เปลี่ยน "พลังซน" ให้เป็น "พลังบวก" ด้วย "พลังรัก"

เคยมีลูก ๆ บ้านไหนไหมค่ะ ที่หลังผ่านเหตุการณ์เล่นซนมาตั้งแต่เช้า..จรดค่ำ จนคุณพ่อคุณแม่แทบอยากจะนอนสลบไปกับอุปกรณ์ของเล่นมากมายก่ายกองรอบตัวลูกให้รู้แล้วรู้รอดไป แต่เด็ก ๆ ก็ยังตาใสแจ๋วแถมยังส่งยิ้มหวานกลับมาเป็นนัย ๆ อีกว่า "หนูไม่ง่วงซักกะนิด" อาการไม่ไหวจะเคลียร์..แอบอ่อนเพลียทั้งใจทั้งกายก็มาตกหนักที่เราคนเป็นพ่อเป็นแม่นี่หล่ะค่ะ ที่ต้องหอบขอบตาดำ ๆ เหมือนหมีแพนด้าไปทำงานทุกวัน

เปลี่ยนพลังซนให้เป็นพลังบวกด้วยพลังรัก

เปลี่ยนพลังซนให้เป็นพลังบวกด้วยพลังรัก

เหตุการณ์นี้บ้านไหนที่เคยมาแล้วก็จะทราบดีว่าเด็ก ๆ มี “พลังซน” ที่อดทนต่อการอดหลับอดนอนและเป็นปฏิปักษ์ต่อความต้องการเวลาพักผ่อนของคุณพ่อคุณแม่ในวันหยุดเสียจริง และในเมื่อความซนมีค่าเท่ากับพลังงาน (ซน = พลังงาน) เราลองมาแปลงพลังซนของเด็ก ๆ ให้เป็นพลังบวกกันด้วยเทคนิคง่าย ๆ ดีไหมค่ะ

1. กีฬา…เป็นยาวิเศษ: ลองดูความชอบรวม ๆ กันของประเภทกีฬาที่สมาชิกในครอบครัวจะสามารถทำร่วมกันนะคะ หรืออาจใช้วิธีการไปที่สวนสาธารณะ ซึ่งมีการรับสมัครสมาชิกกีฬาในแบบต่าง ๆ เพื่อเปิดโอกาสให้ทั้งเราและลูกได้ออกกำลังกาย เพื่อให้เด็ก ๆ ได้ใช้พลังในทางสร้างสรรค์ แถมยังได้สุขภาพแข็งแรงกลับมาทั้งครอบครัวอีกด้วย

2. กิจวัตรประจำวันหนูทำได้…ง่ายนิดเดียว: การฝึกลูกคือการฝึกเราให้เคยชินกับการทำกิจวัตรประจำวันต่าง ๆ ตามวัย ตั้งแต่ตื่นนอนตอนเช้าพับผ้าจัดที่นอน เข้าห้องน้ำทำภาระกิจส่วนตัว เเต่งตัว รับประทานอาหาร ฯลฯ ไปจนถึงการเตรียมตัวจัดเสื้อผ้าชุดนักเรียน รวมทั้งการจัดกระเป๋านักเรียน และเช็คอุปกรณ์การเรียนสำหรับวันต่อไปในช่วงก่อนเข้านอน ต่างก็เป็นสิ่งที่ลูก ๆ ทำได้ตั้งแต่วัยอนุบาล เพียงแค่ต้องการผู้ใหญ่ใจดีมาช่วยชี้แนะและให้กำลังใจเท่านั้นค่ะ

เปลี่ยนพลังซนให้เป็นพลังบวกด้วยพลังรัก

ใช้พลังอันล้นหลามของเด็กให้เป็นประโยชน์

3. งานบ้าน…งานของหนู: ฝึกให้ลูกรับผิดชอบงานบ้านง่าย ๆ ตามวัย ถ้าเป็นเด็กเล็กก็อาจจะใช้เรื่องการรดน้ำต้นไม้ การให้อาหารปลา ฯลฯ ถ้าเป็นเด็กโตก็อาจจะฝึกความรับผิดชอบที่มากขึ้นอาทิ การล้างจาน ทำความสะอาดโต๊ะอาหาร ฯลฯ งานบ้านเล็ก ๆ น้อยจะช่วยทำให้เด็ก ๆ รู้สึกภูมิใจที่ได้รับมอบหมายความไว้วางใจจากคุณพ่อคุณแม่ เป็นการช่วยฝึกความรับผิดชอบให้กับเด็กแต่ละคน นอกจากนี้ยังช่วยให้ทักษะสังคมของลูก ๆ แข็งแกร่งขึ้นอีกด้วย เพราะเมื่อลูกต้องเข้าเรียนในระดับประถมศึกษา ความรับผิดชอบเป็นสิ่งที่เด็ก ๆ จะต้องเผชิญแบบทันทีทันใด เช่น การทำเวรประจำวัน การทำความสะอาดจานอาหาร ฯลฯ เด็กที่เตรียมทักษะด้านนี้มาดีจะมีต้นทุนชีวิตสำหรับการอยู่ร่วมและร่วมอยู่กับผู้อื่นได้เป็นอย่างดีค่ะ

ให้เด็กช่วยงานบ้าน

4. นวด…เพิ่มพลังรัก: ถ้าใครจำได้สมัยที่เราเป็นเด็กคงเคยมีโอกาสได้บีบ ๆ นวด ๆ ญาติผู้ใหญ่ในบ้านกันมาแล้วใช่ไหมคะ
การเปิดโอกาสให้เด็ก ๆ ได้ใช้พลังซนไปสร้างพลังสุขให้กับคุณปู่ คุณย่า คุณตา คุณยาย (บางครั้งกับคุณพ่อคุณแม่หรือพี่ ๆ น้อง ๆ )ในบ้าน จึงเป็นการเพิ่มพลังแห่งรักง่ายๆสำหรับทุกคนในครอบครัวค่ะ เด็ก ๆ ได้เรียนรู้ที่จะตอบแทนผู้ใหญ่ในบ้านที่ทำงานเหนื่อยมาทังวัน ผู้ใหญ่ในบ้านก็ได้รับพลังแห่งรักจากลูกหลาน คุณพ่อคุณแม่ก็สุขค่ะเพราะลูก ๆ ใช้พลังซนให้เป็นประโยชน์ค่ะ แหมมีความสุขกันถ้วนหน้าจริง ๆ ค่ะ นอกจากที่เด็ก ๆ จะใช้พลังนี้ไปในทางสร้างสรรค์แล้ว ยังเป็นการกระชับความสัมพันธ์ให้กับคนในครอบครัวให้ได้มีโอกาสดี ๆ ในการสื่อสารความรักจากการนวดได้อีกทางด้วยนะคะ ภาษากายช่วยสื่อภาษาใจค่ะ

5. ปลูกผักสวนครัว…รั้วกินได้: บ้านใดที่พอจะมีพื้นที่ หรืออาจจะจัดปลูกลงในกระถางตามความสะดวกของครอบครัวค่ะ เมื่อผลผลิตถึงเวลาเติบโตเด็ก ๆ จะได้ผักปลอดสารพิษที่สามารถเด็ดใช้ง่าย ๆ ได้จากริมรั้วข้างบ้าน การปลูกผักก็เป็นอีกงานที่เด็ก ๆ ให้ความสนใจได้ทั้งการใช้พลังงาน และยังได้ประโยชน์จากการที่เด็ก ๆ จะรับประทานอาหารจากผักได้มากขึ้นอีกด้วย เพราะภูมิใจที่ได้ปลูกผักเอง นอกจากนี้การฝึกให้เด็กปลูกพืชจะส่งผลทางอ้อมให้เด็กมีสมาธิมากขึ้น รอได้ คอยได้ เพราะต้องออกมาเฝ้าสังเกตพืชผักที่ตนเองปลูกทุกวัน การใช้พลังของลูกมาเป็นพลังต่อเนื่องให้กับร่างกาย (อาหารพลังชีวิต) และถ้าจะนับไปก็ยังได้เรื่องการเห็นคุณค่าของตนเองจากความภูมิใจเล็ก ๆ เมื่อพืชผักได้เวลาแปรรูปไปเป็นอาหารอีกด้วยนะคะ ได้เวลาลุกขึ้นมาออกแรงสร้างแปลงผักกันแล้วค่ะ

เลี้ยงลูกด้วยอาหารออร์แกนิก

คราวนี้ลองมาเลือกวิธีการเปลี่ยนแปลงพลังด้านลบจากความ “ซุกซน” ให้กลายเป็นพลังด้านบวกอันเต็มไปด้วย “คุณค่า” กันนะคะ เชื่อทีเดียวว่าไม่ใช่แค่คุณพ่อคุณแม่จะไปเปลี่ยนเฉพาะรูปแบบของพลังงานเท่านั้น แต่คุณพ่อคุณแม่กำลังสร้างขุมพลังขุมใหม่ด้วยพลังงานด้านบวกให้กับครอบครัวด้วย “พลังรัก” ของคุณพ่อคุณแม่เองค่ะ

โดย ครูป๋วย

พาลูกเที่ยวป่าหน้าฝน