เตือนว่าที่คุณพ่อ 10 เรื่องห้ามทำ ขณะที่คุณแม่ใกล้คลอด

เตือนว่าที่คุณพ่อ 10 เรื่องห้ามทำ ขณะที่คุณแม่ใกล้คลอด เพราะเราไม่รับประกันว่า หากคุณพ่อทำไปแล้วจะเกิดอะไรขึ้น และมันคุ้มกันหรือไม่อย่างไรค่ะ

เตือนว่าที่คุณพ่อ 10 เรื่องห้ามทำ ขณะที่คุณแม่ใกล้คลอด

เตือนว่าที่คุณพ่อ 10 เรื่องห้ามทำ ขณะที่คุณแม่ใกล้คลอด เพราะผลลัพธ์ที่ได้อาจจะโดนคุณแม่เหวี่ยงวีน หรือน้อยใจน้ำตาแตกชนิดที่ไม่ธรรมดาเลยละค่ะ

1.นั่งเล่นมือถือ

แม้คุณพ่อจะไม่รู้ว่าจะนั่งทำอะไรดี แต่อย่าเอามือถือขึ้นมาเด็ดขาดค่ะ แม่วีนโรงพยาบาลแตกแน่ๆ เวลารอคลอดอาจยาวนานจนน่าเบื่อหรือแทบจะหลับได้ แต่นั่นมันไม่ได้หมายความว่าคุณพ่อจะเล่นเกมส์ ฟังเพลง ดูบอล ดูหนัง หรือแม้กระทั่งอ่านข่าวล่าสุดในมือถือได้นะ ตอนนี้สิ่งที่ควรจะทำอย่างยิ่งคือ เป็นกำลังใจและอยู่เคียงข้างคุณแม่ค่ะ เข้าใจตรงกันใช่ไหมคะ

2.อย่าถามว่าต้องรออีกนานแค่ไหน

เพราะคุณแม่ที่ท้องแรกก็ไม่รู้ค่ะ ยกเว้นว่าเป็นการผ่าคลอดนะ เพราะคุณแม่ก็ไม่อยากให้เวลาที่ผ่านไปมันนานหรอกค่ะ มันปวดและทรมานมากนะ และถึงจะถามคุณหมอถามพยาบาล ก็ไม่มีใครให้คำตอบได้หรอก ยกเว้นเจ้าตัวเล็กที่อยู่ในท้องน่ะแหละ มันอาจจะแค่อีกไม่กี่นาที หรือยาวนานข้ามวันก็ได้ และอย่ามานั่งมองนาฬิกาเหมือนกับคนที่รอเวลาหรือมีธุระอย่างอื่นคอยอยู่ละ เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน

3.อย่าพูดว่าเธอพยายามไม่มากพอ

นี่ไม่ใช่นัดชิงชนะเลิศสมัยมัธยมนะ โดยเฉพาะคำพูดแบบนี้กับภรรยาที่รักและเคารพ ที่กำลังพยายามเบ่งลูกน้อยที่ตัวไม่น้อยออกจากช่องคลอดของเธออยู่ ถ้าคุณพ่อพยายามให้กำลังใจ บอกแค่ว่าพยายามได้ดีแล้ว หรือคุณแม่ยอดเยี่ยมแค่ไหน หรือพยายามอีกนิดก็จะได้เจอลูกแล้วะ อะไรที่เป็นคำพูดเชิงลบ เก็บมันไว้กับตัวค่ะ ยิ่งในช่วงเวลานี้ด้วยแล้ว

4.อย่าสติแตก

ใจเย็นๆ เข้าไว้ และพยายามไม่เป็นลมไปนะคะ หากคุณพ่อสติแตก คุณแม่จะสติแตกตามค่ะ ซึ่งไม่มีใครอยากให้เป็นอย่างนั้นแน่ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม ขอให้ใจเย็นๆ ไว้ คุณพ่อต้องทำให้คุณแม่รู้สึกสงบและรู้สึกปลอดภัยค่ะ

5.อย่าบ่น

ไม่ว่าจะหิว จะเหนื่อย จะเบื่อแค่ไหน จะร้อนหรือหนาวเกินไป หรือเก้าอี้จะนั่งไม่สบายจนทำให้คุณปวดขา เพราะสิ่งที่คุณแม่กำลังเจออยู่ หนักหนากว่านั้นเยอะ เก็บคำบ่นนั้นไว้กับตัวเองค่ะ

6.ไม่มีอะไรในกอไผ่ 

ไม่ว่าคุณแม่จะเริ่มด่าทา หรือเรียกคุณพ่อด้วยคำหยาบมากมาย จนคุณพ่อถึงกับผวา คุณแม่ไม่ได้หมายความตามนั้นค่ะ ขอให้อดทนเอาไว้

7.ไม่ต้อง Live 

หากคุณแม่ไม่ใช่ youtuber หรือ vlogger ที่มีคนติดตามเป็นแสนเป็นล้าน คุณพ่อไม่จำเป็นต้อง Live สดขนาดนั้นค่ะ ไม่จำเป็นต้องให้โลกรู้ทุกรายละเอียดที่คุณสองคนต้องเจอ อะไรที่อยู่ในห้องคลอด ก็ให้มันอยู่ในห้องคลอดน่ะแหละค่ะ

8.ต้องอยู่เคียงข้างคุณแม่

ยกเว้นว่าจะโดนคุณแม่ไล่ออกมาจากห้องค่ะ ในเวลานี้มันไม่ใช่เวลาที่จะออกไปเดินเล่น สูบบุหรี่ หรือขอพักนอกเวลา คุณพ่อควรให้กำลังใจคุณแม่อยู่ข้างๆ เตียงนะคะ

9.เป็นมือขวาของคุณแม่

โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณหมอหรือพยาบาลมีเรื่องสอบถามเพิ่มเติม คุณพ่อจึงควรเป็นคนที่จะต้องรู้รายละเอียดต่างๆ เท่าๆ กับคุณแม่ค่ะ ทั้งเจ็บท้องคลอด ทั้งคิดมาก ตอนนี้หน้าที่คุณแม่คือโฟกัสไปที่การคลอดอย่างเดียวเท่านั้น คุณพ่อจึงควรรับหน้าที่อื่นทั้งหมด และดูด้วยว่าคุณแม่ต้องการอะไร

10.อย่าถามว่าคุณควรทำอะไร

ตอนนี้คุณแม่มีเรื่องสำคัญกว่าให้คิด และตอนนี้คุณพ่อเป็นพ่อคนแล้วนะคะ ควรจะต้องคิดได้ด้วยตัวเองแล้วค่ะ ถ้าคุณพ่อโชคดี คุณแม่จะบัญชาการมาเลยว่าต้องการอะไร แต่ถ้าไม่เป็นแบบนั้น ก็ทำตัวให้มีประโยชน์ค่ะ อย่างการช่วยนวดให้คุณแม่ผ่อนคลาย หรือเป็นกำลังให้คุณแม่ หรือแค่กุมมืออยู่ข้างๆ คุณแม่เท่านั้นก็พอ

ที่มา Bellybelly และ Storyoftheworld

บทความที่น่าสนใจ

เงินใส่ซองหมอ คือเงินอะไร? จำเป็นต้องให้ไหม? ถ้าไม่มีเงินใส่ซองจะคลอดลูกได้ไหม?

กลัวไปทำไมแค่คลอดลูก! 7 สิ่งที่แม่ท้องกลัวเรื่องการตลอดลูก

parenttown