เทคนิคง่ายๆ มิกซ์แอนด์แมทช์เสื้อผ้าอย่างไร ให้เข้ากับช่วงวัยของหนูๆ

lead image

การได้รับการดูแลเอาใจใส่จากพ่อแม่ตั้งแต่ลูกน้อยยังเป็นทารกแรกเกิด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องโภชนาการที่ถูกสุขอนามัย การอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดี การเปิดโลกทัศน์ให้หนูๆ ได้เรียนรู้สิ่งใหม่ด้วยกิจกรรมต่างๆ รวมถึงการเลือกเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายให้เหมาะสมกับกับกิจกรรมและช่วงวัยของเด็ก เป็นอีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่พ่อแม่ไม่ควรมองข้าม เพราะด้วยสรีระของลูกน้อยที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา และกิจกรรมต่างๆ ที่เหมาะกับเครื่องแต่งกายที่แตกต่างกัน คอตตอน ยูเอสเอ จึงได้รวบรวมเทคนิคการเลือกเสื้อผ้าให้เหมาะกับแอคทิวิตี้ของลูกน้อย เพื่อการเรียนรู้และจดจำสิ่งใหม่ๆ ได้อย่างไร้กังวล

ผิวของเด็กๆ นั้นบอบบางกว่าที่เราคิด โดยเฉพาะผิวของเด็กแรกเกิดจนถึงช่วงปฐมวัย จึงไม่แปลกที่ลูกน้อยจะมีผิวที่แห้งง่าย และต้องการการดูแลเอาใจใส่อย่างใกล้ชิด ที่สำคัญคือผิวจะอ่อนแอต่อการสัมผัสกับสารที่ก่อให้เกิดการระคายเคือง ทำให้เกิดผดผื่นหรือรอยแดงอักเสบได้ง่ายมาก ดังนั้นการเลือกผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากธรรมชาติให้สัมผัสอันอ่อนนุ่มไม่ระคายผิวของลูกน้อย จึงเป็นสิ่งจำเป็นที่สุดสำหรับพ่อแม่

พ่อแม่ควรพิถีพิถันและใส่ใจในการเลือกเสื้อผ้าชนิดที่เหมาะสมกับเด็กโดยเฉพาะ โดยพิจารณาจากคุณสมบัติของเส้นใยที่ไม่ดูดซับความร้อนและช่วยระบายถ่ายเทอากาศได้ดี อย่างผลิตภัณฑ์ภายใต้โลโก้ คอตตอน ยูเอสเอ ที่ทำจากเส้นใยฝ้ายธรรมชาติ 100% ที่มีคุณภาพสูง นอกจากจะเหมาะกับอากาศร้อนอบอ้าวของเมืองไทยแล้ว ยังให้ความนุ่มสบาย ทนทานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

src=https://th admin.theasianparent.com/wp content/uploads/sites/25/2015/05/5745 PK COTTON 070 042 V5.jpg เทคนิคง่ายๆ มิกซ์แอนด์แมทช์เสื้อผ้าอย่างไร ให้เข้ากับช่วงวัยของหนูๆ

เลือกเสื้อผ้าอย่างไร ให้เข้ากับช่วงวัยของหนูๆ

  • วัยแรกเริ่ม ตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 1 ปี ซึ่งเป็นช่วงวัยที่ต้องทะนุถนอมเป็นอย่างมาก เพราะภูมิคุ้มกันต่างๆ ของร่างกายยังมีน้อยมาก ดังนั้นเสื้อผ้า ชิ้นจำเป็นที่ทารกควรมี ควรเป็นเสื้อผ้าที่ผลิตจากเส้นใยที่ได้มาจากธรรมชาติ ปราศจากสารเคมีที่ใช้ในการตกแต่งเนื้อผ้า และเหมาะสมกับทุกสภาวะอากาศ อย่างผ้าฝ้ายแท้ธรรมชาติคุณภาพสูง 100% ในช่วงฤดูร้อนควรจะเลือกเสื้อผ้าที่ให้ความรู้สึกบางเบา สามารถถ่ายเทอากาศได้ดีและแห้งเร็ว เมื่อมีเหงื่อออกหรือน้ำนมหกเปื้อนจะไม่เกิดแบคทีเรียหรือกลิ่นอับชื้นที่อาจส่งผลให้เกิดผื่นแพ้ได้ง่าย ส่วนในฤดูหนาวหรือถ้าอยู่ในห้องปรับอากาศ ก็ควรเลือกเสื้อผ้าที่หนานุ่มสบายผิวและให้ความรู้สึกอุ่นสบาย
  • วัยเตาะแตะ อายุระหว่าง 1-3 ปี เป็นวัยที่เริ่มซุกซน อยากรู้อยากเห็น เริ่มมีภูมิคุ้มกันมากขึ้น สำหรับเสื้อผ้าที่เหมาะกับเด็กวัยนี้ ควรเลือกชนิดที่ทำความสะอาดได้ง่าย เนื้อผ้าทนทานและระบายอากาศได้ดี เสื้อผ้าของเด็กวัยนี้สามารถเพิ่มกลิ่นอายของแฟชั่น ความสวยงามและฟังก์ชั่นตกแต่งมากขึ้นได้ ขณะเดียวกันก็ควรเลือกสิ่งตกแต่งบนเสื้อผ้าที่ปราศจากความแข็งและความแหลมคม ที่สามารถเสียดสีหรือกดทับผิวอันอ่อนนุ่มของลูกน้อย จนก่อให้เกิดความระคายเคืองแล้ว หรือเป็นต้นเหตุของการเกิดบาดแผลอีกด้วย
  • วัยเตรียมอนุบาล คือ อายุระหว่าง 3-5 ปี เป็นวัยที่เด็กได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ มีพฤติกรรมเลียนแบบ ชอบทำกิจกรรม และเป็นวัยที่ต้องเริ่มปรับตัวเข้ากับเพื่อนใหม่ เข้าร่วมสังคมต่างๆ เริ่มรู้จักเลือกสิ่งของที่ตนเองชอบ ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ควรเปิดโอกาสให้ลูกมีส่วนร่วมในการเลือกซื้อเสื้อผ้าด้วยตัวเองบ้าง และควรคำนึงถึงการเลือกเสื้อผ้าให้เหมาะกับกิจกรรมต่างๆ เช่น กิจกรรมกลางแจ้ง ก็ควรเลือกเสื้อผ้าที่สามารถป้องกันแสงยูวีได้ เพื่อลดผลกระทบต่อผิวหนังของเด็ก หรือกิจกรรมภาคสนามที่ต้องเลอะเทอะ สมบุกสมบัน ก็ควรเลือกเสื้อผ้าที่สามารถซักทำความสะอาดสิ่งสกปรกออกได้ง่าย เพื่อช่วยลดการใช้ผงซักฟอกหรือสารเคมีเข้มข้นในการขจัดคราบสกปรก ที่อาจส่งผลให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวและสุขภาพของลูกน้อยได้

ชวนพ่อแม่มิกซ์แอนด์แมทช์เสื้อผ้าคุณหนูด้วยเทคนิคแสนง่าย >>

src=https://th admin.theasianparent.com/wp content/uploads/sites/25/2015/05/cottonmixandmatch.jpg เทคนิคง่ายๆ มิกซ์แอนด์แมทช์เสื้อผ้าอย่างไร ให้เข้ากับช่วงวัยของหนูๆ

เทคนิคง่ายๆ “มิกซ์แอนด์แมทช์” เพิ่มดีกรีความสนุกให้กับทุกกิจกรรม

สำหรับเด็กผู้หญิง

  • อาจเลือกชุดลายพิมพ์ดอกไม้แฟนซีหลากสีสัน กับเลกกิ้งสีบานเย็น ช่วยเพิ่มความน่ารักสดใสสมวัยสไตล์สาวหวาน
  • อาจหาเสื้อผ้าฝ้ายเนื้อบางเบาประดับลูกไม้น่ารักๆ ใส่กับท่อนล่างอย่างกระโปรงยีนส์ จะเลือกแมทช์สีที่ตัดกันหรือกลมกลืนกันทั้งเสื้อและกระโปรงก็ได้ ขึ้นอยู่กับสไตล์ความชอบของเด็กว่าจะไปทางเปรี้ยวจี๊ดหรือแนวอ่อนหวาน

สำหรับเด็กผู้ชาย

  • คุณพ่อคุณแม่ อาจลองเลือกกางเกงยีนส์ฟอกสีน้ำเงินดูทันสมัยและสามารถใส่กับเสื้อผ้าชิ้นอื่นได้ง่าย เป็นต้นว่าเสื้อทีเชิ้ตสีเหลืองสดสไตล์หนุ่มน้อยมาดเซอร์ หรืออาจจะเพิ่มความเก๋ด้วยเสื้อเชิ้ตลายเท่ๆ กับกางเกงขาสั้นสีพื้นในลุคสบายๆ แต่ดูหล่อบาดใจเกินวัย
  • หยิบเสื้อยืดกับเสื้อเชิ้ตมาใส่ทับซ้อนกัน ผูกชายเสื้อด้านข้างหรือพับปลายแขนในแบบฉบับหนุ่มน้อยสุดคูล

สำหรับโอกาสสำคัญต่างๆ

อาจเพิ่มลูกเล่นของเสื้อผ้าด้วยโทนสีพาสเทลอ่อนๆ อย่างสีเบจ ครีม น้ำตาล ที่ให้ความรู้สึกหรูหราคลาสสิค มิกซ์แอนด์แมทช์เสื้อผ้าไล่เฉดสีโทนเดียวกันจากอ่อนไปเข้ม โดยยึดกางเกงหรือกระโปรงสีเบจเป็นหลัก เสริมด้วยเครื่องประดับให้ดูโดดเด่น เป็นต้นว่า หมวก กระเป๋า และรองเท้า ที่เพิ่มเสน่ห์ความน่าสนใจให้คุณหนูๆ ได้ไม่น้อย

ประโยชน์ของการมิกซ์แอนด์แมทซ์เสื้อผ้าให้ลูกน้อย

การมิกซ์แอนด์แมทช์เสื้อผ้ายังเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยส่งเสริมพัฒนาการของเด็ก โดยเฉพาะเรื่องของสีสันและลวดลาย จะช่วยส่งเสริมจินตนาการ การจดจำสิ่งต่างๆ สีสันและลวดลายสะดุดตาของเสื้อผ้าจะส่งผลต่อพัฒนาการด้านอารมณ์และสมองของเด็กให้ดีขึ้น และเป็นการให้หนูๆ ได้เรียนรู้ ลองเลือก และทดลองด้วยตัวเองในการสวมใส่ ทำให้เด็กรู้สึกมั่นใจและภูมิใจในผลงานมิกซ์แอนด์แมทช์ภายใต้ความคิดสร้างสรรค์ของพวกเขาเอง