ลูกดื้อไม่เชื่อฟัง: พฤติกรรมไม่ดีต้องหยุด!!!

lead image

การจัดการเด็กดื้อไม่ใช่เรื่องง่ายเลยยิ่งเป็นลูกตัวเองด้วยแล้ว จะทำอย่างไรเพื่อจัดการลูกดื้อมาก ๆ ได้ เรามีวิธีแก้พฤติกรรมนี้

girl angry bully ลูกดื้อไม่เชื่อฟัง: พฤติกรรมไม่ดีต้องหยุด!!!

ลูกดื้อไม่เชื่อฟัง: พฤติกรรมไม่ดีต้องหยุด!!!

ไม่มีพ่อแม่คนไหนไม่เคยเจอกับประสบการณ์เมื่อลูกตัวเองเป็นเด็กดื้อโต้ตอบพ่อแม่อย่างไม่เหมาะสม เราหวังว่าเหตุการณ์เหล่านี้จะเกิดขึ้นแต่เนิ่น ๆ ในช่วงที่ลูกยังเป็นเด็กวัยคลานก่อนเข้าโรงเรียนเพราะคุณจะยังพอมีเวลาให้แก้ไขพฤติกรรมและสถานการณ์ได้ แต่ไม่ว่าลูกจะอายุเท่าไหร่ก็ตาม คุณต้องจำไว้ว่าการเป็นเด็กดื้อไม่เชื่อฟังเป็นสิ่งที่ไม่มีวันเป็นที่ยอมรับได้

การเป็นเด็กดื้อไม่เชื่อฟังเป็นอย่างไร?

ถ้าว่าการตามนิยามแล้ว การเป็นเด็กดื้อคือการจงใจปฏิเสธที่จะเชื่อฟัง การขัดขืนต่อต้านอย่างเปิดเผย แต่การถามว่า “ทำไม” ไม่ถือว่าเป็นการไม่เชื่อฟังหรือเป็นเด็กดื้อ แต่หมายถึงการถามข้อมูลและความเข้าใจเพิ่มเติม การเป็นเด็กดื้อไม่เชื่อฟังไม่ได้หมายถึงการโต้เถียงตลอดเวลา แต่เป็นอะไรที่มากกว่านั้นหน่อย แต่อย่างไรก็ตาม หากมีการขัดขืนอย่างเปิดเผยชัดเจนและจงใจแล้วล่ะก็ ลูกของคุณจะแสดงอาการต่อต้านเหล่านั้นออกมา

วิธีจัดการเมื่อลูกดื้อไม่เชื่อฟัง

มีวิธีการเฉพาะเอาไว้ใช้จัดการกับเด็กดื้อในแต่ละช่วงอายุให้เหมาะสม แต่ก็มีสิ่งสองสิ่งที่คุณต้องจำใส่ใจเอาไว้ในการจัดการกับเด็กดื้อไม่เชื่อฟัง สิ่งเหล่านั้นคือ “ทันที” และ “อย่างชัดแจ้ง”

เมื่อลูกดื้อมาก ต้องจัดการทันที!!!

เมื่อลูกมีอาการดื้อขึ้นมา ไม่มีประโยชน์อะไรเลยที่จะออกคำขู่ที่ไร้น้ำหนักและใช้การอะไรไม่ได้ เช่น “รอพ่อกลับมาบ้านก่อนเถอะ” หรือ “รอให้ออกจากร้านก่อนเถอะ” หรือ “ลูกจำไว้เลยนะว่าคราวหน้าที่ลูกอยากได้.....” เมื่อลูกดื้อไม่เชื่อฟังขึ้นมาก็ต้องได้รับการอบรมหรือโดนทำโทษ คุณต้องให้ลูกได้เรียนรู้โดยทันทีว่าผลของการกระทำที่ไม่ดีเป็นอย่างไร เราจะไม่โต้เถียงกันเรื่องการตีก้นลูกในตอนนี้ แต่ไม่ว่าการลงมือทำนั้นจะเป็นการแยกให้ลูกไปนั่งคนเดียวกับเก้าอี้ การให้ลูกหยุดทำอะไรบางสิ่งหรือออกจากในสถานที่ใดที่หนึ่งอย่างรวดเร็ว การห้ามไม่ให้เล่นของเล่น กินของว่าง หรืออะไรก็ตาม คุณต้องลงมือทำทันที มิฉะนั้นความสำคัญของการพยายามสร้างวินัยให้กับลูกจะลดทอนลงไปตามกาลเวลา (แม้แต่กับเด็กที่โตขึ้นแล้ว)

อย่างชัดแจ้ง

การลงโทษเด็กดื้อต้องทำกันอย่างชัดแจ้งและการลงโทษนั้นต้องเหมาะสมกับความผิดที่ลูกกระทำลงไป เช่น หากลูกน้อยวัยสี่ขวบไม่ยอมกินข้าว (โดยการทิ้งหรือเอาให้แมวกินแทน) การงดอาหารลูกก็เป็นการลงโทษที่เหมาะสม หากลูกวัยหกขวบไม่ยอมเก็บของเล่นที่เล่นแล้ว คุณก็ยึดของเล่นลูกไปเลยจะได้ไม่มีอะไรต้องเก็บ หากลูกที่ยังเล็กอยู่ดื้อในที่สาธารณะ (พยายามวิ่งพล่านไปมาหรือแสดงอาการหยาบคาย) คุณต้องเอาลูกออกจากสถานที่เหล่านั้นหรือควบคุมโดยการอุ้มไว้หรือจับใส่รถเข็นเด็ก

อายุก็เป็นเรื่องสำคัญ: สำหรับเด็กวัยคลาน

ดังที่ได้กล่าวไปข้างต้น การได้แสดงอาการต่อต้านคุณเป็นส่วนหนึ่งของการเติบโตและพัฒนาการการเด็กวัยคลาน ลูกกำลังทดสอบกรอบที่คุณวางไว้เพื่อดูว่าตัวเองอยู่ในภาวะที่เข้มงวดแค่ไหน เชื่อหรือไม่ว่าการที่เด็กในวัยนี้ดื้อไม่ใช่เรื่องเลวร้าย การทดสอบขีดจำกัดเหล่านี้เป็นการแสดงออกถึงการเติบโตทางจิตใจว่าลูกวัยคลานของคุณกำลังคิดด้วยตัวเอง เรียนรู้ที่จะใช้เหตุผล และตัดสินใจเลือก

ในฐานะพ่อแม่คุณควรเตรียมตัวเตรียมใจให้ดี คุณต้องวางแผนไว้ล่วงหน้าเพื่อปรับให้ลูกที่ดื้อกลับมาอยู่ในโอวาทว่านอนสอนง่าย แผนที่ว่าควรรวมถึงการใช้ความนุ่มนวล อธิบายให้ลูกฟังว่าทำไมลูกไม่ควรดื้อ ให้โอกาสลูกได้ตั้งหลักและเริ่มต้นใหม่ แต่คุณต้องไม่ลืมว่าความนุ่มนวลที่ว่าต้องเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างวินัย อย่าให้ความนุ่มนวลเข้ามาแทนที่ “ทันที” และ “อย่างชัดแจ้ง” สองอย่างที่เราได้บอกคุณไปตอนแรก

มีวิธีจัดการลูกดื้อต่อ หน้าถัดไป >>>

เด็กวัยอนุบาลและเด็กประถม

เมื่อลูกอายุสี่ขวบ ลูกก็จะมีภาพที่ชัดเจนขึ้นว่าอะไรถูกอะไรผิด ลูกจะรู้แล้วว่าการตี การโกหก การขโมย และการเป็นเด็กดื้อเป็นสิ่งที่ไม่ดี ลูกจะวางตัวและทำตัวได้อย่างเหมาะสมในสถานที่สาธารณะต่าง ๆ ส่วนใหญ่ที่คุณพาลูกไปได้ ดังนั้นเมื่อเด็กในวัยนี้ต่อต้านหรือเป็นเด็กดื้อขึ้นมา ลูกกำลังทำมากกว่าการทดสอบกรอบ ลูกกำลังทดสอบคุณว่าคุณจะรักษากรอบเหล่านี้ไว้ได้หรือไม่ ลูกอยากรู้ว่ากรอบที่ว่าอยู่ตรงไหนและมีช่องว่างแกว่งไปมาอยู่มากแค่ไหน ดังนั้นคุณควรเตรียมตัวตั้งรับหรือมิฉะนั้นก็ยอมแพ้ไปเลย แต่เราขอเตือนคุณไว้ก่อนว่าถ้าคุณแพ้ตั้งแต่ตอนนี้ คุณจะไม่มีหวังที่จะชนะเลยในอนาคตที่คุณต้องรบกับลูกในวัยรุ่น

mom sits girl not doing homework ลูกดื้อไม่เชื่อฟัง: พฤติกรรมไม่ดีต้องหยุด!!!

ช่วงวัยรุ่น

ช่วงวัยรุ่นเป็นช่วงที่ลูกไม่ได้แค่ทดสอบกรอบและความมุ่งมั่นของคุณที่จะรักษากรอบนั้นไว้เท่านั้น ลูกกำลังทดสอบเหตุผลที่อยู่เบื้องหลังกรอบที่คุณตีเอาไว้ด้วย ลูกกำลังสำรวจความคิด ศีลธรรม และอุดมการณ์ของตัวเอง เด็กในวัยนี้ต้องจัดการกับเรื่องภาพลักษณ์ของตัวเอง อิทธิพลจากคนรอบข้าง และแรงกดดันของการตัดสินใจสำหรับอนาคตตัวเอง การดื้อต่อต้านไม่เชื่อฟังของวัยรุ่นอาจมาจากความหงุดหงิดงุ่นงาน อารมณ์โมโห ความสับสน ความสงสัยในตัวเอง หรือความเกลียดชังตัวเอง และใช่แล้ว รวมถึงแม้กระทั่งความต้องการสร้างความเจ็บปวดให้กับพ่อแม่ของตัวเอง

นับเป็นเรื่องธรรมชาติที่เด็กในวัยนี้จะสุดโต่งไปถึงขีดจำกัดในบางโอกาส สิ่งที่เหมือนกับเด็กวัยคลานคือลูกกำลังอยู่ในวัยค้นหา แต่หากคุณปล่อยให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นต่อ ๆ ไป การระเบิดออกมาเป็นบางโอกาสเหล่านี้อาจกลายเป็นเรื่องปกติ ทำให้เกิดความเครียด เจ็บปวดหัวใจ และแม้กระทั่งความเสียหายทางร่างกายหรืออารมณ์อย่างถาวรก็เป็นได้

ทันที อย่างชัดแจ้ง และอย่างเหมาะสม

ไม่ว่าลูกของคุณจะอายุเท่าใด ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น การเป็นเด็กดื้อเป็นสิ่งที่รับไม่ได้และต้องได้รับการจัดการ เพื่อให้การจัดการกับเด็กดื้อไม่เชื่อฟังเป็นไปอย่างเหมาะสมและก่อประโยชน์ คุณต้องระลึกไว้เสมอว่าการลงโทษต้องเป็นบทเรียนสอนลูกว่าทำไมสิ่งที่ลูกทำลงไปจึงไม่เหมาะสม ลูกควรจะทำอะไรแทนที่จะทำตนไม่เหมาะสมเช่นนั้น และลูกจะตัดสินใจเลือกทำในสิ่งที่ดีกว่าได้อย่างไร