แม่เกือบแย่…เมื่อลูกรักเป็นฮีทสโตรก!!

แม่เกือบแย่…เมื่อลูกรักเป็นฮีทสโตรก!!

แชร์ประสบการณ์ของคุณแม่ที่พาลูกออกนอกบ้านในวันที่อากาศร้อนจัด โดยไม่คิดมาก่อนจะเป็นสาเหตุให้ลูกรักเป็นฮีทสโตรก

ลูกเป็นฮีสโตรก

ภาพประกอบไม่เกี่ยวกับเนื้อหา

สายวันอาทิตย์ ในวันที่แดดร้อนจัด ลูกสาววัย 2 ชวบครึ่งของฉันร้องงอแงด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่อง และด้วยอากาศที่ร้อนแทบทนไม่ไหว เครื่องปรับอากาศก็ไม่สามารถช่วยอะไรได้ ทำให้ฉันหงุดหงิดมากจนต้องขอความช่วยเหลือสามีให้พาลูกไปขี่รถเล่น สามีเห็นว่าจะไปไม่ไกลเลยขี่รถมอเตอร์ไซค์ไป ฉันเองก็ลืมนึกว่าแดดร้อนจัด ไม่ได้เตรียมหมวกหรืออุปกรณ์กันแดดอะไรให้ลูกเลย

สักพักใหญ่ๆ เมื่อลูกกลับมา ฉันก็พานอนกลางวันในห้องแอร์ ฉันรู้สึกได้ว่าลูกตัวรุมๆ แต่ก็ยังไม่เอะใจอะไร ยังให้นอนห่มผ้าห่มเหมือนปกติ ผ่านไปอีกสองชั่วโมงเมื่อลูกตื่น คราวนี้เห็นชัดว่าลูกเหงื่อชุ่มมาก ตัวร้อนผิดปกติ แต่เป็นเพียงข้างเดียวข้างที่นอนทับ (ลูกนอนตะแคง) อีกข้างหนึ่งตัวรุมๆ ไม่ร้อนมาก ฉันเริ่มใจไม่ดี แต่ก็คิดว่าน่าจะเฝ้าดูอาการลูกก่อน จากนั้นฉันก็ต้มข้าวต้มให้ลูกกินกับกับข้าวอ่อนๆ ลูกกินได้พอสมควร เสร็จแล้วลูกก็เล่นสนุกกับเด็กวัยเดียวกันอยู่ในร่ม ฉันเห็นว่าลูกยังเล่นได้ คุยจ้อ ยังไม่มีอาการซึม งอแง ให้เห็นจึงคิดว่าสงสัยที่ลูกตัวร้อนคงไม่เป็นอะไรมาก

เมื่อถึงเวลาอาหารเย็น เธอกลับดูซึมเซา หงอยๆ ผิดสังเกต งอแงโยเยบอกแต่ว่า “หนูง่วงนอนๆ หนูหิวน้ำๆ” ฉันจับตัวดูก็พบว่าตัวเธอร้อนมากกว่าเมื่อตอนกลางวัน จึงรีบเช็ดตัวให้ แต่ไข้ก็ยังไม่ลด ฉันเลยบอกให้เธอกินข้าวต้มรองท้องสักหน่อยก่อนค่อยนอน กินไปได้เพียงไม่กี่คำเธอก็อาเจียนออกมาหมด เอาข้าวกลางวันออกมาด้วย ฉันเลยจะหายาแก้ไข้หรือพาราเซตามอลให้เธอกิน ก็ปรากฏว่ายาที่มีหมดอายุไปแล้ว ฉันเห็นท่าไม่ดีเลยคิดว่ายังไงก็จะต้องไปหาหมอแล้ว แต่เมื่อโทรไปที่คลินิกหมอเด็กก็พบว่าคลินิกปิด จะเปิดอีกทีคือพรุ่งนี้เช้า หรือจะไปโรงพยาบาลดี ฉันปรึกษาสามี แต่โรงพยาบาลก็อยู่ไกลมากและเดินทางในช่วงเวลากลางคืนก็ไม่สะดวกนัก (ฉันอาศัยอยู่ในต่างจังหวัด) สรุปว่าเราจะนั่งรถไปซื้อยาลดไข้มาให้ลูกกินหมั่นเช็ดตัวและเฝ้าดูอาการไปก่อน

ฮีทสโตรก-infographic

หัวค่ำวันนั้นเธอยังตัวร้อนอยู่เมื่อวัดอุณหภูมิก็ได้ถึง 40 องศาเซลเซียส ฉันก็หมั่นเช็ดตัวทุก 2-3 ชั่วโมง เมื่อให้เธอกินยาลดไข้ เธอก็อาเจียนเอายาและน้ำออกมาหมด จากที่ปกติเธอร่าเริง ไฮเปอร์และพูดเก่งมาก ได้แต่นอนนิ่งกะพริบตาปริบๆ ไม่พูดไม่จา ทำหน้าหงอยๆ อยู่บนเตียง ฉันสงสารลูกจับใจ ภาวนาขอให้ผ่านคืนนี้ไปได้ด้วยดี เธอตื่นมาอีกครั้งตอนเกือบเที่ยงคืน ฉันเช็ดตัวและป้อนยาลดไข้อีกครั้ง คราวนี้เธอไข้ลดลง ฉันเริ่มใจชื้น

เช้าวันรุ่งขึ้น พระอาทิตย์ยังไม่โผล่พ้นขอบฟ้า เธอก็ส่งเสียงเจื้อยแจ้ว “หม่ามี้ขา ตื่นๆ ได้แล้วค่ะ” แล้วก็ลุกขึ้นมาปลุกทุกคนในบ้านด้วยลีลาท่าทางที่ร่าเริงเกินปกติ ราวกับจะชดเชยช่วงเวลาเมื่อคืนวาน เธอไม่มีไข้แล้ว อุณหภูมิร่างกายกลับมาปกติ กินข้าวกินน้ำได้ปกติ ไม่มีอาการอาเจียน เซื่องซึมเหงาหงอยให้เห็นอีก

เมื่อปรึกษาคุณหมอ คุณหมอก็สันนิษฐานว่าเป็น โรคฮีทสโตรกหรือ โรคลมแดดนั่นเองค่ะ โชคดีที่ลูกฉันกลับมาหายดีได้ในเวลาอันรวดเร็ว อยากฝากให้คุณพ่อคุณแม่ระมัดระวังลูกน้อยให้ดี ไม่ให้อยู่กลางแดดที่ร้อนจัดเป็นเวลานานๆ หากจำเป็นก็ต้องรีบเข้าร่มให้เร็วที่สุด หรือหาอุปกรณ์กันแดดให้ลูกด้วย อย่าคิดว่าลูกวัยเตาะแตะโตแล้วโดนแดดไม่เป็นไร เพราะถ้าเกิดอะไรขึ้นมา คนที่จะเสียใจในภายหลังคือ คุณพ่อคุณแม่นั่นเองค่ะ

ทิ้งเด็กไว้ในรถเพียงครู่เดียวก็เสี่ยงเสียชีวิตจากฮีทสโตรก

9 วิธีรับมือและดูแลตัวเองในช่วงอากาศที่ร้อนหนักมาก

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

บทความโดย

theAsianparent Editorial Team

app info
get app banner