อหัวตาอ่อนแรง”

เลี้ยงลูกด้วยมือถือ

“ฝากเป็นอุทาหรณ์ สำหรับแม่ๆ ทั้งหลายที่มีลูกเล็กๆ ค่ะ……..เด็กๆ กล้ามเนื้อหัวตายังไม่แข็งแรง ไม่ควรดู สมาร์ทโฟน หรือโทรทัศน์เป็นเวลานาน ๆ หรือบ่อย ๆ ค่ะ เพราะแสงจากโทรศัพท์ ภาพเคลื่อนไหวต่าง ๆ ทำลายกล้ามเนื้อหัวตานะคะ ทำให้เด็ก ๆ ตาเหล่ โดยไม่รู้ตัว ปล่อยไว้นาน ๆ เด็ก ๆ จะสูญเสียภาพ 3 มิตินะคะ บางคนอาจตาบอดได้ค่ะ แต่ที่สุดคือความสงสารค่ะ เด็กตัวเล็ก ๆ ต้องโดนวางยาสลบ ต้องโดนมีดผ่าตัดตั้งแต่เด็ก ๆ พ่อ แม่ ครอบครัวยากจะทำใจ ยิ่งไปกว่านั้น คือ ค่าใช้จ่ายค่ะ 100,000 บาท ที่เราไม่สามารถปฏิเสธได้ …”

เลี้ยงลูกด้วยมือถือ

จากการสอบถามเพิ่มเติม คุณแม่ได้กล่าวถึงสาเหตุของอาการที่เกิดขึ้นว่าเป็นเพราะลูกใช้เวลาดูสมาร์ทโฟน ดูใกล้ ดูบ่อยมากไป เมื่อเข้ารับการรักษาต้องทำด้วยการผ่าตัดเพื่อดึงกล้ามเนื้อหัวตาทั้งสองเพียงวิธีเดียว ไม่มีทางอื่น แม้คุณหมอแจ้งว่าผลการผ่าตัดดีมาก ตอนนี้ออกโรงพยาบาลแล้ว แต่อาการของน้องก็อาจเสี่ยงตาไม่ทำงาน ดวงตาจะเหล่ออกด้านนอกไปเรื่อย ๆ น้องอาจจะสูญเสียภาพ 3 มิติไปได้ในที่สุด

เลี้ยงลูกด้วยมือถือ

นอกจากนี้ผลของการที่เด็กเล็กจ้องโทรศัพท์ สมาร์ทโฟนนานนั้นจักษุแพทย์ระบุว่า การใช้สมาร์ทโฟนของเด็กอายุต่ำกว่า 13 ปี จะมีลักษณะการใช้สายตาในการเพ่งมองใกล้มากกว่าการใช้คอมพิวเตอร์ จนเกิดภาวะที่เรียกว่าสายตาสั้นเทียม หากปล่อยให้ลูกเล่นเช่นนี้เป็นประจำทุกวันจะสะสมให้เด็กเกิดอาการสมาธิสั้นได้ มีความทรงจำที่ลดลง มีพัฒนาการพูดที่ล่าช้า ส่งผลต่อการทำงานของกล้ามเนื้อมัดใหญ่และมัดเล็ก โดยเฉพาะเด็กที่อยู่ในวัยหัดเดินมีโอกาสที่จะนิ้วมือพิการใช้มือได้ไม่ดีในอนาคต และอื่น ๆ ที่จะตามมาอีกมากมาย เห็นผลเสียที่มีมากมายขนาดนี้งดวางโทรศัพท์[oมือลูก แล้วหาเวลาคุณภาพมาทำกิจกรรมอื่น ๆ เล่นกับลูกกันนะคะ.

ตอนนี้น้องวินนี่ ออกจาก รพ.แล้วค่ะ ผลการผ่าตัดดีมากค่ะคุณหมอแจ้งค่ะขอบคุณครอบครัว และ ขอบคุณทุกกำลังใจนะคะ


ที่มาและภาพประกอบ :

เฟซบุ๊ก Fahsai Winnie

www.mgronline.com

บทความใกล้เคียงที่น่าสนใจ :

“โรคติดโทรศัพท์มือถือ” ส่งผลต่อความสัมพันธ์ขนาดไหน

เด็กไทย “ไฮเปอร์” เพราะพ่อแม่ปล่อยให้ “เล่นมือถือ”

การเจ็บป่วยที่สำคัญ ก่อนวัยเรียน ข่าว ข่าวในประเทศ ช่วงวัยของเด็ก วัยเตาะแตะ สมาธิสั้น สุขภาพ อาการป่วย อาการพิเศษ เด็กวัยเรียน เรื่องตื่นเต้น น่าสนใจ ไลฟ์สไตล์​