“เด็กคืออนาคตของชาติ” ใครคือผู้กำหนด!

“เด็กคืออนาคตของชาติ” ใครคือผู้กำหนด!

“ถ้าเด็กคืออนาคตของชาติ!” แล้วอนาคตของเด็กที่กำลังจะโตไปเป็นอนาคตของชาตินั้นใครควรเป็นผู้กำหนดระหว่างพ่อแม่หรือตัวเด็กเอง? พ่อแม่ควรเป็นผู้ชี้นำอนาคตหรือแค่แนะแนว? ลองถามและตอบตัวเองดูว่าคำตอบของคุณเป็นอย่างไร แต่ที่แน่ๆ ไม่ว่าคำตอบของคุณจะเป็นแบบไหน หรืออนาคตของเด็กจะถูกกำหนดโดยใครก็ตาม อย่าลืมความจริงที่ว่า ที่สุดแล้วพ่อแม่เองก็ไม่ได้อยู่กับลูกไปจนตลอดชีวิต สุดท้ายก็มีแต่ตัวของเด็กเองเท่านั้นที่จะเป็นคนอยู่กับอนาคตที่ยังมาไม่ถึงนั้น แน่นอนว่าสำหรับคนเป็นพ่อเป็นแม่ย่อมวาดหวังอยากให้ลูกมีอนาคตที่ดีที่สุด มีอาชีพการงานที่มั่นคง แต่ในขณะเดียวกัน เราก็ยังอยากเห็นลูกมีความสุข สนุกสมวัย แล้วแบบนี้สิ่งที่เราควรทำคืออะไรกันแน่?

ทุกวันนี้โลกของเรากำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วด้วยเทคโนโลยีต่างๆ จนกระแสและเทรนด์ของโลกก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง ดังนั้นในเมื่อโลกและสังคมเปลี่ยนไป สิ่งที่พ่อแม่ควรทำก็คือการเปิดใจ เปลี่ยนทัศนคติและมุมมองใหม่ ไม่ยึดติดกับความคิดเดิมๆ และปฏิบัติตัวดั่งเป็นโรงเรียนแห่งแรกในชีวิตของลูกที่สอนวิธีการเลือกใช้ชีวิต เพราะพ่อแม่ย่อมรู้จักลูกตัวเองดีที่สุดว่าเขาต้องการอะไร ดังนั้นพ่อแม่จึงเป็นครูคนแรกที่ดีที่สุดสำหรับลูกอย่างแน่นอน หน้าที่สำคัญของคุณครูคนแรกไม่ใช่การออกคำสั่ง ไม่ใช่การชี้นำ แต่เป็นการช่วยชี้แนะ แนวทางที่เหมาะสม เพื่อวางรากฐานที่ดีและเพื่อให้ต้นกล้าต้นน้อยๆ นี้ แข็งแรงและมั่นคงพอที่จะหยั่งรากแก้วลึกลงไปในดินด้วยตัวเอง เพื่อในอนาคตเขาจะได้เติบใหญ่เป็นต้นไม้ที่มีความแข็งแกร่ง มีความมั่นใจในตัวเอง กล้าคิด กล้าทำ และกล้าแสดงออกในทางที่ถูกต้อง

เมื่อแนะแนวแล้ว พ่อแม่ก็ควรปล่อยให้ลูกทำในสิ่งที่รักอย่างมีความสุข พ่อแม่ไม่ควรฆ่าความฝันและจินตนาการของลูกโดยการห้ามและทำลาย แต่ควรเป็นผู้ดูแล และคอยเป็นกำลังหลักในการสนับสนุนทั้งในสิ่งที่เขาอยากทำ ในฐานะคุณพ่อและคุณแม่ยุคใหม่สิ่งที่เราทำได้คือ "เชื่อในสิ่งที่เค้ารัก เพื่ออนาคตที่เค้าชอบ” พร้อมกับสนับสนุนพวกเขาอย่างเต็มที่ คุณเองก็ทำได้ ด้วยการให้ลูกทานอาหารที่เหมาะสมตามวัยให้ครบ 5 หมู่ ตามด้วยสารอาหารที่สร้างไมอีลิน เช่น สฟิงโกไมอีลิน โคลีนและดีเอชเอ เป็นต้น ซึ่งสฟิงโกไมอีลินเป็นไขมันฟอสโฟไลปิด พบในน้ำนมแม่ รวมทั้งในไข่ ครีม ชีส นม ซึ่งไมอีลินช่วยการทำงานของระบบประสาทให้ส่งกระแสสัญญาณประสาทให้เร็วขึ้น จึงอาจมีผลให้สมองเรียนรู้ได้ไว เพื่อให้ลูกรักของคุณเดินทางตามความฝันได้อย่างเต็มที่ มาเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับพวกเขากันเถอะ เพื่ออนาคตที่ดีที่สุดของเขาเองและเพื่อในอนาคตข้างหน้าเราจะได้เห็นลูกของเราซึ่งเป็นเด็กในวันนี้ เดินตามแนวทางความชอบของตัวเอง ประกอบอาชีพใหม่ๆ ที่ไม่เคยมีมาก่อน ซึ่งไม่แน่ว่าในวันหนึ่ง อาชีพเหล่านี้ อาจทำให้เขาประสบความสำเร็จและทำเงินอย่างมหาศาลก็ได้ ใครจะรู้

ซึ่งจากคำกล่าวข้างต้นแน่นอนว่าเมื่อโลกเปลี่ยนไป แนวทางการดำเนินชีวิตและแนวทางประกอบอาชีพต่างๆ จึงต้องเปลี่ยนตาม เพื่อให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของโลกด้วยเช่นเดียวกัน เราลองมาดูกัน ว่าอาชีพใหม่ที่อาจเกิดขึ้นบนโลกของเราในอนาคต จะเป็นอาชีพแบบไหนและมีอะไรน่าสนใจบ้าง

“เด็กคืออนาคตของชาติ” ใครคือผู้กำหนด!

1. นักบำบัดการติดดิจิทัล

ไม่มีใครปฏิเสธได้ว่าสังคมทุกวันนี้ โลกดิจิทัลหรือสังคมโซเชียลมีเดีย กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันไปแล้ว จนบางคนเกิดการเสพติดและส่งผลกระทบในทางลบต่อชีวิต อาชีพนักบำบัดการติดดิจิทัลจึงถือกำเนิดขึ้นมาเพื่อช่วยให้คนรับโลกดิจิทัลเข้ามามากเกินไปจนมีอิทธิพลเหนือของตัวเอง ค่อยๆ กลับมาใช้ชีวิตแบบปกติได้อีกครั้ง

2. ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยบนโลกไซเบอร์และอินเทอร์เน็ต

ในสังคมที่ก้าวไกลเรื่องเทคโนโลยี ทุกๆ องค์กรย่อมหลีกเลี่ยงการเก็บข้อมูลสำคัญลงในคอมพิวเตอร์ได้ยาก จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีผู้เชี่ยวชาญมาทำหน้าที่คอยดูแลรักษาฐานข้อมูล รวมถึงป้องกันการล้วงหรือทำอันตรายใดๆ กับข้อมูลสำคัญขององค์กร อาชีพนี้จึงเป็นที่ต้องการมากในอนาคตอย่างแน่นอน

3. ไกด์นำเที่ยวในอวกาศ

เมื่อเทคโนโลยีก้าวหน้ามากพอ การเดินทางท่องเที่ยวอวกาศจึงไม่ใช่เรื่องเพ้อฝัน ไกลเกินตัว หรือเป็นไปไม่ได้อีกต่อไป และเมื่อมีการเดินทางจึงจำเป็นต้องมีไกด์นำเที่ยว ที่จะคอยพาเที่ยวและแนะนำข้อปฏิบัติระหว่างอยู่ในอวกาศนั่นเอง

4. ผู้จัดการความตายบนโลกดิจิทัล

อาชีพนี้ความจริงก็เปรียบเหมือนผู้จัดการมรดกนั่นเอง เพียงแต่มรดกที่ว่าไม่ได้เป็นทรัพย์สิน ของมีค่าใดๆ หากแต่เป็นข้อมูลส่วนตัวบนโลกออนไลน์ของเรา ทั้งข้อมูลสำคัญ รูปภาพ วิดีโอคลิปทุกอย่างที่เคยอัพโหลดหรือเก็บไว้ อาชีพนี้จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการส่งต่อข้อมูลทุกอย่างให้คนที่คุณรักหรืออาจเป็นผู้ทำลายข้อมูลทุกอย่างทิ้งทั้งหมด หากคุณต้องการแบบนั้น เชื่อเถอะว่าอาชีพนี้ต้องเป็นที่ต้องการอย่างมากในอนาคตอย่างแน่นอน

ซึ่งอาชีพใหม่ที่กล่าวไปข้างต้น มาจากการประเมินสถานการณ์ตามเทรนด์และกระแสของโลก หากแต่จะเกิดได้จริงไหม ก็ต้องขึ้นอยู่กับเด็กในวันนี้ด้วย เพราะเด็กในวันนี้ คือผู้ใหญ่ในวันข้างหน้า   ก็คงมีแต่เด็กในวันนี้เท่านั้นที่จะเป็นคนกำหนดอนาคตของตัวเองและขับเคลื่อนอนาคตของโลกไปพร้อมๆ กัน

“เด็กคืออนาคตของชาติ” ใครคือผู้กำหนด!

___________________________________________

Source
1. http://www.unigang.com/Article/1933   (ช่างซ่อม)
2. https://talentmind.ai/th/blog/insight/926/  (ไกด์นำเที่ยวอวกาศ)
3. https://today.line.me/th/pc/article/7+%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%9E%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B9%88+%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B8%96%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%B3%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%82%E0%B8%B6%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%9A%E0%B8%99%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B8%81%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%95-89jVGV   (ขยะ / สามมิติ)
4.https://www.posttoday.com/life/life/399897 
5. Francesca Guiffrida, Cristina Cruz-Hernandez, et al. Quantification of Phospholipids Classes in Human Milk. Lipids (2013) 48:1051-1058
6. Vesper et al., Shpingolipids. In Food and the Emerging Importance of Sphingolipids to Nutrition. 1999
7. Sarah Cusick, PhD and Michael K. Georgieff, MD. THE FIRST 1000 DAYS OF LIFE: THE BRAIN'S WINDOW OF OPPORTUNITY. https://www.unicef-irc.org/article/958-the-first-1000-days-of-life-the-brains-window-of-opportunity.html

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

บทความโดย

theAsianparent Editorial Team

app info
get app banner