หม่ำบนฟ้าอร่อยจัง! เทคนิค เตรียมอาหารให้ลูก เมื่อต้องขึ้นเครื่องบิน

lead image

การจัดเตรียมอาหารให้ลูกอายุ 6 เดือนขึ้นไป ถือเป็นโจทย์ท้าทายของคุณพ่อคุณแม่หลายๆ คนเลยก็ว่าได้ เพราะเด็กวัยนี้กำลังอยู่ในช่วงฝึกเคี้ยว กลืน เรียนรู้รสชาติแปลกใหม่นอกเหนือไปจากน้ำนมแม่ ซึ่งอาหารเสริมต่างๆ ทำให้ลูกได้รับคุณค่าทางโภชนาการที่หลากหลายขึ้น และส่งผลต่อการเจริญเติบโตที่แข็งแรงสมวัยด้วยค่ะ

เนื่องจากมนุษย์เหงือกตัวน้อยๆ ยังไม่มีฟันแข็งแรงพอที่จะบดเคี้ยวอาหารเนื้อแข็งหรือเหนียวได้ มื้อแรกของลูกจึงต้องเริ่มจากผักหรือข้าวที่ปั่นจนเหลวข้นเนื้อเนียนคล้ายโยเกิร์ตก่อน แล้วจึงเปลี่ยนไปเป็นอาหารที่มีเนื้อหยาบเล็กน้อย แต่ยังคงมีลักษณะนุ่มเปื่อยเคี้ยวง่ายๆ จากนั้นจึงพัฒนาเป็นอาหารชิ้นเล็กหยิบทานได้ค่ะ

src=https://th admin.theasianparent.com/wp content/uploads/sites/25/2017/09/Emirate 3 5.jpg หม่ำบนฟ้าอร่อยจัง! เทคนิค เตรียมอาหารให้ลูก เมื่อต้องขึ้นเครื่องบิน

src=https://th admin.theasianparent.com/wp content/uploads/sites/25/2017/09/Emirate 3 2.jpg หม่ำบนฟ้าอร่อยจัง! เทคนิค เตรียมอาหารให้ลูก เมื่อต้องขึ้นเครื่องบิน

“อาหารแช่แข็ง” ไอเดียอร่อย คุณค่าครบ

หนูน้อยวัยเริ่มอาหารเสริม ทาน 1-2 ช้อนโต๊ะก็อิ่มแล้วค่ะ คุณแม่ๆ ยุคใหม่จึงนิยมทำ “อาหารแช่แข็ง” เอาไว้ให้ลูก เพราะสะดวกแถมยังประหยัดเวลาด้วย กรรมวิธีก็ง่ายมาก นำไปต้ม ตุ๋น นึ่ง บด ปั่นให้เนียน จากนั้นเทใส่ถาดสำหรับทำน้ำแข็ง แช่ช่องฟรีซ พอถึงเวลาก็แกะออกมาอุ่นด้วยหม้อหรือไมโครเวฟ ทานแค่ไหนก็แกะออกมาอุ่นแค่นั้น ที่สำคัญ อาหารปรุงสุกใหม่ๆ แล้วแช่แข็งให้อุณหภูมิลดลงอย่างรวดเร็วทันทีจะไม่สูญเสียคุณค่าทางอาหารไป แถมยังเก็บได้นานหลายอาทิตย์ แต่เราก็คงไม่เก็บนานขนาดนั้นเนอะ ทำสำหรับทาน 2-3 วัน แล้วเปลี่ยนเมนูไปเรื่อยๆ เพื่อให้ลูกตื่นเต้นกับรสชาติแปลกใหม่ดีกว่าค่ะ

เทคนิค เตรียมอาหารให้ลูก ทานบนเครื่องบิน

อาหารแช่แข็ง ก็เป็นอีกหนึ่งไอเดียที่เหมาะสำหรับพกพาไปทานนอกบ้านอีกด้วยค่ะ โดยเฉพาะระหว่างทางที่เจ้าตัวน้อยอยู่บนเครื่องบินก็สามารถหยิบมาอุ่นทานได้สะดวกเลยล่ะ แต่คุณแม่ลองพิจารณาจากระยะเวลาในการเดินทางด้วยนะคะ ถ้าหากใช้เวลาบินนานหลายชั่วโมงควรเตรียมทั้ง นม อาหารแช่แข็ง และอาหารว่าง ในปริมาณที่พอดี ซึ่งตามกฎ TSA (Transportation Security Administration หน่วยงานด้านความปลอดภัยในการเดินทางของประเทศสหรัฐอเมริกา) อนุญาตให้คุณแม่นำนมชง น้ำนมแม่ น้ำผลไม้สำหรับเด็ก ขึ้นเครื่องไปได้ โดยไม่มีข้อจำกัดเรื่องจำนวนและน้ำหนักอีกด้วย

เมนูน่าอร่อยมีหลายแบบ เช่น ข้าวบด ฟักทองบด มันเทศบด โดยนำไปผสมกับน้ำนมแม่ที่ลูกคุ้นเคยดีอยู่แล้ว หรือผสมน้ำซุปกระดูกหมูนิดหน่อยเพื่อให้ได้รสชาติกลมกล่อมยิ่งขึ้น พอทำเสร็จแช่แข็งเอาไว้ในตู้เย็น แล้วก่อนออกจากบ้านให้แพ็คใส่ในกระเป๋าเก็บความเย็น และถ้ามี Ice Pack ด้วยยิ่งดีนะ หาผ้ามาห่อรอบๆ กระเป๋าเพื่อช่วยเก็บรักษาความเย็นเอาไว้อีกชั้นหนึ่ง จากนั้นนำไปใส่กระเป๋าใบใหญ่ที่ต้องถือติดตัวขึ้นเครื่องอีกที และเมื่อถึงเวลาหม่ำก็ให้แอร์โฮสเตสช่วยอุ่นด้วยไมโครเวฟก็เป็นอันทานได้เลยค่ะ นอกจากอาหารแช่แข็งฝีมือแม่แล้ว ทางสายการบินยังมีอาหารสำหรับเด็กๆ ไว้ให้ ซึ่งคุณแม่สามารถสั่งล่วงหน้าได้เลย

src=https://th admin.theasianparent.com/wp content/uploads/sites/25/2018/09/Emirate 3 4.jpg หม่ำบนฟ้าอร่อยจัง! เทคนิค เตรียมอาหารให้ลูก เมื่อต้องขึ้นเครื่องบิน

ในส่วนของอุปกรณ์สำหรับการหม่ำนั้นคุณแม่สามารถเตรียมมาเอง แต่ในบางสายการบินอย่าง สายการบินเอมิเรตส์ ก็มีบริการเมนูอาหารสุดอร่อยสำหรับเด็กๆ อายุ 2 – 12 ปี ในทุกเที่ยวบินพร้อมเสิรฟ์ด้วยถาดอาหารที่ได้รับการออกแบบพิเศษในลวดลาย The Emirates Little Travellers สุดแสนน่ารักมาเอาใจคุณหนูๆ อีกด้วย นอกจากนี้ยังมีบริการอุปกรณ์ชุดอำนวยความสะดวก ทิชชูเปียก, ครีม, ผ้ากันเปื้อนสำหรับเด็ก, ยางกัด , กระดาษทิชชู่ , เปลนอนเด็ก, ผ้าอ้อม, เตียงเปลี่ยนผ้าอ้อม, ขวดนมเด็ก, นมผง รวมถึงเมนูอาหารเสริมสำหรับเด็กทารกอีกด้วย

src=https://th admin.theasianparent.com/wp content/uploads/sites/25/2018/09/Emirate 3 3.jpg หม่ำบนฟ้าอร่อยจัง! เทคนิค เตรียมอาหารให้ลูก เมื่อต้องขึ้นเครื่องบิน

ข้าวกล้องตุ๋นผักรวม อาหารเสริมแช่แข็ง อร่อยเหนือเมฆ!!

ทริปท่องเที่ยวกับเบบี๋คราวถัดไป ถ้ายังนึกไม่ออกว่าจะเตรียมเมนูอะไรขึ้นเครื่องบิน ขอแนะนำ “ข้าวกล้องตุ๋นผักรวม” วิธีทำก็แสนเบสิกสุดๆ มาดูกันเลย!

เตรียมวัตถุดิบและอุปกรณ์

  1. ผักที่ลูกชอบ เช่น บล็อกโคลี เบบี้แครอท ข้าวโพดอ่อน มันฝรั่ง ซูกินี่ มะเขือเทศ มันหวานญี่ปุ่น เลือกสัก 3-4 ชนิด
  2. เนื้อปลา และตับไก่สด
  3. ข้าวกล้องหอมมะลิ
  4. น้ำซุปซี่โครงไก่
  5. บล็อคน้ำแข็งซิลิโคน ลายน่ารักๆ หรือถาดน้ำแข็งที่มีอยู่แล้ว
  6. ถุงซิปล็อค สำหรับใส่อาหารที่แข็งแล้ว แยกเป็นประเภทไว้

ขั้นตอนการทำ

  1. นำผักไปล้างให้สะอาด ปลอกเปลือก แล้วหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ใส่ในหม้อนึ่ง เมื่อนึ่งสุกแล้วให้ใส่ลงในเครื่องปั่น ปั่นให้ละเอียด (แยกปั่นแต่ละชนิดเอาไว้)
  2. ต้มปลาและตับไก่ให้สุก แล้วนำไปปั่นจนละเอียด
  3. หุงข้าวกล้องหอมมะลิให้สุก แล้วนำไปปั่นให้ละเอียด
  4. เคี่ยวน้ำซุปซี่โครงไก่จนได้ที่ โดยใส่แครอท มันฝรั่ง หอมหัวใหญ่ เพื่อให้มีรสหวานกลมกล่อมขึ้น แล้วกรองเอาแต่น้ำซุปใสๆ พักเอาไว้
  5. เทน้ำซุป ผักแต่ละชนิด เนื้อสัตว์ ข้าวกล้อง ใส่ถาดน้ำแข็งหรือบล็อคซิลิโคน โดยใส่แยกช่องกัน
  6. ก่อนออกเดินทาง ให้แกะออกมาใส่ถุงซิปล็อค แล้วใส่กระเป๋าเก็บความเย็น
  7. เมื่อต้องการทานให้อุ่นอาหารทุกก้อนรวมกัน แล้วคนให้เป็นเนื้อเดียว พร้อมเสิร์ฟ

เมนูสำหรับเด็กวัยเริ่มอาหารเสริม 6 เดือนขึ้นไปนั้น คุณแม่ควรป้อนในปริมาณน้อยๆ เพื่อให้ลูกคุ้นเคยกับรสชาติ และช่วยให้ระบบย่อยอาหารของลูกไม่ทำงานหนักเกินไปนัก เมื่อลูกไม่มีอาการแพ้ จึงค่อยเปลี่ยนหรือประยุกต์นำข้าวบดไปผสมกับวัตถุดิบชนิดอื่นบ้าง ซึ่งต้องนึ่งให้สุกและนิ่ม บดจนเนื้อเนียน กินง่าย เช่น มันฝรั่งหวาน ฟักทอง อะโวคาโด ปวยเล้ง มะเขือเทศ ผักเหล่านี้มีรสหวาน ไม่เหม็นเขียวค่ะ สำหรับผลไม้อาจเริ่มจากให้ชิมผลไม้บด หรือน้ำผลไม้ 1-2 ช้อนชา แล้วค่อยเพิ่มปริมาณขึ้นทีละน้อย เมื่อลูกคุ้นเคยกับผลไม้ชนิดแรกดีแล้ว จึงค่อยเปลี่ยนเป็นน้ำผลไม้หรือน้ำผักชนิดอื่นๆ และหลังจากอายุ 8 เดือนขึ้นไป สามารถเพิ่มเนื้อสัตว์บดเสริมเข้าไปกับข้าวบดได้ เพื่อให้ลูกได้รับอาหารที่มีคุณค่าครบทั้ง 5 หมู่ และเหมาะสมตามวัยค่ะ

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริการเสริมสำหรับเด็กและเด็กแรกเกิด สามารถเข้าชมได้ที่  www.emirates.com