เริ่มได้ยินเสียงหัวใจลูกเมื่อไหร่ ตอนท้องได้กี่เดือน ทำอย่างไรถึงจะได้ยิน?

lead image

เริ่มได้ยินเสียงหัวใจลูกเมื่อไหร่ แม่ๆ สงสัยกันไหมค่ะ ว่าลูกน้อยในท้องเขาเริ่มมีการเต้นของหัวใจเมื่อไหร่ ถ้าคุณแม่คุณพ่ออยากได้ยินเสียงหัวใจลูกควรทำอย่างไร

เริ่มได้ยินเสียงหัวใจลูกเมื่อไหร่ ตอนกี่เดือน

เริ่มได้ยินเสียงหัวใจลูกเมื่อไหร่ แม่ๆ คงสงสัยกันใช่ไหมค่ะ ว่าเมื่อไหร่จะได้ยินเสียงหัวใจของลูกในท้อง เนื่องจากการฟังเสียงอัตราการเต้นหัวใจของทารกในครรภ์สามารถช่วยประเมินสุขภาพของทารกในครรภ์ได้ และบางครั้งเวลาที่คุณแม่ไปอัลตร้าซาวด์คุณหมอก็จะให้ฟังเสียงเต้นหัวใจของลูกน้อยด้วย แต่แม่ๆ จะเริ่มได้ยินตอนกี่เดือน มาหาคำตอบกันค่ะ

ฟังเสียงหัวใจลูกในท้องได้ตอนกี่เดือน

ปกติแล้วหัวใจของทารกในครรภ์จะเริ่มเต้นมีมีอายุประมาณ 5 สัปดาห์ ซึ่งช่วยเวลานี้คุณแม่จะสามารถได้เห็น และได้ยินการเต้นของหัวใจลูกน้อยเป็นครั้งแรกค่ะ โดยอัตราการเต้นหัวใจของลูกในท้องอยู่ที่ประมาณ 80-85 ครั้งต่อนาที  เท่าๆ กับอัตราการเต้นหัวใจของคุณแม่ค่ะ หลังจากนั้นก็จะเพิ่มขึ้นไปเป็น 3 ครั้งต่อนาทีในทุกๆ วันในช่วงเดือนแรก

พอเข้าช่วงสัปดาห์ที่ 8สัปดาห์ที่ 9 ช่วงนี้ลูกน้อยจะมีอัตราการเต้นของหัวใจเฉลี่ยอยู่ที่ 175 ครั้งต่อนาที ซึ่งเป็นช่วงที่คุณแม่ไปอัลตราซาวด์ เชื่อว่าวินาทีนั้น คุณพ่อคุณแม่หลายคนคงรู้สึกที่บรรยาไม่ถูกแน่ๆ หลังจากนั้นก็จะเต้นช้าลงอย่างต่อเนื่องจนถึงระดับปกติช่วงกึ่งกลางการตั้งครรภ์ที่ประมาณ 120-180 ครั้งต่อนาทีค่ะ จนกระทั่งตั้งครรภ์ในช่วง 10 สัปดาห์สุดท้าย แต่ยังคงมีอัตราการเต้นของหัวใจที่มากเป็น 2 เท่าของคุณแม่อยู่ค่ะ

src=https://th admin.theasianparent.com/wp content/uploads/sites/25/2018/11/เสียงหัวใจ3.jpg เริ่มได้ยินเสียงหัวใจลูกเมื่อไหร่ ตอนท้องได้กี่เดือน ทำอย่างไรถึงจะได้ยิน?

เริ่มได้ยินเสียงหัวใจลูกเมื่อไหร่

ทำอย่างไรถึงจะได้ยินเสียงหัวใจลูกในท้อง

ปัจจุบันสามารถใช้เครื่องมือต่างๆ ในการฟังเสียงการเต้นของหัวใจทารก ดังต่อไปนี้

  1. คุณแม่สามารถใช้อุปกรณ์ที่เรียกว่า เครื่อง Ultrasonic Doppler ในการช่วยฟังการเต้นของหัวใจทารกได้ค่ะ แต่ทั้งนี้อาจจะได้ยินเสียงหัวใจของลูกในช่วงสัปดาห์ที่ 10 หรือ 12 ค่ะ
  2. ใช้หูฟังของแพทย์ธรรมดา วิธีนี้จะเริ่มได้ยินเสียงหัวใจทารกเมื่ออายุครรภ์ 17-19 สัปดาห์ โดยจะได้ยินเสียงหัวใจทารกเป็นเสียงตุบๆ หรือคล้ายกับเสียงติ๊กๆ ของนาฬิกาที่อยู่ใต้หมอน มีจังหวะสม่ำเสมอ และ เมื่ออายุครรภ์มากขึ้นก็จะได้ยินเสียงชัดเจนมากขึ้นค่ะ
  3. Real time sonography สามารถตรวจการเต้นของหัวใจทารกและการเคลื่อไหวของทารก หลังจากเดือนที่ 2 ของการตั้งครรภ์
  4. Echocardiography สามารถฟังเสียงเต้นของหัวใจทารกได้ตั้งแต่ 48 วันหลังประจำเดือนมาครั้งสุดท้าย

ตำแหน่งในการฟังเสียงหัวใจของทารกในครรภ์

  • หากส่วนนำของทารกคือก้น เสียงหัวใจจะได้ยินสูงกว่าระดับสะดือ
  • หากส่วนนำของทารกคือศีรษะ เสียงหัวใจจะได้ยินที่ระดับต่ำกว่าสะดือ
  • หากท้ายทอยอยู่ทางด้านหน้าข้างขวาของช่องเชิงกราน ตำแหน่งที่ฟังเสียงหัวใจได้ชัดเจนคือ ด้านขวาล่างของหน้าท้องคุณแม่
  • หากท้ายทอยอยู่ทางด้านหน้าข้างซ้ายของช่องเชิงกราน ตำแหน่งที่ฟังเสียงหัวใจได้ชัดเจนคือ ด้านขวาซ้ายของหน้าท้องคุณแม่

สาเหตุที่ฟังเสียงหัวใจลูกไม่ได้ยิน

คุณแม่บางคนอาจเป็นกังวลว่าทำไมฉันไม่ได้ยินเสียงหัวใจของลูกในท้องเลย อันดับก็คืออุปกรณ์ที่ใช้ฟังเสียงลูกในท้องค่ะ ก่อนซื้อคุณพ่อคุณแม่อาจจะต้องถามจากเภสัชกรอีกครั้งว่าจะได้ยินเสียงลูกในท้องช่วงสัปดาห์ที่เท่าไหร่ค่ะ เพราะอย่างที่แยกไว้ข้างต้นอุปกรณ์แต่ละชนิดจะทำให้ไม่ยินเสียงหัวใจลูกน้อยในช่วงเวลาที่ต่างกัน

อีกสาเหตุหนึ่งก็อาจมาจาก การที่คุณแม่ใช้อุปกรณ์ไม่ถูกตำแหน่งของทารกในครรภ์ เนื่องจากว่าการที่จะได้ยินเสียงของทารกหรือไม่ ขึ้นอยู่กับตำแหน่งของลูกน้อยในมดลูก หาตำแหน่งลูกไม่เจอ ทำให้ไม่สามารถตรวจการเต้นหัวใจพบนั่นเองค่ะ สำหรับคุณแม่ที่มีอายุครรภ์มากแล้ว หรือมีอายุครรภ์ประมาณ 28 สัปดาห์ การนับการดิ้นของลูกจะซ้ำคัญมากที่สุดค่ะ

สุดท้าย ถ้าคุณแม่ไม่ได้ยินเสียงหัวใจลูก พร้อมๆ กับมีเลือดออก ลูกในท้องอาจจะผิดปกติได้ ซึ่งถ้าเป็นแบบนี้ แนะนำให้คุณแม่ไปตรวจเช็คกับคุณหมออีกที หากคุณหมอบอกว่าไม่พบเช่นกัน ก็อาจต้องรอตรวจซ้ำเพื่อความแน่ใจ หรือลองเปลี่ยนที่อัลตราซาวด์ดูค่ะ หากยังได้ผลเช่นเดิม แสดงว่า คุณแม่มีโอกาสที่จะแท้งสูงมากค่ะ

ที่มา: honestdocs,

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ:

ลูกดิ้นตอนกี่เดือน อาการลูกดิ้นครั้งแรก ลูกดิ้นรู้สึกยังไง อาการลูกดิ้น 4 เดือน แม่จะรู้ได้อย่างไรว่าลูกดิ้น

7 ความเชื่อของคนท้อง ข้อห้ามคนท้องตามความเชื่อโบราณมีอะไรบ้าง ความจริงคืออะไร

ร่างกายแม่หลังคลอด ร่างพังแค่ไหน หลังจากที่คลอดเจ้าตัวเล็ก ทำไมท้องใหญ่ พุงย้วย ไม่ยุบสักที

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!