เช็คลิสต์ ลูกของคุณพร้อมเรียนกวดวิชาหรือไม่

เช็คลิสต์ ลูกของคุณพร้อมเรียนกวดวิชาหรือไม่

แม้ว่าทุกวันนี้การเรียนกวดวิชาจะได้รับความนิยมอย่างมากจากคุณพ่อคุณแม่ที่จะมักจะส่งให้ลูกรักไปเรียนเสริมวิชาการหรือเพื่อสำหรับเตรียมเรียนต่อในระดับชั้นที่สูงขึ้น แล้วคุณพ่อคุณแม่ทราบไหมคะว่าลูกของคุณอยากเรียนกวดวิชาหรือเปล่า มาลองทำเช็คลิสต์กันดีกว่าค่ะว่า ลูกเข้าข่ายที่ควรจะไปเรียนกวดวิชาหรือไม่ ติดตามอ่าน

ข้อดี  ข้อเสียของการเรียนกวดวิชา

ต้องยอมรับว่าระบบการศึกษาของไทยทุกวันนี้เน้นการสอบแข่งขันเพื่อเข้าไปเรียนในสถานศึกษาชั้นนำ  เริ่มกันตั้งแต่สอบเข้าป.1 กันทีเดียว ดังนั้น โรงเรียนกวดวิชาในปัจจุบันนี้จึงมีทุกระดับชั้น  ตั้งแต่ระดับอนุบาลจนถึงเตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัย มาดูกันว่าการเรียนกวดวิชามีข้อดีและข้อเสียอย่างไร

ข้อดีของการเรียนกวดวิชา

1. สร้างความมั่นใจในการสอบ  เพราะครูที่สอนในโรงเรียนกวดวิชามักจะรวบรวมเอาเทคนิคต่าง ๆ ในการทำข้อสอบโดยยึดจากข้อสอบเก่าของปีที่ผ่าน ๆ มา ให้นักเรียนได้ฝึกทำเพื่อให้คุ้ยเคยกับโจทย์และรู้แนวข้อสอบที่คาดว่าจะออกในครั้งต่อไป นอกจากนี้ยังมีการสอนกลเม็ดเคล็ดลับที่นำไปใช้ในการสอบและการเรียนในชั้นปกติได้

2.ทำให้มีความรู้และประสบการณ์กว้างขวางขึ้น  ยกตัวอย่าง  ครูผู้สอนวิชาภาษาอังกฤษ Passage เรื่อง ยุง ซึ่งจะให้เกร็ดความรู้เล็ก ๆ น้อย ๆว่าคนผอมมักจะถูกยุงกัดมากกว่าคนอ้วนเพราะยุงมีคลื่นจับความร้อน ดังนั้น  คนอ้วนมีไขมันมากกว่าคนผอมเมื่อยุงเข้ามาใกล้จึงไม่ได้รับความร้อนเท่าคนผอม ซึ่งเป็นความรู้ใหม่ ๆ ที่ได้รับจากการเรียนในโรงเรียนกวดวิชา เป็นต้น

3.ช่วยในการทบทวนวิชาที่เรียนมาทั้งปี  เพราะการเรียนกวดวิชานั้นครูผู้สอนจะทบทวนบทเรียนเก่า ๆ ทำให้นักเรียนได้ฟื้นความรู้และทักษะต่าง ๆ และยังได้เรียนล่วงหน้าก่อนที่จะเรียนในโรงเรียนจริง

4.ช่วยให้คะแนนสอบดีขึ้น  (ซึ่งไม่ใช่ทุกคนนะคะ)  เพราะการเรียนกวดวิชาจะได้ทบทวนความรู้เดิมและเรียนความรู้ใหม่ ๆ นักเรียนสามารถนำไปใช้ในการทำข้อสอบเพื่อเพิ่มคะแนนให้มากขึ้น

5.ครูผู้สอนมีความเป็นกันเอง  มากกว่าครูที่โรงเรียน ทำให้กล้าคุยกล้าซักถามปัญหาด้านการเรียนได้ตลอด

6.วุฒิการศึกษาของครูที่โรงเรียนกวดวิชา  มักเป็นครูอาจารย์ที่จบจากมหาวิทยาลัยชื่อดังและมีคะแนนระดับเกียรตินิยมทั้งระดับปริญญาตรี  โท และเอก  รวมทั้งมีประสบการณ์สอนมายาวนาน มีภาพลักษณ์ทางวิชาการที่น่าเชื่อถือ

7.ได้พบปะเพื่อนใหม่  เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้  ทัศนคติ  และประสบการณ์ต่าง ๆ

ข้อเสียของการเรียนกวดวิชา

1.นักเรียนไม่ตั้งใจเรียน  นักเรียนบางคนใช้การเรียนกวดวิชาเป็นข้ออ้างในการออกจากบ้านเพื่อแอบไปเที่ยวเตร่กับเพื่อน  ทำให้ไม่เกิดประโยชน์ในการเรียน  และโรงเรียนกวดวิชามักไม่มีระบบการตรวจนับหรือติดตามนักเรียนทำให้นักเรียนบางส่วนแอบหนีไปเที่ยวไม่มาเรียนจริง ๆ

2.เสียค่าใช้จ่ายในราคาแพง  ผู้ปกครองต้องเสียค่าใช้จ่ายกับการเรียนกวดวิชาในราคาที่แพง  ยิ่งโรงเรียนกวดวิชาใดมีชื่อเสียงค่าเรียนกวดวิชาจะแพงมากเป็นเงาตามตัว  ทำให้ผู้ที่มีฐานะทางเศรษฐกิจไม่ดีมักไม่สามารถเรียนได้

3.เรียนหลักสูตรลัดเพื่อการสอบ  โรงเรียนกวดวิชามุ่งเน้นการเรียนลัดเพื่อการสอบคัดเลือก  บางทีแม้จะเป็นสูตรลัดผิด ๆ ที่ไม่สามารถใช้ในการเรียนได้จริง  ก็นำมาสอน  นักเรียนมักจะทำข้อสอบแบบปรนัย (ข้อสอบแบบตัวเลือก)  ได้มากกว่าข้อสอบอัตนัย (ข้อสอบแบบข้อเขียน) ซึ่งต้องอาศัยความเข้าใจในเนื้อหาจริง ๆ จึงจะตอบได้

4.โรงเรียนกวดวิชาไม่เน้นการสอนแบบนักเรียนเป็นศูนย์กลาง  (Child - Centeredส่วนใหญ่เน้นการสอนนักเรียนในห้องแคบ ๆ นักเรียนที่มาเรียนบางทีเป็นร้อยคน  จนบางครั้งต้องเรียนผ่านทีวีวงจรปิดหรือเรียนจากเทปบันทึกการสอนทำให้นักเรียนไม่มีปฏิสัมพันธ์กับผู้สอนเลย

5.ขาดการบริหารการศึกษา  เพราะโรงเรียนกวดวิชามุ่งหวังแต่กำไรจากธุรกิจเป็นสำคัญพอเริ่มมีชื่อเสียงก็ขึ้นค่าเล่าเรียน  รับนักเรียนไม่จำกัดจำนวน  ต้องเบียดเสียดกันเรียนพร้อมทั้งขยายสาขาด้วยการสอนทาง VDO ตลอดหลักสูตร  เป็นต้น  เมื่อนักเรียนไม่เข้าใจก็ไม่สามารถถามครูผู้สอนได้

อ่าน   เช็คลิสต์ลูกของคุณพร้อมเรียนกวดวิชาหรือไม่  คลิก

เช็คลิสต์ ลูกของคุณพร้อมเรียนกวดวิชาหรือไม่

คุณพ่อคุณแม่ได้ทราบถึงผลดี ผลเสียของโรงเรียนกวดวิชากันแล้วนะคะ  แต่ถึงยังไงโรงเรียนกวดวิชาก็ไม่ใช่สิ่งเลวร้าย  สามารถส่งลูกไปเรียนได้  เพียงแต่ให้นึกว่าการจะเรียนอะไรต้องตามใจผู้เรียน  มาเช็คลิสต์ ลูกของคุณพร้อมเรียนกวดวิชาหรือไม่

ข้อ 1 จุดประสงค์ของการเรียนกวดวิชา

ข้อนี้ถือเป็นข้อแรกเพื่อตอบคำถามให้ได้ก่อนว่า  จะไปเรียนกวดวิชาเพื่อจุดประสงค์ใด  และมีเหตุผลเพียงพอหรือไม่ที่จะเสียเงินจำนวนมากหากไม่ตั้งใจเรียนจริงจัง  เช่น  เรียนในห้องเรียนแล้วไม่ค่อยเข้าใจหรือไม่รู้เรื่อง กลับมาอ่านเองก็ยังไม่เข้าใจ หรือจำเป็นต้องเรียนเพื่อเตรียมตัวสอบ  ถ้ายังตอบตัวเองไม่ได้และยังลังเล  ควรจะอ่านหนังสือเองเพิ่มเติมความรู้  หรือใช้เวลาว่างเข้าห้องสมุดหาความรู้ ยังไม่จำเป็นต้องเรียนกวดวิชาก็ได้อาจทำให้การเรียนไม่ได้ผลเต็มทีเพราะใจยังไม่พร้อม

ข้อ 2 พ่อแม่ต้องลำบากกว่าเดิมมากหรือไม่

อย่าลืมว่าการเรียนกวดวิชามีค่าใช้จ่ายซึ่งมีราคาแพงและยังมีค่าหนังสือ  ค่าแรกเข้า  ค่าเดินทางไปเรียน  ค่าอาหารกลางวันหรือบางทีก็ทั้งสามมื้อเลยทีเดียว  นอกจากนี้ยังมีค่าขนมนมเนยที่ยังไม่ได้คิด  ให้ลองทบทวนดูนะคะว่าการไปเรียนกวดวิชาทำให้เพิ่มภาระค่าใช้จ่ายมากเกินไปหรือไม่  หากมากเกินไปลองหันกลับมาทบทวนทำแบบฝึกหัดวันละหน้าสองหน้า  หาแบบทดสอบเก่า ๆ ซึ่งมีขายทั่วไปตามร้านหนังสือมาทดลองทำก็ได้ความรู้เช่นเดียวกันค่ะ

ข้อ 3 เรียนเพราะตามเพื่อนหรือไม่

ต้องยอมรับว่ากระแสการเรียนกวดวิชาในปัจจุบันกลายเป็นค่านิยมของนักเรียนและผู้ปกครองไปแล้ว  บางคนอยากไปเรียนกวดวิชาเพราะเรียนตามเพื่อนสนิท  เพื่อนในกลุ่มไปเรียนก็ไปเรียนด้วย  เพราะไม่อยากปิดเทอมเหงาอยู่บ้าน  ไปเรียนก็จะไปนั่งเล่น  นั่งคุยกัน หรือเผลอ ๆ พากันไม่ไปเรียนแต่ไปเที่ยวแทน  ให้ถามความรู้สึกของตนเองว่าอยากไปเรียนเพราะตนเองหรือเพราะเพื่อน  การเรียนไม่มีใครช่วยใครได้  ต้องใช้ความพยายามด้วยตนเอง  หากไปเรียนเพราะตามเพื่อนจะไม่ได้รับระโยชน์จากการเรียนกวดวิชาจริง ๆ

ข้อ 4 ไปเรียนแล้วจะตั้งใจเรียนจริงหรือไม่

ต้องมีความมั่นใจ  แน่วแน่  ในการไปเรียนกวดวิชา  เพราะถ้าลงทุนไปเรียนแล้ว  บางคนต้องเรียนทั้งวันตั้งแต่เช้ายันเย็น  เรียนด้วยความเบื่อ  เรียนเพราะถูกบังคับ  เรียนเพราะตามเพื่อน  คงไม่ดีแน่  และหากคิดจะโดดเรียน  หนีเรียน  ก็อย่าไปเรียนเลยคะ  ไม่มีผลดีและยังสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายอีกต่างหาก

ข้อ 5 วิธีเรียนอื่น ๆ มีไหม

นอกจากเรียนในโรงเรียนกวดวิชา  มีที่อื่นหรือมีการเรียนแบบอื่น ๆ หรือไม  เช่น  มีบางหน่วยงานเปิดสอนกวดวิชาฟรี  เช่น  ติวสอบก่อนเข้ามหาวิทยาลัย  ติวภาษาอังกฤษ  แต่การเรียนกวดวิชาฟรี  สำคัญอันดับหนึ่งคือ  ต้องไว  รีบสมัครลงคอร์สเรียนไว้เลย  ช้าหมดอดเรียนแน่นอน

จากลิสต์ทั้งหมด 5 ข้อที่กล่าวมานั้น  คุณพ่อคุณแม่ควรจับเข่าคุยกับลูกหรือสังเกตพฤติกรรมก่อนก็ดีนะคะ  หากคิดที่จะสนับสนุนให้ลูกเรียนสำคัญต้องดูความพร้อมว่าต้องการเรียนจริง ๆ หรือไม่  จุดประสงค์ของการเรียนคืออะไร  ควรให้คำแนะนำที่ดีแก่ลูกและอธิบายข้อดี ข้อเสียที่จะเกิดขึ้นโดยดูความจำเป็นของลูก และความจำเป็นของครอบครัว  เพียงเท่านี้คุณก็จะทราบได้ว่าลูกของคุณควรเรียนกวดวิชาหรือไม่

อ้างอิงข้อมูลจาก

http://www.dek-d.com

http://www.myfirstbrain.com

www.gotoknow.org

บทความอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

ทำอย่างไรให้ลูกเรียนเก่ง?

10 เทคนิคช่วยให้ลูกไม่ต้องเรียนพิเศษ

เสริมทักษะภาษาให้ลูกกับโปรแกรมเรียนพิเศษวันเสาร์

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

app info
get app banner