เตือนภัย!!! รถชนลูกเเค่ขาหัก ถ้าไม่นั่งคาร์ซีทอาจตายไปเเล้ว

แชร์บทความนี้ให้เพื่อน

เตือนภัย!!! รถชนลูกเเค่ขาหัก ถ้าไม่นั่งคาร์ซีทอาจตายไปเเล้ว เเม้คุณพ่อคุณเเม่จะขับรถด้วยความระมัดระวังเเต่จะเเน่ใจได้อย่างไรว่าคันอื่นเหมือนกับเรา ป้องกันไม่ให้อุบัติเหตุที่เกิดร้ายเเรงมากกว่านี้ด้วยคาร์ซีทกันเถอะค่ะ

เตือนภัย!!! รถชนลูกเเค่ขาหัก ถ้าไม่นั่งคาร์ซีทอาจตายไปเเล้ว

เเม้คุณพ่อคุณเเม่จะขับรถไม่ประมาทเเต่ไม่ใช่รถทุกคันบนท้องถนนจะไม่ประมาท เตือนภัย!!! รถชนลูกเเค่ขาหัก ถ้าไม่นั่งคาร์ซีทอาจตายไปเเล้ว

เป็นเรื่องของคุณพ่อคุณเเม่ที่เกิดอุบัติเหตุขึ้น เเต่ลูกน้อยยังปลอดภัย ยังโชคดีเเค่ขาหัก เพราะได้คาร์ซีทช่วยชีวิตเอาไว้ค่ะ เรื่องมีอยู่ว่า…

อุบัติเหตุใหญ่

“คืนนั้น เรา แฟน และลูกออกไปกินข้าวกัน ช่วงสามทุ่มขับกลับบ้าน รถติดอยู่บนถนนรัตนาธิเบศร์ คันหน้าชะลอ เราหยุดรถแล้ว จู่ๆ ก็มีรถหกล้อมาชนท้าย โครม! รถเราพุ่งไปชนคันหน้า คันหน้าพุ่งไปชนอีกคัน รวมรถหกล้อเป็น 4 คัน เราฟุบหน้าไป แรงกระแทกทำให้มึนจนควบคุมปากไม่ได้ ตอนนั้นพยายามบอกแฟนให้รีบไปดูลูกที่นั่งคาร์ซีทอยู่เบาะหลัง ตอนแรกน้องร้องด้วยความตกใจ แต่พอออกมานอกรถก็เงียบ ซึม แล้วมองหน้าเรา น้องกุมที่ขา แล้วบอกว่า ‘หนูเจ็บตรงนี้’ ตอนนั้นไม่คิดว่าเขาขาหัก เพราะภายนอกดูปกติ พอกู้ภัยเข้ามาดามขา ในใจคิดว่าเรื่องใหญ่แล้ว

โชคดีเเค่ขาหัก

“เรากับแฟนไม่เป็นอะไรมาก ตอนนั้นน้องอายุ 2 ขวบ 7 เดือน ผลเอ็กซเรย์ออกมาว่าขาขวากระดูกต้นขาหักออกจากกัน ต้องใส่เฝือกขาสองข้าง 6 สัปดาห์ น้องต้องเข้าห้องผ่าตัด และดมยาสลบ พอเข้าเฝือกเสร็จ น้องเบลอยาสลบมาก พอรู้สึกตัวก็ร้องๆๆ ร้องเหมือนจะตาย ‘ช่วยหนูด้วย หนูเจ็บ’ ตอนนั้นเราน้ำตาไหลเลย สามคืนแรกน้องนอนผวา นอนกระตุกๆๆ แล้วร้องว่า ‘หนูเจ็บ หนูเจ็บ’ หมอต้องให้มอร์ฟีน หมดฤทธิ์ยาก็ร้อง แล้วก็ฉีดอีก เป็นแบบนี้อยู่หลายวัน หลังจากนั้นถึงกินยาแก้ปวด ช่วงแรกๆ ที่คนมาเยี่ยม เราต้องเล่าถึงเหตุการณ์ซ้ำไปซ้ำมาต่อหน้าลูก ตั้งแต่เช้ายันมืด ทั้งหมอและพยาบาล เข็นรถไปไหนก็มีแต่คนถาม ช่วงหลังถ้าคนทั่วไปถาม เรามักจะตอบว่า ‘อุบัติเหตุนิดหน่อยค่ะ’ เพราะไม่อยากไปซ้ำเติมความรู้สึกกับเด็กแล้ว

เเม้จะถือว่าโชคดี เเต่ก็ยังเป็นอุบัติเหตุ

“พอถึงวันถอดเฝือก เราเข้าใจว่าถอดแล้วเดินได้เลย เพราะสัปดาห์ที่หกน้องเริ่มคลานแล้ว แต่ปรากฏว่ากลับมาจุดเดิม กล้ามเนื้อไม่ได้ใช้มานาน น้องเลยเดินเหมือนไม่มีแรง ผ่านมาเกือบเดือนแล้ว เขาก็ยังเดินได้ไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์เลย เดินๆ แล้วร้องเจ็บ ยิ่งกว่านั้น ขาที่หักสั้นกว่าอีกข้างเล็กน้อยด้วย หมอต่อกระดูกให้เกยกัน เพราะเด็กยังมีการเจริญเติบโต ถ้าไม่ทำแบบนี้ขาข้างที่หักจะยาวกว่ามาก แต่จริงๆ ยังไม่มีอะไรแน่นอนเลย หมอไม่กล้ารับประกัน กว่าจะรู้คำตอบอีกเป็นสิบปี น้องอาจขาเท่ากัน อาจขายาวกว่าเล็กน้อย หรืออาจขายาวกว่ามากจนต้องผ่าตัด หรือถ้าตอนนั้นผ่าไม่ไหว ก็ต้องใส่รองเท้าเสริมส้น

ไม่ใช่โชค เเต่เป็นการป้องกัน

“เราให้ลูกนั่งคาร์ซีท ไม่ได้ปล่อยให้วิ่งเล่นแล้วหัวทิ่ม แรงกระแทกก็ยังแรงขนาดนี้ รถเป็นแบบสามตอน ข้างหน้าคือเรากับแฟน ตรงกลางลูกนั่งอยู่บนคาร์ซีท ด้านหลังยุบเข้ามาเลย ถ้าวันนั้นไม่ได้อยู่บนคาร์ซีท น้องคงพุ่งออกจากรถ หรือถ้าเป็นรถคันเล็ก เขาคงหนักกว่านี้หรือเสียชีวิตไปแล้ว ไม่กี่วันมานี้ เราพาลูกมาเที่ยวบ้านบอล (เงียบนาน) เด็กคนอื่นวิ่งกัน ลูกเราเดินๆ แล้วล้มไปนอนกับเบาะ ด้วยความที่อยากเล่นต่อ เขานอนทำท่าปล่อยพลัง เหมือนเป็นคนพิการ เราระมัดระวังและดูแลลูกเป็นอย่างดี มันไม่ควรเป็นแบบนี้ คนขับชนไม่เคยมาเยี่ยม เจ้าของบริษัทที่เป็นเจ้าของรถไม่เคยมารับรู้ มีแต่พ่อแม่เท่านั้นที่รับรู้อยู่ตลอด”

สุดท้ายนี้ก็ขอให้คุณพ่อคุณเเม่เเละน้องปลอดภัย ผ่านพ้นเรื่องราวไปได้อย่างดี หายเร็วหายคืนนะคะ เเม้เราจะไม่ประมาท เเต่อุบัติเหตุก็ยังเกิดขึ้นได้ อยู่ที่ว่าคนเป็นพ่อแม่ จะหาทางผ่อนหนักให้กลายเป็นเบารึเปล่าเท่านั้นเองค่ะ

ที่มา ด.ช.ธรรมดา

บทความที่น่าสนใจ

แม่โพสต์! ลูกปลอดภัย หากติดตั้งคาร์ซีทถูกต้อง!

คาร์ซีทของคุณหมดอายุเมื่อไหร่?

parenttown

ข่าว ข่าวในประเทศ ไลฟ์สไตล์​