ภัยที่คาดไม่ถึง เด็ก 8 ขวบตายเพราะลูกโป่ง!

ภัยที่คาดไม่ถึง เด็ก 8 ขวบตายเพราะลูกโป่ง!

ลูกโป่งทำให้เด็กขาดอากาศหายใจถึงขั้นเสียชีวิตมาหลายคนแล้ว อย่าคิดว่าเป็นไปไม่ได้ ลองอ่านเรื่องเศร้าที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้ก่อนค่ะ

นี่คือเรื่องจริงแสนสะท้านใจที่เริ่มต้นด้วยความยินดีกับชีวิตที่เกิดมา แต่จบท้ายด้วยความโศกเศร้ากับชีวิตที่จากไปชั่วนิรันดร์

ปลายกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ณ บ้านหลังหนึ่งในรัฐออนแทริโอ ประเทศแคนาดา ไมค์ แมคกลอธลอน จัดปาร์ตี้ฉลองวันเกิดกับครอบครัวและเพื่อน ๆ อย่างสนุกสนาน

หลังปาร์ตี้เลิก เพื่อน ๆ แยกย้ายกลับบ้าน ไมค์ล้างจานชามเสร็จแล้วก็แวะเข้าไปหาลูกสาววัย 8 ขวบในห้องนอน แต่เขากลับเห็นภาพที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อน ร่างของเด็กหญิงไจน่านอนนิ่งไม่ไหวติงโดยมีลูกโป่งฟอยล์ครอบอยู่บนหัว

เด็กน้อยไม่หายใจแล้ว!

ผู้เป็นพ่อรีบตัดลูกโป่งทิ้งและโทรเรียกรถพยาบาลทันที ระหว่างนั้นก็พยายามปั๊มหัวใจหวังยื้อชีวิตลูกสาวกลับคืนมา แต่อนิจจา ทุกอย่างสายไปแล้ว แม้จะปั๊มอยู่เกือบชั่วโมงแต่ก็ไม่ได้ผล

“เรื่องมันกะทันหันมาก” คุณยายของไจน่าให้สัมภาษณ์นักข่าวเสียงสั่นเครือ “เราทุกคนอยากย้อนเวลากลับไปเป็นเมื่อวานแล้วเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง”

ครอบครัวผู้โชคร้ายจึงอยากเตือนให้ทุกคนตระหนักถึงอันตรายที่อาจเกิดได้เพราะลูกโป่ง

“มันเป็นลูกโป่งฟอยล์ขนาดใหญ่ ตัวเลข 3 ยาวเกือบเมตร” คุณยายเอ่ยถึงเหตุการณ์สะเทือนใจที่เกิดกับหลานสาว “เราคิดได้แค่อย่างเดียว คือ หลานปล่อยก๊าซฮีเลียมข้างในออก แล้วเอาลูกโป่งมาครอบหัว"

ผลการสืบสวนและตรวจสอบทางการแพทย์คาดว่า ไจน่าคงอยากเล่นตลกให้น้องชายดู เลยเอาลูกโป่งมาครอบหัว แต่หนูน้อยเกิดสูดแก๊สฮีเลียมเข้าไปในปริมาณมาก และไม่ได้รับออกซิเจนเพียงพอ จึงหมดสติและเสียชีวิตลง (ตามรายงานจาก Huffington Post)

เด็กตายเพราะลูกโป่ง

ลูกโป่ง : สาเหตุหลักที่ทำให้เด็กเสียชีวิตเพราะขาดอากาศหายใจ

คณะกรรมการคุ้มครองความปลอดภัยของผู้บริโภคในสหรัฐอเมริกาเคยออกประกาศเตือนให้ระวังอันตรายจากลูกโป่ง เพราะเป็นของเล่นลำดับต้น ๆ ที่ทำให้เด็กขาดอากาศหายใจตาย

อุบัติเหตุเกี่ยวกับลูกโป่งมักเกิดขึ้น 2 แบบ

  1. เด็กเผลอกลืนลูกโป่งเข้าไประหว่างพยายามเป่าลูกโป่ง

เมื่อเด็กหายใจระหว่างเป่าลม หรือพักสูดลมหายใจเพื่อเตรียมเป่าอีกครั้ง แต่อาจกะจังหวะผิดหรือสูดแรงเกินไป ทำให้กลืนลูกโป่งเข้าปากหรือหลอดลมแทน

  1. เศษลูกโป่งติดคอ

เมื่อลูกโป่งแตก เด็กบางคนอาจยังหยิบเศษลูกโป่งมาเล่นต่อ เช่น เคี้ยว หรือดึงมาเป่าเล่นใกล้ ๆ ปาก เศษลูกโป่งมีโอกาสเข้าไปติดในหลอดลมหรือปอดแล้วอุดตันจนหายใจเข้าไม่ออก

ด้วยเหตุนี้ พ่อแม่และผู้ปกครองที่มีลูกหลานอายุต่ำกว่า 8 ขวบควรทำตามคำแนะนำต่อไปนี้
  • ไม่ควรปล่อยให้เด็กเล่นกับลูกโป่งที่ยังไม่ได้เป่าตามลำพัง
  • ถ้าลูกโป่งแตก ต้องรีบเก็บเศษลูกโป่งไปทิ้งในที่ที่พ้นมือเด็ก
  • ระวังพวกลูกโป่งลอยได้ เพราะข้างในบรรจุแก๊สฮีเลียม (ไม่ติดไฟ) หรือแก๊สไฮโดรเจน (ติดไฟได้)

แม้เป็นสิ่งใกล้ตัวที่ดูเหมือนไม่มีอันตราย แต่อุบัติเหตุเกิดขึ้นได้เสมอ โดยเฉพาะกับเด็กเล็กที่ยังไม่ประสีประสา ป้องกันไว้ดีกว่าแก้ค่ะ!

คุณคิดเห็นอย่างไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ มาร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันนะคะ

ที่มา : sg.theasianparent.com

บทความอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง :

8 ของอันตรายใกล้ตัวลูกน้อยที่คุณอาจคาดไม่ถึง

เตือนภัยคุณแม่! เชื้อโรคอันตรายกับเครื่องเล่นยอดฮิตของเด็ก ๆ

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

app info
get app banner