เปิดตัว “Mark McVeigh” ครูใหญ่โรงเรียนนานาชาติ DBS พร้อมเผยวิสัยทัศน์ ทิศทางการบริหาร และกลยุทธ์หลักในปี 2019 เพื่อรองรับการแข่งขันในระดับอาเซียน

เปิดตัว “Mark McVeigh” ครูใหญ่โรงเรียนนานาชาติ DBS พร้อมเผยวิสัยทัศน์ ทิศทางการบริหาร และกลยุทธ์หลักในปี 2019 เพื่อรองรับการแข่งขันในระดับอาเซียน

ด้วยสภาพเศรษฐกิจ และสังคมยุคโลกาภิวัฒน์ที่ต้องการบุคลากรที่สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ดี มีความคิดสร้างสรรค์ ความสามารถในการคิดวิเคราะห์ และทักษะชีวิต โรงเรียนนานาชาติจึงเป็นที่นิยมเพิ่มขึ้นมากในประเทศไทยในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา นอกจากคนไทยที่ส่งบุตรหลานเข้าเรียนในโรงเรียนนานาชาติมากขึ้นแล้ว ครอบครัวชาวต่างชาติที่เข้ามาประกอบอาชีพ และดำเนินธุรกิจในประเทศไทยก็มีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ด้วย

ความต้องการที่เรียนในโรงเรียนนานาชาติที่เพิ่มขึ้นนี้เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดการขยายตัวอย่างรวดเร็วของโรงเรียนนานาชาติในช่วงสิบปีที่ผ่านมา ปัจจุบันประเทศไทยมีโรงเรียนนานาชาติทั้งหมด 175 โรง และเป็นสมาชิกของสมาคมโรงเรียนนานาชาติแห่งประเทศไทย (ISAT) ทั้งหมด 127 โรง โดย 2 ใน 3 เป็นโรงเรียนนานาชาติในเขตกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล ในปี 2560 เพียงปีเดียว มีโรงเรียนนานาชาติเพิ่มขึ้นถึงเกือบ 20%  นับเป็นการขยายตัวแบบก้าวกระโดด ในธุรกิจที่มีขนาดของตลาดรวมประมาณ 60,500 ล้านบาท/ปี  (อ้างอิงจาก ISAT) ก่อให้เกิดการแข่งขันอย่างรุนแรงในแวดวงโรงเรียนนานาชาติ

เปิดตัว “Mark McVeigh” ครูใหญ่โรงเรียนนานาชาติ DBS พร้อมเผยวิสัยทัศน์ ทิศทางการบริหาร และกลยุทธ์หลักในปี 2019 เพื่อรองรับการแข่งขันในระดับอาเซียน

แม้โรงเรียนนานาชาติที่เปิดอยู่เดิมจะได้เปรียบโรงเรียนนานาชาติที่เปิดใหม่บ้างในด้านชื่อเสียงและการเป็นที่รู้จัก แต่โรงเรียนนานาชาติใหม่ๆ ก็มีโอกาสดีในการพัฒนาจุดแข็งที่แตกต่าง และตอบโจทย์ให้กับสังคมมากกว่าหลายโรงเรียนที่เปิดทำการเรียนการสอนอยู่เดิม ดังนั้น มร.มาร์ค แมคเวย์ (Mark McVeigh) ครูใหญ่โรงเรียนนานาชาติ Denla British School (DBS) ผู้มากประสบการณ์จากโรงเรียนชั้นนำทั้งในประเทศอังกฤษ และเอเชีย จึงมุ่งเน้นไปที่คุณภาพการเรียนการสอน และสภาพแวดล้อมที่ช่วยส่งเสริมการเรียนรู้ให้เด็กๆ ค้นพบทิศทางและความถนัดของตนเอง และพัฒนาได้เต็มศักยภาพ

สำหรับเป้าหมายและทิศทางของ DBS ในปี 2019 นั้น มร. แมคเวย์ กล่าวว่า DBS มีความตั้งใจที่จะพัฒนาจุดเน้นทั้ง 4 เรื่องของ DBS ให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น ได้แก่ 1. การใช้หลักสูตรและรูปแบบการจัดการเรียนการสอนจากโรงเรียนเอกชนชั้นนำของประเทศอังกฤษ ที่มีความโดดเด่นทั้งด้านวิชาการและด้านกิจกรรม มาปรับปรุงให้เข้ากับบริบทของสังคมไทย รวมถึงการเสริมภาษาจีน และภาษาไทยเข้าไปในหลักสูตรเพื่อให้เข้ากับความต้องการของโลกอนาคต (Enhanced British Curriculum) 2. การส่งเสริมให้เด็กนักเรียนมีสัมฤทธิผลทางวิชาการเต็มศักยภาพ (Academic Excellence for All) 3. การพัฒนาและปลูกฝังทักษะความเป็นผู้ประกอบการ (Entrepreneurship) เช่น ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ ความกล้าหาญในการตัดสินใจและลงมือทำ ซึ่งเป็นทักษะที่จำเป็นในอนาคต และ 4. การปลูกฝังพื้นฐานภาษาและวัฒนธรรมไทยที่เข้มแข็งให้กับนักเรียน (Preserving Thainess)

เปิดตัว “Mark McVeigh” ครูใหญ่โรงเรียนนานาชาติ DBS พร้อมเผยวิสัยทัศน์ ทิศทางการบริหาร และกลยุทธ์หลักในปี 2019 เพื่อรองรับการแข่งขันในระดับอาเซียน

มร.มาร์ค แมคเวย์ (Mark McVeigh)

มร. แมคเวย์ กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ปีนี้ DBS รับบุคลากรครู และพนักงาน ที่มีความเชี่ยวชาญมาเสริมทีมให้แข็งแกร่งขึ้น เพื่อรองรับนักเรียนที่เพิ่มขึ้นจากปีการศึกษาที่แล้ว และเพื่อเตรียมพร้อมเปิดการเรียนการสอนแผนกมัธยมปลาย (Senior School) สำหรับนักเรียนที่จะไปเรียนต่อในมหาวิทยาลัยชั้นนำทั่วโลก

นอกจากนั้นยังมีการปรับปรุงสนามกีฬากลางแจ้งส่วนหนึ่งให้กลายเป็นสนามกีฬาในร่มขนาดใหญ่ ซึ่งเด็กนักเรียนสามารถเล่นกีฬาได้หลายประเภทในสนามกีฬาแห่งใหม่ ซึ่งรวมถึงสนามบาสเกตบอล 2 สนาม คอร์ทแบดมินตัน 6 คอร์ท และสนามเน็ตบอล 2 สนาม รวมถึงยังมีโครงการที่จะปรับปรุงอาคารสถานที่ส่วนอื่นๆ เพื่อเสริมสร้างสภาพแวดล้อมที่จะส่งเสริมการเรียนรู้ และพัฒนาทักษะให้กับเด็กนักเรียนในทุกชั้นปีอีกด้วย ด้วยแผนการพัฒนาอย่างต่อเนื่องนี้ มร. แมคเวย์มั่นใจว่า DBS จะเป็นที่รู้จักในฐานะโรงเรียนนานาชาติชั้นนำของประเทศไทยในเวลาอันใกล้อย่างแน่นอน

สำหรับภาพรวมของตลาดการศึกษานานาชาติในประเทศไทย ผศ. ดร. ต่อยศ ปาลเดชพงศ์ กรรมการบริหารโรงเรียนนานาชาติ DBS กล่าวว่า ปัจจุบันมีกลุ่มทุนต่างชาติที่เข้ามาลงทุนธุรกิจการศึกษาในประเทศไทยหลายชาติ โดย 5 อันดับแรก ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น อินโดนีเซีย รัสเซีย และอังกฤษ  ซึ่งข้อมูลนี้มาจากสำนักงานพัฒนาและส่งเสริมธุรกิจบริการ

เปิดตัว “Mark McVeigh” ครูใหญ่โรงเรียนนานาชาติ DBS พร้อมเผยวิสัยทัศน์ ทิศทางการบริหาร และกลยุทธ์หลักในปี 2019 เพื่อรองรับการแข่งขันในระดับอาเซียน

ดร.เต็มยศ ปาลเดชพงศ์

ดร. เต็มยศ ปาลเดชพงศ์ กรรมการบริหารโรงเรียนนานาชาติ DBS อีกท่านเสริมว่า  จากการที่รัฐบาลมีแนวทางส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการศึกษานานาชาติของภูมิภาคอาเซียน ทำให้จำนวนนักเรียน และนักศึกษาต่างชาติที่เข้ามาศึกษาในประเทศไทยที่มีอัตราเพิ่มขึ้น ในอีกประมาณ 3 ปีข้างหน้า DBS มีแผนที่จะเปิดรับนักเรียนประจำ (Boarding School) เพื่อรองรับนักเรียนจากต่างประเทศ อาทิ จีน พม่า เกาหลีใต้ และเวียดนาม และนักเรียนไทยที่อาศัยอยู่ต่างจังหวัดด้วย

ผศ. ดร. ต่อยศ กล่าวด้วยความมั่นใจว่า  ด้วยประสบการณ์อันยาวนานด้านการศึกษา จากการบริหารจัดการโรงเรียน Marlborough College ซึ่งเป็นโรงเรียนสหศึกษาเอกชนชื่อดังในประเทศอังกฤษ และผลงานที่ยอดเยี่ยมในการพัฒนาโรงเรียน Marlborough College Malaysia ประกอบกับการสนับสนุนอย่างเต็มที่จากกลุ่มโรงเรียนอนุบาลเด่นหล้า โรงเรียนนานาชาติDBS จะมีคุณภาพการศึกษาทัดเทียมโรงเรียนนานาชาติชั้นนำของโลก

เกี่ยวกับ DBS

โรงเรียนนานาชาติเด่นหล้า (Denla British School) หรือ DBS เป็นโรงเรียนในเครือของกลุ่มโรงเรียนอนุบาลเด่นหล้า ที่เปิดสอนโดยใช้หลักสูตรการศึกษาของโรงเรียนเอกชนในประเทศอังกฤษ ตั้งอยู่บนพื้นที่ 45 ไร่ ถนนราชพฤกษ์  โดยมีคณะผู้บริหาร คือ อาจารย์อารย์ ปาลเดชพงศ์ (ประธานกรรมการบริหารโรงเรียนนานาชาติ DBS) ผศ. ดร. ต่อยศ ปาลเดชพงศ์ (กรรมการบริหารโรงเรียนนานาชาติ DBS)  และดร. เต็มยศ ปาลเดชพงศ์ (กรรมการบริหารโรงเรียนนานาชาติ DBS) เปิดรับนักเรียนอายุระหว่าง 3-18 ปี เข้าเรียนในระดับ Early Year 1 จนถึง Year 13 (เทียบเท่าชั้นอนุบาล 1 ถึง มัธยมศึกษาปีที่ 6)

เปิดตัว “Mark McVeigh” ครูใหญ่โรงเรียนนานาชาติ DBS พร้อมเผยวิสัยทัศน์ ทิศทางการบริหาร และกลยุทธ์หลักในปี 2019 เพื่อรองรับการแข่งขันในระดับอาเซียน

หลักสูตรการศึกษาของโรงเรียนได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่อให้เหมาะกับการศึกษาของนักเรียนไทย โดยมีส่วนช่วยเติมเต็มการเรียนรู้ ศักยภาพ และการใช้ชีวิตของนักเรียนได้อย่างมีเอกลักษณ์ โรงเรียนยังสรรหาบุคลากรในระดับแนวหน้าของวงการศึกษาทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงจัดหาสิ่งอำนวยความสะดวกที่ดีเยี่ยมเพื่อสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีให้กับนักเรียนทุกคน ในปีการศึกษา 2561 เปิดการเรียนการสอนในระดับชั้นอนุบาล 1 (Early Year 1) จนถึงมัธยมศึกษาปีที่ 2 (Year 8) อายุระหว่าง 3-12 ปี  และจะเปิดต่อเนื่องไปเรื่อยๆ จนถึง Year 13 (อายุ 18 ปี) ในปีต่อๆ ไป

โรงเรียนนานาชาติ Denla British School (DBS)  มุ่งเน้นการพัฒนาและส่งเสริมนักเรียนไปตามทิศทางความถนัดของแต่ละคน เรียนรู้ผ่านกิจกรรมที่สนุกและน่าสนใจ ทำให้มีความรู้ลึกซึ้งในระดับที่สามารถเอาไปประยุกต์ใช้ได้จริง โดยมีครูผู้เชี่ยวชาญคอยชี้แนะแนวทางให้นักเรียนบรรลุเป้าหมายตามศักยภาพของแต่ละคน รวมถึงสามารถสื่อสารได้หลากหลายภาษา ทั้งอังกฤษ ไทย และจีน ได้ดีตามแบบฉบับของเจ้าของภาษา ผนวกกับการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยเสริมประสิทธิภาพการเรียนการสอนให้อยู่ในระดับมาตรฐานโลก

เปิดตัว “Mark McVeigh” ครูใหญ่โรงเรียนนานาชาติ DBS พร้อมเผยวิสัยทัศน์ ทิศทางการบริหาร และกลยุทธ์หลักในปี 2019 เพื่อรองรับการแข่งขันในระดับอาเซียน

ด้านการเรียนการสอน DBS จะใช้ระบบ Extended Day หรือการใช้วันเรียนที่ยาวขึ้น ซึ่งจะเสริมกิจกรรมต่างๆ ให้กับนักเรียนในช่วงเย็น รวมถึงชมรม (Club) ต่างๆ และช่วงเวลาในการทำการบ้าน เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับวันต่อไป (Prep) ซึ่งทั้งหมดนี้จะต้องอยู่ภายใต้ดูแลอย่างใกล้ชิดของคุณครูประจำ

เปิดตัว “Mark McVeigh” ครูใหญ่โรงเรียนนานาชาติ DBS พร้อมเผยวิสัยทัศน์ ทิศทางการบริหาร และกลยุทธ์หลักในปี 2019 เพื่อรองรับการแข่งขันในระดับอาเซียน

ที่ DBS มี อาคารสถานที่ และสิ่งอำนวยความสะดวกที่มีคุณภาพเทียบเท่าระดับสากล เช่น อาคารเรียน และห้องเรียนขนาดใหญ่พิเศษ อุปกรณ์การเรียนการสอนครบครัน  และเกือบ 50% ของพื้นที่ 45 ไร่ถูกพัฒนาให้เป็นพื้นที่กิจกรรม อาทิ สนามฟุตบอลขนาดมาตรฐาน ปูด้วยหญ้าระดับแข่งขัน (FIFA Preferred 2 Star) พร้อมลู่วิ่งมาตรฐานขนาด 400 เมตร สนามบาสเกตบอล สนามเทนนิส สนามฝึกซ้อมกอล์ฟ สระว่ายน้ำ (สระน้ำเกลือ) โรงยิมในร่มขนาดใหญ่ โรงละคร ห้องดนตรี ห้องสมุด ห้องศิลปะ 2D และ 3D ห้องเรียนเต้น และห้องกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมาย

เปิดตัว “Mark McVeigh” ครูใหญ่โรงเรียนนานาชาติ DBS พร้อมเผยวิสัยทัศน์ ทิศทางการบริหาร และกลยุทธ์หลักในปี 2019 เพื่อรองรับการแข่งขันในระดับอาเซียน

ข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
เว็บไซต์: www.dbsbangkok.ac.th
Facebook: www.facebook.com/DBSBangkok
Twitter: DBSBangkok
Line: @DBSBangkok

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

บทความโดย

theAsianparent Editorial Team

app info
get app banner