ชีวิตจริงยิ่งกว่าละคร เมื่อครรภ์เป็นพิษ เกือบคร่าชีวิตคุณแม่

เมื่อคุณแม่คนหนึ่งรู้ตัวว่าตั้งท้อง เธอดีใจมาก แต่แล้วก็เกิดเรื่องไม่คาดฝัน จู่ๆ เธอก็มีอาการครรภ์เป็นพิษ คุณหมอต้องผ่าคลอดลูกให้ก่อนกำหนด เธอเองเกือบเอาชีวิตไม่รอด สุดท้ายลูกน้อยของเธอจะปลอดภัยหรือไม่ชีวิตจริงยิ่งกว่าละครจะเป็นอย่างไร มาฟังประสบการณ์จริงที่คุณแม่ Jeed NY ได้แชร์ไว้ในกรุ๊ปคนท้องคุยกันค่ะ

ครรภ์เป็นพิษ

ฉันแต่งงานกับแฟนมา 3 ปี ไม่เคยคุมกำเนิดใดๆ แต่ฉันมีประจำเดือนปีละ 1 ครั้ง เป็นแต่ละครั้งจะปวดท้องมาก แล้วเป็นเยอะเป็นนานเป็นอาทิตย์

มีช่วงหนึ่งที่ฉันโหมออกกำลังกายอย่างหนัก แต่ฉันกลับมีหน้าท้อง มีพุง แม้ฉันจะกระโดดเชือกด้วย วิ่งด้วย พุงก็ไม่ยุบ จนวันหนึ่งฉันนอนอยู่ดีๆ ก็เห็นว่าที่ท้องเป็นคลื่น ฉันตกใจมากกลัวว่าตะเป็นมะเร็งหรือก้อนเนื้ออันตราย จึงบอกแฟน และไปหาหมอที่คลินิก  หลังจากซักถามอาการและตรวจฉี่ หมอก็บอกว่า ฉันตั้งท้องได้ 4 เดือนแล้ว

เดือนที่ 5 สัญญาณผิดปกติ

ฉันรู้สึกตกใจและดีใจมากในเวลาเดียวกัน เพราะนี่เป็นการตั้งท้องลูกคนแรกในชีวิต พอเข้าเดือนที่ 5 หลังกลับจากหาหมอที่ โรงพยาบาลสมุทรปราการ ฉันเริ่มมีอาการแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก ทำให้นอนตะแคงก็ไม่ได้ ต้องนอนหงาย เหนื่อยง่าย เท้าบวมมากจนใส่รองเท้าแตะไม่ได้ ญาติแฟนบอกว่า เพราะใกล้คลอดแล้วเลยบวม ฉันไม่ได้เอะใจอะไร

วันหนึ่งฉันโทรคุยกับแม่ เล่าอาการให้แม่ฟัง แม่บอกว่าให้ รีบไปหาหมอ เพราะอาจเป็นอาการครรภ์เป็นพิษ ตอนแรกฉันยังไม่เชื่อ จนกระทั่งแม่มาหาฉันที่สมุทรปราการ แม่ก็พากลับบ้านที่ปราจีนบุรีในคืนนั้น ระหว่างทางรถกระเทือนตลอด พอมาถึงแปดริ้วฉันบอกแม่ว่าปวดท้องมากๆ แม่บอกว่าสงสัยจะคลอด ตอนนั้นก็มองหาโรงพยาบาลมาตลอดทาง

สักพักก็เจอโรงพยาบาลพนมสารคาม เมื่อเข้าไปนางพยาบาลเอานิ้วมาจิ้มที่เท้าและหน้าแข้งของฉัน แล้วฉีดยาระงับคลอดให้ หมอฉีดยากระตุ้นปอดให้เด็กในท้องด้วย นอนแอดมิทที่นั่น 2 วัน หมอก็ให้ออกโรงพยาบาลได้

ครรภ์เป็นพิษ เกือบเอาชีวิตไม่รอด

พอฉันได้กลับบ้านที่ปราจีนบุรีแม่ก็พาไปฝากท้องที่โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร พอไปถึงหมออัลตร้าซาวด์บอกว่า น้องนอนท่าแปลกๆ ต้องผ่าคลอดวันนี้เลยนะ ถ้าไม่รีบผ่าจะอันตรายกับแม่ เด็กค่อยว่ากัน ตอนนั้นอายุครรภ์ 31 สัปดาห์ พยาบาลให้แม็กนีเซียมทางสายน้ำเกลือ ฉันร้อนวูบวาบมากทนแทบไม่ไหว โดนโกนขน สวนปัสสาวะ รอเข้าห้องผ่าตัด บล็อคหลัง พอหมอเอาเด็กออกมาพยาบาลบอกได้ลูกชาย

ตอนออกมาจากห้องผ่าตัด ฉันหนาวสั่นมาก เช้าวันรุ่งขึ้น ฉันเริ่มชักเกร็ง คิดในใจ ว่าเราเป็นอะไรเนี่ย จากนั้นฉันก็ไม่รู้ตัวอีกเลย แต่แฟนบอกว่า นางพยาบาลฉีดยากันชักกับยานอนหลับให้ ฉันจึงนอนหลับไปด้วยฤทธิ์ยา ตื่นมาอีกที พ่อกับแม่แฟนมาเยี่ยม สักพักฉันก็ชักอีก รอบนี้ใส่ท่อช่วยหายใจ เข้าห้องไอซียูเลย พยาบาลจับแขนขาฉันผูกติดกับเตียงเหมือนฉันเป็นคนบ้า น้ำลายไหลตามท่อด้วย ฉันพยักเพยิดบอกนางพยาบาลให้แก้มัดให้หน่อย นางพยาบาลบอกว่า ถ้าแก้มัดแล้วอย่าดึงท่อออกนะ วันถัดมาเขาถึงแก้มัดให้ เหลือแต่ท่อ ฉันรู้สึกลำบากมากจะพูดกับใครก็ไม่ได้ ฉันเลยทำท่าทางขอกระดาษปากกาเพื่อสื่อสารกับนางพยาบาลและแฟนที่มาเยี่ยมเรา เขาก็เอามาให้ ฉันเขียนไปถามว่าเมื่อไหร่จะได้เอาท่อออก เขาบอกอีก 2 วัน

พยายามรักษาลูกสุดชีวิต

ฉันก็เฝ้ารอ รอจนเอาท่อออกและได้ออกจากห้องไอซียู ฉันนอนแกร่วอยู่บนเตียงไม่ได้เดินและยืนมาร่วม 3 สัปดาห์ พอลองยืน ก็รู้สึกว่าขามันชาๆ เดินไม่ได้ แต่ก็พยายามเดิน แม้จะรู้สึกหน้ามืดเหมือนจะเป็นลม พออาการเริ่มดีขึ้น ฉันก็เดินไปดูลูกที่ห้องไอซียู ลูกหนักแค่ 1,335 กรัม ตัวเล็กมาก ต้องอยู่ในตู้อบ ฉันกลับไปบ้านได้3 วัน นางพยาบาลโทรมาบอกหัวใจน้องหยุดเต้นตัวเขียวปากเขียว แต่โชคดีที่น้องฟื้นแล้ว ฉันค่อยยังชั่ว ฉันได้ไปเลี้ยงน้องที่ห้องหัดเลี้ยงที่โรงพยาบาลจนหนัก 2.5 กิโลกรัม ก็กลับบ้าน แต่น้องเริ่มอุจจาระสีซีด ไม่เหลืองเหมือนเด็กคนอื่น ใจฉันคิดว่าคงไม่เป็นไร อาจเป็นเพราะนมกระป๋อง

เมื่อพาไปหาหมอนัด หมอบอกว่าลูกตัวเหลือง จึงอัลตราซาวนด์ดู หมอสงสัยว่าไม่มีท่อน้ำดี เลยส่งตัวไปโรงพยาบาลรามาธิบดี หมอที่นั่นบอกว่า ท่อน้ำดีตีบ ต้องผ่าตัดเชื่อมต่อท่อใหม่ น้องผ่าตัดตอน 3 เดือนแต่ก็ไม่หาย น้องกลับมาบ้านท้องเริ่มโต ป่องขึ้นเรื่อยๆ ตาเหลือง ตัวเหลือง พออายุได้ 8 เดือน น้องก็เสียชีวิต

ท้องครั้งใหม่

ฉันอยากบริจาคตับของน้อง เผื่อจะได้ต่อชีวิตให้เคสอื่น แต่ก็ไม่ทัน น้องติดเชื้อ เสียชีวิตปลายปีที่ผ่านมา ฉันทำใจไม่ได้ แต่แล้วไม่กี่วันหลังจากนั้น ฉันลืมกินยาคุม และตั้งท้องอีกครั้ง  หมอเตือนเหมือนกันว่าถ้ามีอีกก็จะชักอีก แต่ถ้าลูกคนแรกของฉันไม่ตาย ฉันก็ไม่อยากมีอีกหรอก ท้องนี้ฉันเลยเสี่ยงดูสักครั้ง หวังว่าคงจะเป็นลูกคนเดิมมาเกิดอีก

ลูกชายคุณแม่ครรภ์เป็นพิษ

ตอนนี้ฉันอายุครรภ์ได้ 28 สัปดาห์แล้ว ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ก็จะขอดูแลลูกคนนี้ให้ดีที่สุด

และคุณแม่ได้ฝากคำแนะนำในการสังเกตอาการครรภ์เป็นพิษและการดูแลตัวเองถึงคุณแม่ท้องท่านอื่นๆ ด้วยค่ะ

คุณแม่ Jeed NY ได้ฝากถึงคุณแม่ท่านอื่นๆ ด้วยว่า หากมีอาการเหนื่อยง่าย อึดอัดแน่นหน้าอก หายใจไม่ค่อยออก นอนไม่ได้ เท้าเริ่มบวม ให้รีบไปหาหมอด่วนเลย สำหรับการดูแลตัวเองเบื้องต้น คือ อย่านอนดึก พักผ่อนมากๆ ดื่มน้ำเปล่ามากๆๆ อย่าเครียด และงดอาหารเค็มค่ะ

ทาง The AsianParent Thailand ก็ขอเอาใจช่วยคุณแม่ Jeed NY และลูกในท้องให้ออกมาสมบูรณ์แข็งแรงนะคะ

ครรภ์เป็นพิษ ภัยร้ายใกล้ตัวแม่ท้อง

อาการเริ่มแรกของการตั้งครรภ์

ยาที่ควรเลี่ยงระหว่างตั้งครรภ์