ชม 5 ครั้ง ดุ 1 ครั้ง เทคนิคเลี้ยงลูกให้ได้ดี จากคุณหมอ รพ.เด็ก

ชม 5 ครั้ง ดุ 1 ครั้ง เทคนิคเลี้ยงลูกให้ได้ดี จากคุณหมอ รพ.เด็ก

คุณหมอ รพ.เด็ก แนะเทคนิคเลี้ยงลูกให้มั่นใจในตัวเอง ให้คุณพ่อคุณแม่ชื่นชม มากกว่าตำหนิ หรือชม 5 ครั้ง ดุ 1 ครั้ง กำลังพอดี โดยให้ชมแบบเจาะจงพฤติกรรม ในขณะเดียวกันก็เตือนว่า อย่าชมว่าเก่งหรือดีที่สุดในโลกบ่อย ๆ เพราะอาจทำให้ลูกเหลิง ยึดตัวเองเป็นศูนย์กลางได้

เทคนิคการเลี้ยงลูก ให้มั่นใจในตัวเอง

พญ.ถิรพร ตั้งจิตติพร จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี (รพ.เด็ก) กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึง เทคนิคการเลี้ยงลูก ให้ลูกเกิดความภาคภูมิใจในตัวเองเอาไว้ว่า ในช่วง 3 ปีแรกของชีวิตนั้น เป็นช่วงเวลาที่ลูกน้อยใกล้ชิดกับคุณพ่อคุณแม่มากที่สุด อีกทั้งเด็กในวัยนี้ จะมีวิวัฒนาการ และการเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา และจะเริ่มเรียนรู้ได้ว่า ผลที่เกิดจากการกระทำต่าง ๆ นั้นเป็นอย่างไร

ดังนั้น หากคุณพ่อคุณแม่เปิดโอกาสให้ลูกได้ลองทำสิ่งต่าง ๆ ด้วยตัวเอง ลองผิดลองถูกในการแก้ปัญหา และชมเชยให้ลูกรู้ว่าสิ่งที่ลูกทำเป็นสิ่งที่ดี ก็จะยิ่งเพิ่มทักษะความสามารถ และสร้างความภาคภูมิใจให้กับลูกได้ แต่จุดอ่อนที่คุณหมอมักพบบ่อย ๆ คือ การไม่ให้โอกาสแก่ลูกได้ทำอะไรด้วยตัวเอง และไม่ค่อยได้ชื่นชมลูก คอยแต่ตำหนิติเตียน หรือเรียกว่าการจับผิดมากกว่าจับถูก ทำให้เด็กไม่มีการพัฒนาความมั่นใจในตนเอง

เทคนิคการเลี้ยงลูก

ชม 5 ครั้ง ดุ 1 ครั้ง สร้างความมั่นใจให้แก่ลูก

พญ.ถิรพร แนะนำว่า การสร้างความมั่นใจให้แก่ลูกควรอยู่ในอัตราส่วนชม 5 ครั้งต่อการดุ 1 ครั้ง กล่าวคือ ถ้าลูกสามารถทำตามสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่บอกได้ เมื่อลูกทำถูกต้องก็ควรกล่าวชมลูก เพื่อทำให้ลูกเกิดความสุขใจ และเรียนรู้ที่จะทำพฤติกรรมนั้นซ้ำ ๆ

การกล่าวชื่นชมนั้น ประกอบไปด้วย 3 หลักใหญ่ ๆ ด้วยกัน คือ

  1. ชมถึงพฤติกรรม
  2. พฤติกรรมนั้นเรียกว่าคุณสมบัติอะไร
  3. ความรู้สึกของพ่อแม่

ยกตัวอย่าง “ลูกเก่งมากที่ทำการบ้านเสร็จ หนูเป็นเด็กที่มีความรับผิดชอบ แม่ภูมิใจในตัวหนูนะ” เป็นต้น ซึ่งสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ คุณพ่อคุณแม่ต้องรู้สึกอย่างนั้นกับลูกจริง ๆ เพราะถ้าแกล้งทำ ลูกก็จะดูออกว่าคุณพ่อคุณแม่ไม่ได้ชื่นชมจากใจจริง

ระวัง ชมเก่งสุดในโลก ทำลูกเหลิง ยึดตัวเองเป็นศูนย์กลาง

“เด็ก ๆ ที่พ่อแม่เจาะจงชมที่ตัวพฤติกรรมอันเหมาะสม หรือชื่นชมในความพยายามของลูก จะทำให้เด็ก ๆ พร้อมเผชิญความท้าทายต่าง ๆ ของชีวิตในอนาคตได้ดีกว่าเด็ก ๆ ที่พ่อแม่ชมแบบกว้าง ๆ อย่างคำว่า ดีจัง หรือ เก่งจัง เพราะบางครั้งเด็กทำพฤติกรรมหลายอย่างพร้อมกัน เด็กจะไม่รู้ว่าตัวเองได้รับคำชมจากการกระทำอะไรที่ทำแล้วได้รับคำชม ดังนั้น การชมโดยเจาะจงที่พฤติกรรมทำให้เด็ก ๆ รู้ว่าเขามีศักยภาพและความสามารถอย่างไร และการชื่นชมในความพยายามของลูก แม้จะไม่ประสบความสำเร็จ ก็ทำให้เด็ก ๆ เรียนรู้ว่าความพยายามเป็นทักษะที่จำเป็นในชีวิต

แต่ในขณะเดียวกันการชมลูกด้วยคำพูดปิดท้ายประโยคว่า “ที่สุดในโลก” เช่น เก่งที่สุดในโลก หรือ ดีที่สุดในโลก หากชมนาน ๆ ครั้งก็คงไม่มีผลอะไร แต่หากเราติดปากพูดเป็นประจำก็อาจทำให้เด็กหลงคิดว่าตนเองนั้นเก่งและดีที่สุดในโลกจริง ๆ จนยึดตัวเองเป็นศูนย์กลาง หรืออาจคิดเปรียบเทียบตนเองกับผู้อื่นเสมอ ซึ่งอาจทำให้เกิดปัญหาด้านทักษะการเข้าสังคมในอนาคตได้” พญ.ถิรพร กล่าว

นอกจากนี้ คุณพ่อคุณแม่ที่ไม่ค่อยได้พูดชื่นชมลูกบ่อย ๆ ก็อาจจะทำให้ดูขัดเขิน ซึ่งไม่เป็นผลดี ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่ควรเริ่มต้นด้วยการพูดการชมกันเองก่อน เพื่อให้เกิดความเคยชินและเป็นธรรมชาติ และไม่ต้องกลัวว่าจะชมลูกมากเกินไปแล้วลูกจะเหลิง เพราะการชมนั้น นอกจากจะช่วยให้เด็กมีความมั่นใจในตนเองแล้ว ยังเป็นการช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างลูกน้อย กับคุณพ่อคุณแม่ ซึ่งจะทำให้ลูกน้อยเป็นเด็กที่เก่ง นิสัยดี และมีความสุขต่อไปครับ


ที่มา manager.co.th

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

เล่นอย่างไร ให้ลูกหัวไว ในช่วงขวบปีแรก

เด็กสมัยเรา vs เด็กสมัยนี้ นี่ฉันแก่ไปขนาดนี้แล้วเหรอ

15 สิ่งที่แม่ควรสอนลูกชายตั้งแต่ตัวกะเปี๊ยก

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

บทความโดย

theAsianparent Editorial Team

app info
get app banner