เคล็ดลับ ดูแลแผลผ่าคลอด ให้สวยเฉียบเรียบเนียน ไม่นูนแดง

เคล็ดลับ ดูแลแผลผ่าคลอด ให้สวยเฉียบเรียบเนียน ไม่นูนแดง

หนึ่งในความกังวลหลังจากผ่านพ้นขั้นตอนของ การผ่าคลอด ของบรรดาคุณแม่ คงหนีไม่พ้นวิธีการ ดูแลแผลผ่าคลอด ให้ไม่กลายเป็นแผลนูนหนาดูน่ากลัว ในแบบที่ แม่ผ่าคลอด หลายคนหวั่นวิตกกัน

แม้ว่า การผ่าคลอด จะฝากรอยแผลเป็นขนาดใหญ่ที่อาจทำลายความมั่นใจของคุณแม่เอาไว้บนหน้าท้อง แต่ถ้าหากคุณแม่สามารถ ดูแลแผลผ่าคลอดได้เป็นอย่างดี แผลเป็นเหล่านี้ก็ไม่ใช่เรื่องน่ากังวลอีกต่อไป

แผลผ่าคลอดมีกี่แบบ การดูแลแผลผ่าคลอดยุ่งยากจริงหรือ ?
การผ่าคลอด แบ่งออกเป็น 2 ลักษณะ โดยคุณหมอจะพิจารณาเลือกวิธีการผ่าคลอด แตกต่างกันไปตามสถานการณ์ และความเหมาะสมด้านร่างกายของคุณแม่แต่ละคน

ดูแลแผลผ่าคลอด

 

1.การผ่าคลอดแนวตั้ง เป็นการผ่าตัดในแนวตั้ง จากใต้สะดือลงมาถึงบริเวณเหนือกระดูกหัวหน่าว มีความยาวราว 10 เซนติเมตร แม้ว่าการผ่าคลอดแนวตั้งจะช่วยให้หมอสามารถผ่าตัดได้ง่าย และรวดเร็ว แต่ไม่ค่อยได้รับความนิยม เนื่องจากแผลผ่าตัดจะหายช้า และทิ้งรอยแผลเป็นที่เห็นได้ชัดเจนบริเวณหน้าท้อง

2.การผ่าคลอดแนวนอน เป็นการผ่าตัดแนวขวางตามรอยพับของหน้าท้องบริเวณเหนือกระดูกหัวหน่าวราว 2 เซนติเมตร มีความยาวประมาณ 8 - 10 เซนติเมตร ข้อดีของการผ่าคลอดแนวขวาง คือ แผลจะฟื้นตัวเร็วกว่าแผลแนวตั้ง

คุณแม่ผ่าคลอดจะฟื้นตัวได้ภายใน 24 ชั่วโมง สามารถออกจากโรงพยาบาลได้ภายใน 3 วัน และใช้เวลาในการดูแลแผลผ่าคลอดจนหายสนิทประมาณ 6 - 12 สัปดาห์ แต่หัวใจสำคัญในการดูแลแผลผ่าคลอดให้ไม่ฝากรอยแผลเป็นที่ไม่พึงประสงค์นั้น ต้องอาศัยทั้งการรักษาความสะอาด ความระมัดระวังเวลาเคลื่อนไหว และการบำรุงผิวหนังบริเวณแผลเป็นมากเป็นพิเศษ เพราะหากคุณแม่เผลอละเลยขั้นตอนใดไป อาจทำให้การสมานกันของเนื้อเยื่อและผิวหนัง เกิดความผิดปกติจนกลายเป็น แผลนูนแดง แผลเป็นสีคล้ำได้ทันที

เคล็ดลับ ดูแลแผลผ่าคลอดให้แผลนุ่ม ดูดี เรียบเนียน ไม่นูนแดง

ดูแลแผลผ่าคลอด

 

  1. ช่วง 2 - 3 วันแรก ไม่ควรให้แผลโดนน้ำ เนื่องจากอาจเกิดปัญหาแผลติดเชื้อ และอักเสบได้ โดยคุณหมอจะปิดแผลด้วยพลาสเตอร์กันน้ำ เพื่อป้องกันน้ำซึมเข้าแผล ระหว่างนี้คุณแม่อาจใช้วิธีทำความสะอาดร่างกายด้วยการเช็ดตัวด้วยน้ำสะอาดไปก่อน
  2. ประมาณ 7 วันหลังคลอด คุณหมอจะนัดทำความสะอาด และเปิดแผลผ่าคลอด หลังจากนี้ คุณแม่สามารถอาบน้ำ ฟอกสบู่ที่มีฤทธิ์อ่อน แต่ห้ามทาแป้งลงบนแผล และต้องดูแลแผลให้แห้งอยู่เสมอ เพื่อป้องกันการติดเชื้อจากภายนอก แม่ยังจำเป็นต้องใส่ผ้าอนามัยไว้ตลอด และคอยเปลี่ยนทุก ๆ 6 ชั่วโมง จนกว่าแผลผ่าคลอดจะหายสนิท
  3. คุณแม่สามารถเคลื่อนไหวได้ตามปกติ แต่ในช่วง 6 สัปดาห์แรกหลังคลอด ห้ามยกของหนัก หรือทำกิจกรรมที่ทำให้กล้ามเนื้อหน้าท้องหดเกร็งมากเกินไป เช่น เดินขึ้นลงบันไดสูง ๆ เพราะอาจทำให้แผลฉีกขาด และสร้างแผลเป็นที่มีลักษณะนูนแดง มีสีเข้ม
  4. ควรสวมเสื้อผ้าหลวม ๆ และสวมกางเกงชั้นในที่ไม่รัดแน่น เพื่อป้องกันการเสียดสีกับแผลโดยตรง นอกจากนี้ ยังสามารถใช้พลาสเตอร์กันน้ำ หรือผ้ารัดหน้าท้อง เพื่อพยุงแผลไม่ให้ยืดตัว แต่ต้องระวังไม่ให้อับชื้นเนื่องจากเหงื่อออก
  5. เมื่อรู้สึกเจ็บแผลน้อยลง ควรออกกำลังกายเบา ๆ เพื่อกระตุ้นให้เลือดไหลเวียนทั่วร่างกาย และช่วยให้แผลสมานกันได้แนบสนิทไวขึ้น
  6. แม่ควรพักผ่อนให้เพียงพอ และรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ สามารถทาน เนื้อสัตว์ นม ไข่ ข้าว ได้ตามปกติ เพราะร่างกายช่วงนี้ต้องการสารอาหารจำนวนมาก เพื่อนำไปซ่อมแซมแผล และผลิตน้ำนมให้กับลูกน้อย
  7. เมื่อแผลเริ่มแห้ง หรือตกสะเก็ด ห้าม แคะ แกะ เกาแผล เด็ดขาด และควรดูแลแผลผ่าคลอดด้วย ผลิตภัณฑ์ลดเลือนรอยแผลเป็น เพื่อช่วยให้ รอยแผลผ่าคลอดบางลง ไม่นูนแดง ไม่มีสีเข้มขึ้น และไม่เป็นแผลคีลอยด์

หลักในการ เลือกผลิตภัณฑ์ลดเลือนรอยแผลเป็น ของแผลผ่าคลอด ควรพิจารณาจากคุณสมบัติต่าง ๆ ดังนี้

  • เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความปลอดภัยกับคุณแม่ให้นมบุตร
  • มีความอ่อนโยนต่อทุกสภาพผิว โดยเฉพาะผิวแพ้ง่าย
  • มีผลวิจัยจากสถาบันต่าง ๆ ที่ได้รับมาตรฐานสากล น่าเชื่อถือ และตรวจสอบได้
  • มีส่วนประกอบที่ช่วยให้รอยแผลเป็นดีขึ้น อ่อนนุ่มลง แผลนูนยุบตัวลง แผลเข้มมีสีจางลง ฯลฯ
  • ผลิตภัณฑ์ควรมีเนื้อบางเบา ไม่มีกลิ่น ซึมเข้าสู่ผิวหนังไว มอบความชุ่มชื้น แต่ไม่ทำให้รู้สึกเหนอะหนะ
  • มีคุณสมบัติกันน้ำได้ เหมาะกับเมืองไทยที่เป็นเมืองร้อนทำให้มีเหงื่อออกตลอดเวลา

สิ่งสำคัญ คุณแม่ควรเจาะจงผลิตภัณฑ์ดูแลแผลผ่าคลอดที่มีลักษณะเป็น ซิลิโคนเจล มีเนื้อสัมผัสเนียนนุ่ม มอบความชุ่มชื้นบริเวณแผลเป็นได้ดี อย่าง ซิลิโคนเจล เดอร์มาติกซ์ อัลตร้า (Dermatix Ultra) ที่คุณหมอแนะนำให้ใช้หลังผ่าตัด มีคุณสมบัติเด่นโดนใจคุณแม่ผ่าคลอด ผู้ที่มีรอยแผลเป็นต่าง ๆ อาทิ

ดูแลแผลผ่าคลอด

 

  • ผ่านการทดสอบทางคลินิกแล้วว่า คุณสมบัติของ CPX ช่วยให้แผลเป็นระยะแรกอ่อนนุ่ม ยุบตัวได้ดี มีลักษณะเรียบเนียนขึ้น
  • วิตามิน ซี เอสเตอร์ มอบความชุ่มชื้น ช่วยปกป้องผิวจากรังสี UVA และ UVB ช่วยให้รอยแผลเป็นดีขึ้น สีจางลง
  • เนื้อเจลเป็นซิลิโคน บางเบา แห้งไว ซึมเข้าสู่ผิวหนังได้อย่างรวดเร็ว ไม่ทำให้รู้สึกเหนอะหนะ
  • ซิลิโคนเจล มีคุณสมบัติกันน้ำ เหมาะกับเมืองร้อนที่มีเหงื่อออกอยู่เสมอ
  • มีความอ่อนโยน มีค่า pH เป็นกลาง ไม่ก่อให้เกิดอาการระคายเคือง เหมาะกับทุกสภาพผิว
  • ไม่แต่งสี และไร้กลิ่น
  • สามารถใช้กับรอยแผลเป็นบนใบหน้า ริมฝีปาก เปลือกตาได้อย่างปลอดภัย
  • หลังจากทาทิ้งไว้ประมาณ 1 – 2 นาที สามารถทาครีมกันแดดทับ หรือแต่งหน้าทับได้ทันที 
  • ใช้ครั้งละ 1 เมล็ดถั่วเขียว ทาบาง ๆ ไม่ต้องถูวน หรือนวดไปมาบนรอยแผลเป็นได้ยาวราว 6 นิ้ว ปกป้องได้นาน 12 ชั่วโมง

ซิลิโคนเจลลดเลือนรอยแผลเป็น เดอร์มาติกซ์ อัลตร้า (Dermatix Ultra) คืนความมั่นใจให้คุณแม่ผ่าคลอดได้เป็นอย่างดี เมื่อใช้อย่างต่อเนื่องตามคำแนะนำ จะสัมผัสได้ว่าแผลเป็นเรียบเนียนขึ้น สีจางลง ไม่ต้องกังวลเรื่องความสวยงามเมื่อต้องออกนอกบ้าน  

ดูแลแผลผ่าคลอด

 

เดอร์มาติกซ์ อัลตร้า (Dermatix Ultra) มีให้เลือก 3 ขนาด สะดวกแก่การพกพา ได้แก่

  • ขนาด 15 กรัม ใช้ได้นาน 3-4 เดือน* 
  • ขนาด 9 กรัม ใช้ได้นาน 2 – 3 เดือน*
  • ขนาด 5 กรัม ใช้ได้นาน 1.5 เดือน*

(*สำหรับความยาวแผล 10-15 เซนติเมตร)

 

หาซื้อได้ง่าย ตามร้านขายยาใกล้บ้าน ร้านขายยาชั้นนำ เช่น Boots หรือ Watson ซึ่งร้านวัตสัน ช้อปออนไลน์ผ่านปลายนิ้ว ผ่านช่องทางต่าง ๆ ดังนี้

Watsons Online Shopping

Facebook Fanpage

Line Official Account

Application Watsons TH

หรือ ช้อปเลย

 

ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม คลิกที่นี

 

 

 

 

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

บทความโดย

theAsianparent Editorial Team

app info
get app banner