เมื่อหนังสือสำหรับลูกน้อยไม่ได้ช่วยเสริมปัญญา

เมื่อหนังสือสำหรับลูกน้อยไม่ได้ช่วยเสริมปัญญา

องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก ได้คัดเลือกให้กรุงเทพมหานครเป็นเมืองหนังสือโลกในปี 2556 นี้ ถ้าได้อ่านอะไรดี ๆ มันก็เป็นประโยชน์กับลูกแน่นอน แต่ถ้าหนังสือมันผิดขึ้นมาล่ะ?

หนังสือสำหรับลูกน้อยไม่ได้ช่วยเสริมปัญญา

เมื่อหนังสือสำหรับลูกน้อยไม่ได้ช่วยเสริมปัญญา

อันที่จริงไม่ว่ากรุงเทพจะเป็นเมืองแห่งการอ่านหรือไม่ คุณพ่อคุณแม่ย่อมอยากปลูกฝังให้ลูกมีนิสัยรักการอ่านอยู่แล้ว หลาย ๆ คนมักซื้อหนังสือนิทานภาพ หนังสือภาพสอนภาษาให้กับเด็ก แต่เรื่องราวที่เป็นข่าวขึ้นมาเมื่อเร็ว ๆ นี้มันเกิดเป็นปัญหาขึ้นมาเมื่อหนังสือสำหรับลูกน้อยไม่ได้ช่วยเสริมปัญญาแบบที่ผู้ปกครองตั้งใจเอาไว้

เกิดอะไรขึ้น?

เมื่อหนังสือสำหรับลูกน้อยไม่ได้ช่วยเสริมปัญญาเรื่องมันมีอยู่ว่า  มีผู้ปกครองรายหนึ่งซื้อหนังสือสอนคำศัพท์สำหรับเด็กไปให้ลูกโดยที่ไม่ได้เปิดอ่านเนื้อหาด้านในอะไร แต่เมื่อนำมาตรวจสอบดูก็พบข้อผิดพลาดต่าง ๆ มากมาย หนังสือดังกล่าวระบุไว้ว่าเป็นหนังสือเสริมความรู้คุณหนูหัดอ่าน มีสีสันสวยสด ราคาเล่มละ 80 บาท มีคำศัพท์เกี่ยวกับสัตว์ที่อยู่ในทะเล พร้อมรูปน่ารัก ๆ ประกอบ มีเนื้อหา 23 หน้า แต่ทำผิดพลาดไปร่วม 10 หน้า

สิ่งที่ผิดพลาดมีทั้งการนำเสนอคำศัพท์ที่ผิด เช่น เรียกปลาการ์ตูน (Clownfish) ว่า Nemo ซึ่งเป็นชื่อของปลาการ์ตูนจากอนิเมชั่นชื่อดังเรื่อง Finding Nemo มีการสะกดคำผิดเช่นจาก Seahorse (ม้าน้ำ) เป็น Seahose (ท่อทะเล?) หรือการจัดประเภทสัตว์ทะเลไม่ถูกต้อง เช่น มีปลาทองอยู่ในหนังสือภาพชุดนี้ ซึ่งเป็นสัตว์ที่อยู่ในทะเล ทั้ง ๆ ที่ปลาทองเป็นปลาน้ำจืด

เมื่อผู้ปกครองท่านนี้รู้สึกว่าหนังสือสำหรับลูกน้อยเล่มนี้ไม่ได้ช่วยเสริมปัญญา จึงดำเนินการร้องเรียนกับสำนักพิมพ์ แต่ไม่ได้รับการตอบสนอง คุณผู้ปกครองท่านนี้จึงนำเรื่องราวไป “แบ่งปัน” กับคุณพ่อคุณแม่ทั้งหลายในเว็บบอร์ดชื่อดังแห่งหนึ่งเพราะเกรงว่าหากเด็กได้อ่านอะไรผิด ๆ แล้วจะจดจำสิ่งผิด ๆ เหล่านั้นไปใช้ สมาชิกเว็บบอร์ดแห่งนั้นเมื่อได้อ่านเรื่องราว และเห็นภาพถ่ายจากหน้าหนังสือที่บ่งชี้ให้เห็นถึงความผิดพลาดก็ช่วยกัน “แบ่งปัน” เรื่องราวนี้ไปทั่วโซเชี่ยลเน็ตเวิร์คจนกระทั่งผู้จัดจำหน่าย และทางสำนักพิมพ์ออกมารับผิดชอบ เรียกเก็บหนังสือดังกล่าวจากชั้น และประกาศให้ผู้ที่ซื้อหนังสือไปแล้วสามารถนำหนังสือไปขอรับเงินคืนได้

การแก้ปัญหา แล้วคุณจะทำอะไรได้บ้าง?

จริงอยู่ว่า การป้องกัน และแก้ไขปัญหาดังกล่าวต้องอาศัยความร่วมมือกันระหว่างหน่วยงานรัฐ และเอกชน รวมถึงกลุ่มผู้จัดทำหนังสือว่าต้องมีความรับผิดชอบ ตรวจสอบเนื้อหา และความถูกต้องของหนังสือให้เข้มงวดมากกว่านี้ก่อนตีพิมพ์ ผู้บริโภคตัวเล็ก ๆ คงจะทำอะไรมากไม่ได้ แต่อันที่จริงเรื่องราวจากข่าวครั้งนี้ ก็ได้ให้บทเรียนอะไรกับบรรดาคุณพ่อคุณแม่หลายข้อด้วยกัน เช่น

1) ก่อนซื้อหนังสือสำหรับลูกน้อย ควรเปิดอ่านด้านใน ตรวจสอบความถูกต้องของหนังสือก่อน อย่าปล่อยให้ภาพประกอบสีสันสวย ๆ หลอกตา หากคุณไม่มั่นใจในความถูกต้อง ก็อย่าเสี่ยง หรือลองตรวจสอบเบื้องต้นในอินเตอร์เนตดูก่อน

2) หากซื้อหนังสือมาแล้ว มาพบข้อผิดพลาดทีหลัง (ซึ่งเป็นข้อผิดพลาดที่คุณคิดว่าไม่น่าให้อภัย) คุณควรร้องเรียนกับทางสำนักพิมพ์ หรือผู้จัดจำหน่ายแบบเดียวกันกับผู้ปกครองในข่าวนี้

3) หากการร้องเรียนไม่เป็นผล ไม่มีผลตอบรับ ให้นำเรื่องราวออก “แบ่งปัน” สู่สาธารณชน เพื่อเป็นการเตือนภัย และกดดันทางสังคมให้ผู้จัดทำหนังสือออกมารับผิดชอบ (อย่าลืมเก็บใบเสร็จของหนังสือไว้ หากคุณต้องการเงินคืนจากร้านหนังสือ)

ทั้งหมดนี้ก็เพื่อให้หนังสือสำหรับลูกน้อย ได้ช่วยเสริมปัญญาอย่างแท้จริง

บทความแนะนำ: ส่งเสริมลูกน้อยให้อ่านหนังสือ

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

app info
get app banner