ซื้อยาปฏิชีวนะมาให้ลูกกินเอง อันตรายถึงชีวิต!

ซื้อยาปฏิชีวนะมาให้ลูกกินเอง อันตรายถึงชีวิต!

เมื่อลูกมีอาการไข้ ไอ มีน้ำมูก หรือ ท้องเสีย คุณพ่อคุณแม่หลายท่านก็จะไปหาซื้อยาปฏิชีวนะ (ยาแก้อักเสบ, ยาฆ่าเชื้อ) มาให้ลูกทานเองบ่อยๆ ด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ว่าการกระทำเช่นนี้ อาจมีผลเสียที่เป็นอันตรายร้ายแรงตามมาได้ค่ะ

ยาปฏิชีวนะคืออะไรและใช้เพื่ออะไร?

ยาปฏิชีวนะที่มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย เป็นยาที่เราเรียกกันทั่วไปว่า “ยาแก้อักเสบ” หรือ “ยาฆ่าเชื้อ” เนื่องจากเมื่อมีการติดเชื้อแบคทีเรีย ร่างกายจะมีการตอบสนองเพื่อต่อต้านเชื้อโรค ด้วยระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย จึงเกิดอาการต่างๆเช่น มีไข้ คออักเสบแดง มีหนองบริเวณที่เป็นบาดแผล คนทั่วไปจึงเรียกว่า มี “การอักเสบ” เมื่อได้ทานยาปฏิชีวนะติดต่อกันจนครบตามระยะเวลาที่กำหนด เชื้อแบคทีเรียก็จะโดนกำจัด ทำให้อาการต่างๆที่แสดงถึงการอักเสบก็จะหายไป โดยที่ยาปฏิชีวนะเองไม่ได้มีฤทธิ์ไปต่อต้านการอักเสบโดยตรง

 

เพราะอะไรจึงไม่ควรเรียกยาปฏิชีวนะว่า “ยาแก้อักเสบ”?

เนื่องจาก การอักเสบ ในร่างกายนั้นเกิดได้จาก 2 สาเหตุ คือ การอักเสบแบบมีการติดเชื้อโรคเช่น คออักเสบ โพรงจมูกอักเสบ ปอดอักเสบ และ การอักเสบแบบไม่ติดเชื้อ เช่น ข้ออักเสบในผู้ป่วยโรคไขข้ออักเสบ กล้ามเนื้ออักเสบจากการใช้งานหนัก เป็นต้น การรักษาอาการอักเสบแบบมีการติดเชื้อโรค ที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย สามารถทำได้โดยการให้ยาปฏิชีวนะที่เหมาะสมกับเชื้อที่เป็นสาเหตุของโรคแก่ผู้ป่วย และต้องทานยาให้ครบ จนหมดตามระยะเวลาที่คุณหมอระบุ แต่การรักษาอาการอักเสบแบบไม่ติดเชื้อจะใช้ยาต้านการอักเสบ ที่ไม่ใช่ยาปฎิชีวนะ เช่น ยาลดไข้ แก้ปวด พาราเซตามอล หรือ ยาต้านการอักเสบชนิดที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAID) เช่น ยาแอสไพริน เป็นต้น โดยยากลุ่มนี้ไม่จำเป็นต้องรับประทานติดต่อจนครบหรือจนยาหมด

ดังนั้น เพื่อความไม่สับสน เราจึงไม่ควรเรียกยาปฎิชีวนะว่า “ยาแก้อักเสบ” นะคะ

 

หากใช้ยาปฏิชีวนะไม่ครบตามที่คุณหมอระบุจะเกิดผลเสียอย่างไร?

หากมีการติดเชื้อแบคทีเรียและจำเป็นต้องใช้ยาปฏิชีวนะ แต่ทานยาไม่ครบตามที่คุณหมอสั่ง ไม่ว่าจะเป็นขนาดที่ไม่เหมาะสม น้อยเกินไป หรือ ทานเป็นระยะเวลาสั้นเกินไปจะส่งผลเสียคือ นอกจากจะไม่หายเจ็บป่วยแล้ว ยังจะทำให้เกิดเชื้อดื้อยาได้เพราะเชื้อแบคทีเรียปรับตัวให้ตัวเองสามารถทน และอยู่รอดต่อยาปฏิชีวนะ เมื่อมีการเจ็บป่วยที่จำเป็นต้องใช้ยาปฏิชีวนะนั้นในครั้งต่อไป ก็อาจจะไม่สามารถใช้ยานั้นรักษาอย่างได้ผลแล้ว ทำให้การรักษายากขึ้น และเป็นโรครุนแรงขึ้นจนอาจเกิดอันตรายร้ายแรงถึงแก่ชีวิตจากการติดเชื้อแบคทีเรียที่ดื้อยาได้

 

เพราะเหตุใดจึงไม่ควรซื้อยาปฏิชีวนะมาใช้เอง?

เนื่องจาก การซื้อยาปฏิชีวนะมาใช้เอง โดยไม่ได้มีข้อบ่งชี้ในการใช้ จะก่อให้เกิดผลเสียมากมาย นอกจากจะเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดเชื้อแบคทีเรียที่ดื้อยาซึ่งอันตรายมาก ดังได้กล่าวมาแล้ว ยังอาจเกิดการแพ้ยาปฏิชีวนะทั้งๆที่ใช้ยาโดยไม่จำเป็น เนื่องจากยาปฏิชีวนะจัดเป็นกลุ่มยาที่มีรายงานการแพ้ได้บ่อย โดยบางครั้งอาจเกิดอาการแพ้รุนแรงได้ อีกทั้งการซื้อยาปฏิชีวนะมาใช้เองยังป็นการสิ้นเปลืองโดยเสียเปล่า เพราะอาจต้องเสียค่ายาไปโดยไม่หายจากโรคเนื่องจากโรคนั้นอาจเป็นการติดเชื้อไวรัสที่ไม่ต้องใช้ยาปฏิชีวนะในการรักษาเลยค่ะ

 

อาการป่วยแบบใดที่ควรไปพบคุณหมอเพื่อรับยาปฏิชีวนะ?

ไข้หวัด และท้องเสีย เป็นการเจ็บป่วยที่พบบ่อยในเด็กๆ เรามาดูกันว่า เมื่อไรที่ควรใช้ยาปฏิชีวนะ

- ไข้หวัด ที่มีหนองที่ต่อมทอนซิล มีน้ำมูกเขียวเหลืองทั้งวัน มีต่อมน้ำเหลืองใต้ขากรรไกรโต กดเจ็บและ ไข้สูง หรืออาการแย่ลง ใน 7-10 วัน

- ท้องเสีย ที่มีการถ่ายอุจจาระมีมูกเลือดปน ไข้สูง

 

หากลูกมีอาการเหล่านี้ อาจมีอาการป่วยจากการติดเชื้อแบคทีเรีย ก็ควรพาลูกไปพบคุณหมอเพื่อตรวจร่างกายให้ชัดเจนว่ามีการติดเชื้อจริง จะได้รับยาปฏิชีวนะที่เหมาะสมกับเชื้อแบคทีเรียที่ก่อโรค และได้รับคำแนะนำที่ถูกต้องในการใช้ยา
เพื่อความการปลอดภัยของลูก ไม่ควรซื้อยาปฏิชีวนะมาใช้เองนะคะ

 

บทความอื่นๆที่น่าสนใจ :

ยาสามัญประจําบ้าน คนมีลูก ยาสามัญ สำหรับทารก ยารักษาอาการป่วยที่พบบ่อยในเด็ก

คุณพ่อคุณแม่ต้องระวัง!! น้ำหอม กลิ่นแรงไป กลิ่นฉุนอาจเกิด อันตรายต่อลูก

 

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!