เจาะลึก!!! ฟินแลนด์ vs ไทย เหตุใดคุณภาพการศึกษาต่างกันลิบโลก

lead image

เคยสงสัยไหมว่าทำไมประเทศที่มีขนาดไม่ต่างจากไทยมากอย่างฟินแลนด์จึงมีระบบการศึกษาที่ดีที่สุดในโลก ในขณะที่ประเทศไทยของเราคุณภาพการศึกษากลับตกอยู่อันดับท้ายๆ ตลอด ใครอยากทราบ เราเก็บคำตอบจากงาน Education in Finland ที่จัดโดย P-PAC มาฝากค่ะ

src=https://th admin.theasianparent.com/wp content/uploads/sites/25/2014/06/dreamstime s 19394033.jpg เจาะลึก!!! ฟินแลนด์ vs ไทย เหตุใดคุณภาพการศึกษาต่างกันลิบโลก

เจาะลึก!!! ฟินแลนด์ vs ไทย เหตุใดคุณภาพการศึกษาต่างกันลิบโลก

1. การศึกษาที่ฟรีและเข้าถึงทุกคน

ในขณะที่ประเทศไทยยังมีความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาอยู่มาก แค่โรงเรียนดังในตัวเมืองและโรงเรียนในพื้นที่ทุรกันดาร คุณภาพการศึกษาก็ต่างกันลิบลับแล้ว ค่าเทอมของโรงเรียนต่าง ๆ ก็ไม่เท่ากัน แต่สำหรับประเทศฟินแลนด์ในฐานะที่เป็นรัฐสวัสดิการและมีประชากรแค่ประมาณ 5 ล้านคน นักเรียนทุกคนในฟินแลนด์จะมีโอกาสได้เรียนฟรีจนจบชั้นปริญญาโทและมีโอกาสเข้าถึงการศึกษาอย่างเท่าเทียม โดยโรงเรียนส่วนมากเป็นโรงเรียนรัฐบาล ที่มีคุณภาพเท่า ๆ กัน ไม่ว่าจะอยู่ในตัวเมืองหรืออยู่ในชนบท ในฟินแลนด์จะเน้นให้เด็ก ๆ ได้เรียนในโรงเรียนใกล้บ้าน การคมนาคมขนส่งก็สะดวกสบาย หากโรงเรียนไกลจากบ้านของนักเรียนเกินกว่า 5 กิโลเมตร ก็จะมีรถรับส่งนักเรียนฟรีด้วย

2. หน้าที่ครู: สอนและตรวจการบ้าน

ในขณะที่หน้าที่ของคุณครูในโรงเรียนไทยทั่วไปมีมากมายตั้งแต่งานสอนหลายชั่วโมงต่อวันหรือต่อสัปดาห์ งานตรวจการบ้าน งานบริหาร งานดูแลความประพฤติเด็ก งานด้านกิจกรรม และอื่น ๆ อีกมากมาย ในประเทศฟินแลนด์หน้าที่ของครูมีเพียงการสอนและตรวจการบ้านเท่านั้น ไม่มีการงานที่เกี่ยวข้องกับการบริหารใด ๆ เพราะเชื่อว่าการสอนเก่งกับการบริหารงานเก่งนั้นไม่จำเป็นต้องอยู่ในคน ๆ เดียวกัน และโดยเฉลี่ยแล้วงานสอนของครูมีเพียง 120 - 180 นาที หรือ 2-3 ชั่วโมงต่อวัน พร้อมวันหยุดพักผ่อนยาว เพื่อให้ครูไม่เครียดจนเกินไป และสามารถถ่ายทอดความรู้ให้กับนักเรียนได้อย่างมีคุณภาพสูงสุด

3. การโต้เถียงและการคิดอย่างมีวิจารณญาณ

ในขณะที่การศึกษาในโรงเรียนรัฐบาลของไทย ดูเหมือนจะเป็นการเรียนและท่องจำไปเพียงเพื่อสอบ แต่ระบบการศึกษาในประเทศฟินแลนด์เน้นไปที่ความสามารถในการคิดอย่างมีวิจารณญาณ (Critical Thinking) โดยคุณ Kai Tuorila ตัวแทนจาก Finpro องค์กรที่ดูแลชาวฟินแลนด์ที่ทำงานในประเทศไทย ซึ่งเป็นชาวฟินแลนด์ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยมานาน ได้ให้ความเห็นในเรื่องนี้ว่า "เนื่องจากฟินแลนด์เป็นประเทศที่มีทรัพยากรธรรมชาติ (Natural resource) ซึ่งสามารถนำมาใช้ประโยชน์หรือส่งออกได้น้อย สิ่งสำคัญที่สุดที่เราพัฒนาได้จึงเป็นทรัพยากรมนุษย์ (Human resource) และการสอนให้เด็ก ๆ มีความสามารถในการคิดอย่างมีวิจารณญาณ สอนให้รู้จักโต้เถียงและซักถามครูอย่างมีเหตุมีผลนั้น เป็นหนึ่งในวิธีที่ดีที่สุดที่จะช่วยพัฒนาทรัพยากรมนุษย์"

4. จำนวนนักเรียน ชั่วโมงเรียนและการบ้าน

โรงเรียนรัฐทั่วไปในประเทศไทย จำนวนนักเรียนต่อหนึ่งห้องเรียนมีมากถึง 40-60 คน แถมยังเข้าเรียนเฉลี่ยวันละ 6 - 9 ชั่วโมงต่อวัน และมีการบ้านอีกมากหลังเลิกเรียน หลาย ๆ คนก็ออกไปเรียนพิเศษอีก แต่สำหรับการศึกษาประเทศฟินแลนด์นั้น เด็กนักเรียนจะเข้าเรียนแค่วันละไม่เกิน 5 ชั่วโมง และมีนักเรียนต่อหนึ่งห้องเรียนไม่เกิน 20 คน หลังเลิกเรียนยังไม่มีการบ้าน ไม่มีการวัดผลด้วยเกรดเฉลี่ย และไม่มีการสอบแบบที่ให้เด็กเตรียมตัวอ่านหนังสืออย่างหนักด้วย เนื่องด้วยระบบการศึกษาของที่นี่ต้องการเน้นให้เด็กได้เรียนเพื่อรู้ ไม่ต้องเคร่งเครียด หรือแข่งขันกันเป็นที่หนึ่ง

5. ครู: อาชีพยอดฮิตและมีเกียรติ

ดร.พิชิต ฤทธิ์จรูญ รักษาการคณบดีคณะศึกษาศาสตร์ สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ ผู้เขียนหนังสือ "หลักการวัดและประเมินผลการศึกษา ได้ให้ความเห็นว่า " สำหรับประเทศไทย หลายคนที่มาเรียนครูไม่ได้อยากมาเป็นจริงๆ ต่างกับในประเทศฟินแลนด์ที่คนจะเป็นครูสอนรายวิชาต่าง ๆ ได้ต้องจบปริญญาโทในสาขานั้น ๆ และมีขั้นตอนการคัดอย่างเข้มข้น" นอกจากนี้ในประเทศฟินแลนด์อาชีพครูยังถือว่าเป็นอาชีพที่มีเกียรติและเป็นอาชีพยอดฮิต โดยเฉลี่ยมีเพียง 10% เท่านั้นจากผู้สมัครทั้งหมด ที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นครูได้

ทำไมระบบการศึกษาฟินแลนด์ถึงดีที่สุดในโลก

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!