เติมพลังบวกให้คนในครอบครัว

อารมณ์ เบื่อ เศร้า เหงา เซ็ง ใคร ๆ ก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น แต่ถ้าเกิดกับคนในครอบครัวของเรานี่สิ คงไม่อยากให้เกิดขึ้นใช่มั้ยครับ แล้วเราจะช่วยจัดการกับอารมณ์ของสมาชิกในครอบครัวของเราและเติมพลังบวกได้ยังไงดี

เติมพลังบวกให้คนในครอบครัว, พลังลบ เติมพลังบวกให้คนในครอบครัว

ผมขอสมมติว่าพลังบวกคือความสุขใจ สบายใจ ในขณะที่พลังลบคือพลังด้านแย่ ๆ ที่ทำให้ใจเศร้า เบื่อ เหงา และอะไรต่าง ๆ สารพัดแย่ละกัน วิธีการไม่ยากครับ แต่ทำได้ประสบความสำเร็จมากน้อยแค่ไหนขึ้นอยู่กับฝีมือของคุณและประสบการณ์ด้วยล่ะ ไปดูกันเลยครับ

1. ก่อนอื่นคุณต้องทำตัวเองให้เป็นผู้มีพลังบวกก่อน เริ่มที่ มองโลกในแง่ดี มีการบริหารจิตใจของตัวเองอยู่เสมอ บริหารจิตใจทำได้โดยรู้จักควบคุมอารมณ์ มองสิ่งต่าง ๆ ตามเหตุผลที่ควรจะ เป็นไม่ใช้อคติ ความลำเอียง หรือความรู้สึกส่วนตัวมาประกอบ จะให้ดีคุณต้องทำสมาธิด้วยเพื่อชาร์ตพลังใจบริสุทธิ์ให้เต็มกว่าปกติซะก่อน พอคุณพร้อมแล้วคราวนี้มาดูข้อถัดไป

2. ลดพลังลบในตัวของอีกฝ่าย ให้เขาได้ระบายความรู้สึกที่อึดอัดภายในใจเขาออกมา รับฟังปัญหาที่เขามอง ลองพิจารณามุมมองของเขาต่อปัญหานั้น อย่าเพิ่งโต้ตอบไปทันที อย่ากล่าวเสริมสนับสนุนความคิดของเข้าไปถ้าความคิดของเขาเป็นด้านลบ เพราะจะยิ่งเสริมพลังลบให้กับเขามากยิ่งขึ้น

3. ค่อย ๆ ถ่ายพลังบวกให้กับอีกฝ่าย พูดปลอบด้วยเหตุผล พยายามพูดแนวคิดด้านบวกให้กับเขา ช่วยคิดหาทางออกของปัญหาด้วยสายตาของคนที่มองอย่างเป็นกลาง เพราะการให้คนที่อยู่ในกองไฟช่วยตัวเองบางครั้งก็เกินความสามารถนะครับ แต่แน่ล่ะเขาคงต้องมีแนวคิดด้านลบมาต่อต้านอยู่เรื่อย ๆ และส่งพลังด้านลบออกมาเผื่อคุณด้วย ซึ่งตรงนี้แหละเป็นจุดที่ทำให้เราไม่สามารถช่วยเขาได้ จึงจำเป็นมากที่คุณต้องเตรียมตัวในข้อ 1 ให้พร้อมก่อน ไม่อย่างนั้นคุณจะร่วมติดพลังลบไปกับเขาด้วย

4. ถ้าปัญหานั้นเกินวิสัยที่จะแก้ไขกันจริง ๆ ลองเติมพลังงานบวกด้วยกิจกรรมด้านบวกดูบ้าง ไปทำบุญ ปล่อยสัตว์ เลี้ยงอาหารผู้ด้อยโอกาส ทำกิจกรรมที่เป็นการเสียสละต่อสังคม หรืออะไรก็ตามที่เป็นการเผื่อแผ่ให้กับผู้อื่น การทำแบบนี้คุณจะได้พลังงานบวกโดยไม่รู้ตัวทีละนิด อาจจะไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ แต่เหมือนลดพลังงานลบลงบ้าง ให้ได้พักจากความทุกข์ลงบ้าง พยายามชวนเขามองโลกในแง่ดี ดูคนที่ด้อยกว่าว่าอย่างน้อยเราก็ยังมีทางมากกว่า

ไอเดียกิจกรรมว่าด้วยการทำบุญ

5. ทำลายพลังลบ ข้อนี้จะยากสักหน่อยสำหรับคนไม่เคยฝึก แต่เป็นการเข้าไปตัดวงจรพลังลบโดยตรง ในทางพุทธศาสนามีวิธีการที่สูงสุดคือ “การปฏิบัติวิปัสสนา” อย่าเพิ่งตกใจครับ การทำวิปัสสนาก็แค่การรู้ทัน อารมณ์ ความคิด ความรู้สึก ของตัวเอง อย่าสับสนคิดถึงการนั่งหลับตานะครับ ขณะที่รู้ทันวงจรของความคิดหรือความทุกข์ที่กำลังเกิดขึ้นจะโดนขัดขวาง เกิดความโล่งด้วยสติรู้ตัวขึ้นมาแทน ความทุกข์ขาดหายไป แต่เกิดขึ้นได้เป็นขณะ ๆ เท่านั้น สักแป๊บความคิดด้านลบก็มาอีกก็ต้องทำใหม่อีก พอทำบ่อย ๆ เข้าความทุกข์ที่เกิดจะสั้นลง การรู้ตัวเกิดได้บ่อยขึ้น พอเข้ามากระทบก็ขาดหายได้ทันที

วิธีการนี้เป็นการดับทุกข์ตามคำสอนของพระพุทธเจ้า ทำได้จริงแต่ต้องตั้งใจ และจะเห็นผลได้ทันที ซึ่งผู้ทำจะเห็นผลได้ด้วยตัวเอง อาจไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ แต่เป็นการตั้งรับปัญหาด้วยสติ เมื่อไม่เอาตัวเองเข้าไปอยู่ในกองไฟ คราวนี้ก็ค่อยหาทางออกตามเหตุตามผลที่สมควรต่อไป

สำหรับข้อ 5 นี้ เป็นการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับตัวเอง เมื่อเจอปัญหาต่าง ๆ เข้ามา ทำให้สามารถอยู่ได้ด้วยตัวเอง  ไม่จำเป็นต้องพึ่งพลังบวกจากที่ไหน คุณจะกลายเป็นเหมือนโรงงานผลิตพลังงานบวกด้วยตัวเอง พร้อมจะแบ่งปันความสุขให้กับคนอื่นอย่างไม่จำกัด เพราะคุณเองใช้เท่าไรก็ไม่หมดอยู่แล้ว

รายละเอียดวิธีการวิปัสสนา ลองศึกษาได้จากหนังสือหรือเวปไซต์ที่แนะนำการเจริญสติได้ทั่วไปครับ สมัยนี้เรื่องการเจริญสติหาศึกษาได้ไม่ยาก แต่ที่สำคัญคือต้องฝึกก่อนจะเจอปัญหาครับ ไม่เช่นนั้นรอให้ปัญหาเข้ามาแล้วกำลังใจจะมีไม่พอให้เห็นสติได้จริงครับ ลองชวนกันทำ และเป็นกำลังใจให้แก่กันในยามที่อีกฝ่ายลบ อีกฝ่ายช่วยเติม ทำด้วยตัวเอง แล้วจะเห็นผลได้ด้วยตัวเองครับ

การ์ตูนธรรมมะสำหรับลูกและคุณเองด้วย

เด็กบางคนมีความสุขกว่าคนอื่นโดยธรรมชาติหรือไม่