เมื่อวันหยุด ถูกทำลายด้วย "โรคมือเท้าปาก"

เมื่อวันหยุด ถูกทำลายด้วย "โรคมือเท้าปาก"

ครอบครัวนี้คาดหวังที่จะใช้วันหยุดครั้งแรกของลูกสาวที่โรงแรมดังแห่งหนึ่ง แต่ฝันกลับพังทลายลง หลังลูกสาวติดเชื้อไวรัสโรคมือเท้าปาก!

คุณแม่ท่านนี้ วางแผนที่จะใช้เวลากับครอบครัวเพื่อฉลองการเดินทางครั้งแรกของ เอลซี่ ลูกสาววัยเพียง 15 เดือน ผ่านเอเจนซี่ดังแห่งหนึ่ง โดยให้เอเจนซี่เจ้านี้จองโรงแรมห้าดาวที่ไซปรัส เอลซี่ ซึ่งมูลค่าของการเดินทางในครั้งนี้รวมทั้งสิ้นคิดเป็นมูลค่ากว่า 107,000 กว่าบาท แต่แล้วทุกอย่างกลับพังทลายลง เพราะโรคมือเท้าปากที่กำลังระบาดหนักอยู่

โรคมือเท้าปาก

คุณแม่เล่าว่า เธอและครอบครัวไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่า โรงแรมที่เธอเข้าไปพักในครั้งนี้นั้น มีการระบาดของโรคมือเท้าปากอย่างหนัก และกว่าเธอจะรู้ทุกอย่างก็สายไปเสียแล้ว "และเพราะโรคมือเท้าปากนี้เอง ที่ทำลายวันหยุดแรกของลูกสาวพวกเราอย่างพังพินาศ"

โรคมือเท้าปาก

พวกเราเริ่มเช็คอินที่โรงแรมแห่งนี้เมื่อวันที่ 5 ตุลาคมที่ผ่านมา ทุกอย่างเหมือนจะเป็นปกติดี แต่สุดท้ายแล้วฝันร้ายที่พวกเราไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อคืนของวันที่ 9 ตุลาคมจู่ ๆ เอลซี่เกิดไข้ขึ้นสูงจนน่ากลัว จนในตอนเช้าพบว่า ร่างกายของเธอนั้น เต็มไปด้วยเม็ดผื่นแดงขึ้นตามตัว

โรคมือเท้าปาก

พวกเรารีบนำตัวเธอส่งโรงพยาบาลทันที แพทย์ยืนยันว่า เอลซี่ติดเชื้อไวรัสโรคมือเท้าปากจากทางโรงแรมที่เราเข้าไปพักจริง ๆ คุณแม่กล่าวต่ออีกว่า พวกเราไม่เข้าใจว่า ทำไมเอเจนซี่ถึงไม่มีการเตือนก่อนล่วงหน้าว่ามีโรคระบาดนี้เกิดขึ้นที่โรงแรมแห่งนี้ ที่สำคัญตอนที่พวกเราติดต่อเข้าไปขอความช่วยเหลือกลับไม่ได้รับการตอบรับแต่อย่างใด

โรคมือเท้าปาก

เพราะ เอลซี่ ป่วยโรคมือเท้าปากทำให้ครอบครัวของคุณแม่ยังไม่สามารถเดินทางกลับได้ คุณแม่จึงได้ติดต่อไปยังเอเจนซี่เจ้าเดิมเพื่อให้ช่วยหาโรงแรม และเลื่อนไฟลท์ให้ แต่เอเจนซี่ก็บอกว่า ไม่มีโรงแรมอื่นว่าง และก็ยังไม่สามารถหาไฟลท์ใหม่ให้ได้ ทำให้พวกเราทุกคนต้องอยู่แต่ในห้องของโรงแรม ว่ายน้ำก็ไม่ได้ ลงไปทานข้าวในห้องอาหารของโรงแรมก็ยังไม่ได้ เพราะโรงแรมไม่อนุญาตให้เราใช้บริการ พวกเราทุกคนหวังเป็นอย่างยิ่งว่า เอลซี่ จะหายไว ๆ พวกเราจะได้กลับบ้านของพวกเราเสียที ที่สำคัญคุณแม่ถึงกับเอ่ยปากเลยว่า จะไม่ขอใช้บริการเอเจนซี่ชื่อดังเจ้านี้อีกต่อไป

คุณพ่อคุณแม่สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องโรคมือเท้าปากได้ที่หน้าถัดไปค่ะ

ข้อควรรู้เกี่ยวกับโรคมือเท้าปาก

1. โรคมือเท้าปาก เป็นแล้วสามารถเป็นซ้ำได้อีก

โรคมือเท้าปากต่างกับโรคที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสบางชนิด เช่น หัด หรืออีสุกอีใส ที่เกิดจากไวรัสสายพันธุ์เดียว เมื่อเป็นแล้วมักจะไม่เป็นซ้ำอีกเพราะร่างกายมีภูมิต้านทานต่อเชื้อโรคไว้ แต่โรคมือเท้าปาก เกิดจากการติดเชื้อไวรัสในกลุ่มที่เรียกว่า เอนเตอโรไวรัส (Enterovirus) ได้หลายชนิด หลายสายพันธุ์ แล้วทำให้แสดงอาการออกมาคล้ายกัน เช่น คอกแซคกีไวรัส เอนเตอโรไวรัส 71 ภูมิคุ้มกันที่เกิดขึ้นในผู้ป่วยที่หายจากการติดเชื้อไวรัสสายพันธุ์หนึ่ง อาจไม่สามารถช่วยป้องกันการติดเชื้อไวรัสสายพันธุ์อื่น แม้จะจัดว่าอยู่ในกลุ่มของเอนเตอโรไวรัสเช่นเดียวกัน จึงสามารถเป็นแล้วเป็นซ้ำได้อีก โดยเฉพาะถ้าเกิดจากเชื้อไวรัสต่างชนิดกันค่ะ

2. โรคมือเท้าปากมีอาการได้ทั้งแบบรุนแรงและไม่รุนแรง

ผู้ป่วยโรคมือเท้าปากส่วนใหญ่ มักจะมีอาการไม่รุนแรง อาจมีไข้ต่ำๆ หรือไม่มีไข้ ก็ได้ มีแผลในปากเหมือนแผลร้อนในที่บริเวณริมฝีปาก เหงือก เพดานปาก ลิ้น ด้านหลังของคอหอย กระพุงแก้ม มีผื่นสีแดง หรือตุ่มน้ำ บริเวณฝ่ามือและฝ่าเท้า อาจพบที่หลังเท้าหรือก้นได้ด้วย ผื่นหรือตุ่มน้ำเหล่านี้จะหายไปภายในระยะเวลาประมาณ 1 สัปดาห์ อาจมีอาการหนัก ดูซึม กินไม่ได้ อยู่เพียง 2-3 วัน จากนั้นจะดีขึ้นภายในเวลาไม่เกิน 1 สัปดาห์

แต่มีผู้ป่วยโรคมือเท้าปากจากเชื้อเอนเตอโรไวรัส 71 ที่อาจมีอาการรุนแรงเพราะเชื้อไวรัสชนิดนี้จะทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนทางระบบประสาท โดยมีการอักเสบของก้านสมอง ทำให้เกิดภาวะการหายใจและระบบไหลเวียนของโลหิตล้มเหลว ผู้ป่วยเสียชีวิตอย่างรวดเร็วจากภาวะปอดบวมน้ำ เลือดออกในปอด และภาวะช็อก โดยผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสชนิดนี้ อาจไม่ต้องมีผื่นแบบโรคมือเท้าปากจากเชื้อไวรัสชนิดอื่นก็ได้

นอกจากนี้โรคมือเท้าปากจากเชื้อคอกแซคกีไวรัส เอ16 ก็อาจทำให้เกิดอาการที่รุนแรงจากภาวะแทรกซ้อน คือ กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ เยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ และภาวะช็อกได้ แต่พบได้น้อยกว่าเชื้อเอ็นเทอโรไวรัส 71 มาก

3. หากมีการระบาดของโรคมือเท้าปากเกิดขึ้นอาจต้องมีการปิดโรงเรียน

หากลูกเป็นโรคมือเท้าปากคุณพ่อคุณแม่ควรรีบแจ้งให้ทางโรงเรียนทราบ เพราะหากมีการระบาดของโรคเกิดขึ้นหลายราย โรงเรียนจะพิจารณาปิดชั้นเรียนที่มีการระบาดนั้นเป็นเวลา 1 สัปดาห์ หรือหากมีการระบาดเกิดขึ้นในหลายชั้นเรียน ควรปิดทั้งโรงเรียน เพื่อหยุดการระบาด

4. โรคมือเท้าปากไม่มียารักษาจำเพาะ

เนื่องจากโรคนี้ไม่มียารักษาจำเพาะ หลักการรักษาจึงเป็นการรักษาตามอาการ ได้แก่ เช็ดตัวลดไข้ ทานยาลดไข้ หยดยาชาในปากเพื่อลดอาการเจ็บแผลในปาก ที่สำคัญคือการสังเกตอาการของภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง เช่น ซึมลง อาเจียนเยอะ ปวดหัวมาก พูดจาสับสน หายใจดูเหนื่อยๆ ชีพจรเบาเร็ว ปลายมือปลายเท้าดูซีดเย็น ต้องรีบนำผู้ป่วยมาโรงพยาบาลเพื่อการดูแลอย่างใกล้ชิดทันทีนะคะ

5.ยังไม่มีวัคซีนป้องกันโรคมือเท้าปาก

ในปัจจุบันยังไม่วัคซีนสำหรับเชื้อเอนเตอโรไวรัสอันเป็นสาเหตุของโรคมือเท้าปาก คุณพ่อคุณแม่จึงต้องเตรียมตัวเตรียมใจรับมือสำหรับการป่วยด้วยเชื้อนี้ในช่วงที่มีการระบาดทุกๆปีค่ะ

ที่มา: Mummy Pages

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ:

ป้องกันลูกจากโรคมือเท้าปาก

เมื่อลูกฉันเป็นโรคมือเท้าปาก

theAsianparent Community

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

บทความโดย

Muninth

app info
get app banner