สังเกตด่วน! หากลูกเข้าอนุบาล แล้วนอนฉี่ราด อาจไม่ใช่เรื่องเล็ก!

แชร์บทความนี้ให้เพื่อน

เรื่องของเด็กเล็กกับการฉีรดที่นอนอาจดูไม่ใช่เรื่องใหญ่ หรือมีอะไรให้คุณแม่ต้องกังวล แต่ถ้าลูกเราถึงวัยเข้าเรียนอนุบาล หรือประมาณ 5 ขวบแล้วยังนอนฉี่รดที่นอนอยู่ไม่ใช่เรื่องปรกติแล้วค่ะ

โดยปรกติแล้วการฉี่รดที่นอนของเด็กไม่ใช่เรื่องผิดปกติอะไรหากเกิดขึ้นตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 4 ขวบ เพราะอวัยวะต่างๆในร่างกายรวมถึงระบบประสาทที่ควบคุมการปัสสาวะเจริญเติบโตไม่เต็มที่จึงไม่อาจควบคุมการปัสสาวะ แต่ถ้า 5 ขวบขึ้นไปแล้วยังฉีรดที่นอนอยู่อย่างนี้เข้าข่ายมีความผิดปรกติเกิดขึ้นกับลูกของเราแล้ว ต้องหาสาเหตุด่วน

ลูกวัย 5 ขวบฉี่รดที่นอนบ่งบอกอะไร

ฉี่รดที่นอนแบบที่ 1 คือไม่เคยควบคุมเรื่องการปัสสาวะเองได้เลย สาเหตุมักเกิดมากจาก

-พันธุกรรม หากคุณพ่อหรือคุณแม่เคยมีประวัติฉี่รดที่นอนในวัยเด็ก ก็ส่งผลทำให้ลูกหยุดฉี่รดที่นอนช้ากว่าเด็กวัยเดียวกันได้

-สมอง หรือ ระบบประสาทเจริญเติบโตช้ากว่าปรกติ ซึ่งอาจเกิดอาการนี้ร่วมกับการพูดช้า หรือทำอะไรได้ช้ากว่าเด็กในวัยเดียวกัน

-เกิดจากต่อมไร้ท่อต่างๆและฮอร์โมนในร่างกายทำงานผิดปรกติเช่น ช่วงกลางคืนร่างกายเด็กอาจมีการสร้างฮอร์โมนควบคุมปริมาณน้ำปัสสาวะลดลงกว่าปรกติ จึงส่งผลให้มีน้ำปัสสาวะมากกว่าคนทั่วไปขณะหลับ หรือกล้ามเนื้อกระเพราะปัสสาวะอาจทำงานลดลงขณะหลับ

-เด็กอาจมีกระเพาะปัสสาวะเล็กเกินไป หรือมีปัญหากระเพาะปัสสาวะอักเสบ หรือการทำงานของกล้ามเนื้อกระเพาะปัสสาวะทำงานหรือบีบตัวผิดปรกติ

-เด็กมีอาการท้องผูกเรื้อรัง ทำให้ก้อนอุจาระสะสมมีผลต่อการบีบตัวของกระเพาะปัสสาวะ

-เด็กมีภาวะโรคเบาหวาน

ฉี่รดที่นอนแบบที่ 2 คือ เด็กอาจหยุดฉี่รดที่นอนไปช่วงระยะเวลาหนึ่ง แล้วกลับมาฉี่รดที่นอนใหม่

ข้อนี้เกิดจากสภาพจิตใจของเด็กที่อาจมีความเครียด ความกลัว ความกังวลใจ ในบางเรื่องเช่น ถูกเพื่อนแกล้งมากๆที่โรงเรียน หรือเครียดจากการเห็นพ่อแม่ทะเลาะกัน

หากลูกมีปัญหาฉี่รดที่นอนคุณแม่ควรหาสาเหตุให้พบ แล้วรีบแก้ไข หากเกิดจากความผิดปรกติของระบบต่างๆในร่างกายก็ควรรีบพาไปพบแพทย์เพื่อรับการรักษาให้ถูกวิธีเช่นการใช้เครื่องช่วยปลุกให้ตื่นมาฉี่ หรือกินยา   หากเกิดจากปัญหาด้านจิตใจก็ควรรีบหาสาเหตุให้พบจะได้รีบแก้ไขทัน

วิธีจัดการกับปัญหาฉี่รดที่นอนของลูก

1.ห้ามดุ ห้ามล้อเลียน เพราะจะทำให้ลูกอาย ขาดความมั่นใจ ไม่มีใครอยากฉี่รดที่นอนหรอกค่ะ และเด็กส่วนใหญ่ก็อยากเลิกอยู่แล้ว ยิ่งไปแซว ล้อเลียน หรือทำโทษจากที่ควรจะหายแล้วเลิกฉี่รดที่นอนเร็วขึ้นกลับกังวลมากขึ้นยิ่งกังวล ยิ่งฉี่รดที่นอนบ่อยขึ้น

2.ให้เด็กดื่มน้ำมากขึ้นในช่วงกลางวัน และงดอาหารและเครื่องดื่มก่อนเข้านอน 1-2 ชั่วโมง โดยเฉพาะเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เป็นส่วนประกอบเช่นน้ำอัดลมบางชนิด หรือชาเขียว เพราะคาเฟอีนช่วยขับปัสสาวะ

3.ให้ลูกฉี่ก่อนเข้านอนทุกคืน

4.ไม่ควรอุ้มลูกไปฉี่ทั้งที่ยังหลับเพราะจะกลายเป็นการฝึกให้เด็กฉี่ขณะหลับไปโดยปริยาย ควรกำชับให้ลูกพยายามตื่นขึ้นมาฉี่เองเมื่ออยากเข้าห้องน้ำ หรือให้คุณแม่วางกระโถนไว้ข้างเตียงเพื่อจุงใจให้ลูกตื่นขึ้นมาฉี่เองก็ได้ค่ะ

5.การปลุกลูกขึ้นมาฉี่กลางดึก อาจทำให้เด็กหยุดฉี่รดที่นอนได้ช้ากว่าไม่ปลุก

6.ให้รางวัลเมื่อลูกเริ่มฉี่รดที่นอนน้อยลง เช่น พาไปเที่ยว ให้ของเล่น เป็นการสร้างแรงเสริมทางบวกในการปรับพฤติกรรมลูก

7.ให้ลูกมีส่วนร่วมในการทำความสะอาดที่นอน ผ้าปูที่นอน เพื่อฝึกความรับผิดชอบ และจุงใจให้ลูก

หากพบว่าลูกฉี่รดที่นอนจากปัญหาด้านจิตใจหรือความเครียด คุณแม่ต้องรีบหาสาเหตุและดำเนินการแก้ไขด้วยการใช้เหตุผลพูดคุยกับลูกถึงปัญหาที่ลูกกังวลใจ เสริมสร้างความมั่นใจและให้กำลังใจลูกให้ผ่านเรื่องราวแย่ๆไปให้ได้หากยังไม่ดีขึ้นควรพาไปพบจิตแพทย์

ปัญหาการฉี่รดที่นอนของลูกต้องอาศัยความเข้า และการให้กำลังจากพ่อแม่ เพื่อประคับประครองให้ลูกผ่านไปให้ได้ โดยปรกติแล้วเมื่อฝึกตามวิธีที่แนะนำไปอาการจะค่อยๆหายไปเอง แต่ถ้าลูกยังฉี่รดที่นอนถี่อยู่คุณพ่อคุณแม่ควรต้องรีบพาไปพบแพทย์ค่ะ

แหล่งข้อมูล

http://haamor.com/ปัสสาวะรดที่นอน

http://www.bangkokhealth.com/ทำไงดีลูกฉี่รดที่นอน

ปัญหาการนอนของเด็กและข้อควรระวัง พัฒนาการของเด็กวัยเรียน สุขภาพ อาการป่วย เด็กวัยเรียน