นานาประสบการณ์การคลอดลูกจากแฟน ๆ theAsianparent

แฟน theAsianparent Thailand ได้ร่วมกันแชร์ประสบการณ์การคลอดลูกและการตั้งครรภ์ เพื่อเป็นแนวทางแก้ปัญหาต่าง ๆ ในช่วงตั้งครรภ์และเป็นการแบ่งปันประสบการณ์ให้กับคุณพ่อคุณแม่ท่านอื่น ๆ ไปในตัวด้วยค่ะ

ประสบการณ์การคลอดลูกจากแฟน ๆ theAsianparent

นานาประสบการณ์การคลอดลูก จากแฟน ๆ theAsianparent 

• ประสบการณ์การคลอดลูกที่ออสเตรเลียค่ะ อายุครรภ์เกินกำหนดเกือบ 42 สัปดาห์ จำเป็นต้องเร่งคลอดทรมานมากค่ะ นานถึง 16 ชั่วโมงแต่ช่องคลอดยังไม่เปิด สุดท้ายจำเป็นต้องผ่าคลอด น้องน้ำหนัก 4.4 กิโลกรัม ตัวใหญ่มาก กินเวลาทั้งหมด 20 ชั่วโมง คลอดได้สองวันน้องมีไข้ 38.2 องศา หมอว่าบอกติดเชื้อต้องเข้าห้องไอซียู 3 วันเพราะกลัวเชื้อเข้าทำลายสมอง ต้องเดินขึ้นเดินลงตึกทั้งที่เจ็บแผลผ่าตัด ต้องปั้มนมลงไปให้ลูกที่ห้องไอซียูทุก ๆ 3 ชั่วโมง แต่สุดท้ายก็ไม่มีปัญหา น้องปลอดภัยค่ะ
ขอบคุณประสบการณ์จากคุณ Darunee Bruce ค่ะ

• คลอดลูกถ้าถามว่าเจ็บหรือเปล่า ถ้าคลอดเองบอกได้เลยค่ะว่าเจ็บมาก ๆ แต่เราต้องทำใจให้สบาย ไม่ต้องคิดอะไรมากค่ะ คิดถึงแต่ลูกในท้อง บอกเค้าว่าให้แม่คลอดลูกง่าย ๆ นะคะลูกรักของแม่ ถ้าปวดก็หายใจเข้าลึก ๆ ค่อย ๆ ปล่อยออกมาทีละนิด แล้วก็ลูบหน้าท้องเบา ๆ เพราะว่าดิฉันคลอดเมื่อวันที่ 13 ธันวาคมที่ผ่านมาเองค่ะ คุณหมอยังบอกเลยว่าคลอดง่ายจังเลย เก่งมากเลยค่ะคุณแม่ ไม่ได้ยินเสียงคุณแม่ร้องเหมือนคุณแม่คนอื่นเลยค่ะ
ขอบคุณประสบการณ์จากคุณ Nancy Down ค่ะ

• ตอนตั้งครรภ์คนที่ 2 ได้ 2 เดือนเป็นอีสุกอีใสเต็มตัวเลยค่ะ คิดว่าน้องจะไม่รอดแล้ว เพราะเป็นไข้และปวดท้องอย่างมาก กลัวน้องจะพิการ คิดมากไปหมด เพราะคุณหมอไม่รับประกันของอาการข้างเคียงกับเด็ก แต่ก็ปลอดภัยค่ะ คลอดได้ตามปกติค่ะ น้องแข็งแรงด้วย
ขอบคุณประสบการณ์จากคุณ Saowalak In-tum ค่ะ

• เป็นคุณแม่ที่มีบุตรยากค่ะ เคยทำ IUI 5 ครั้ง แต่ไม่ติด รออีก 8 ปีกำลังจะทำเด็กหลอดแก้ว เผอิญท้องได้เอง ตอนอายุ 36 ปี มีปัญหารกเกาะต่ำ เป็นงูสวัดตอนตั้งครรภ์ 32 สัปดาห์ ตอนผ่าคลอดเสียเลือดไป 1600 ซีซี ลูกชายหนัก 3,640 กรัม แข็งแรงดีค่ะ แต่โชคดีที่ไม่มีภาวะแทรกซ้อนทั้งแม่และลูก ตอนนี้ลูกชายอายุได้ 5 เดือนแล้ว
ขอบคุณประสบการณ์จากคุณ Kanyapat Niyomvit ค่ะ

• ตอนตั้งท้องลูกคนแรกท้องใหญ่มาก พอเข้าเดือนที่ 4 เป็นไข้บ่อยมากเรียกได้ว่าเป็นทุกวัน ตัวร้อนหนาวสั่นตลอดทานยาพาราเซตามอลทุกวันและทานแต่ผลไม้ไม่ค่อยทานเนื้อสัตว์ เวลาเดินทางไกลต้องนอนและต้องมียาพาราติดตัวตลอด ทานยาพาราจนใกล้วันคลอด พอเข้าเดือนที่ 8 ใกล้คลอดอาการดีขึ้นบ้าง แต่พอจะคลอดเด็กไม่ดิ้นหรือดิ้นน้อยมาก 3 วันก่อนคลอดไปหาคุณหมอ คุณหมอเลยให้ผ่า ทรมานมากค่ะแต่พอคลอดลูกอาการทุกอย่างหายหมด แต่พอมีท้องสองอาการแบบท้องแรกไม่มี ทานเก่งแข็งแรงมาก
ขอบคุณประสบการณ์จากคุณชวจรณ์ ตันเจริญ ค่ะ

• ตอนคลอดน้องเจ็บท้องนานมากค่ะ เริ่มตั้งแต่ตี 2 ทนเจ็บถึง 8 โมงเช้าไปโรงพยาบาล ปากมดลูกไม่เปิดกลับมาบ้านทนปวดทั้งวันถึง 2 ทุ่ม ตัดสินใจไปโรงพยาบาลอีกครั้ง ปากมดลูกเปิด 2 เซนติเมตร หมอให้น้ำเกลือเร่งคลอดค่ะ ยิ่งปวดมากเลยน้ำคร่ำก็ไม่แตกต้องเจาะเจ็บอีกแล้วค่ะทรมานมาก หัวน้องก็ลอย หมอต้องกดท้องแล้วตอนเบ่งไม่ได้ขึ้นขาหยั่งนะคะเค้าให้ลุกขึ้นมาจับข้อเท้าตัวเองค่ะ รอจนหมอที่ฝากพิเศษมาถึงได้ขึ้นขาหยั่งเบ่งต้องใช้ออกซิเจนช่วยหายใจ ไปคลอดอีกทีตี 2.37 นาที รวมแล้วเจ็บท้อง 24 ชั่วโมงพอดีกว่าจะคลอดได้
ขอบคุณประสบการณ์จากคุณ Nunnapatsorn Kijja ค่ะ

• เจ็บท้องคลอดนาน 27 ชั่วโมงค่ะ ช่องคลอดค่อย ๆ เปิดทีละนิด ๆ ทีแรกก็แปลกใจว่าแม่ ๆ ที่ใกล้คลอดจะร้องโวยวายกันทำไม พอปากมดลูกเปิดได้ 6-7 เซนติเมตรเท่านั้นแหละค่ะ เข้าใจเลยว่ามันปวดบีบมาก มากจนจะขาดใจ พอปากมดลูกเปิด 9 เซนติเมตร หมอก็เจาะน้ำคร่ำ หมอบอกว่าน้ำคร่ำแอบเขียวค่ะ ตอนนั้นไม่รู้ว่ามันคืออะไร มารู้มีหลังว่ามันคือภาวะทารกสำลักน้ำคร่ำ เพราะขาดออกซิเจน เลยต้องครอบออกซิเจนไว้ตลอดระหว่างเบ่งคลอด หมอให้เราพยายามเบ่งโดยการห้ามออกเสียงเพราะจะทำให้มีแรงเบ่งลงไปข้างล่าง สุดท้ายต้องตะแคงเกาะราวเตียงแล้วเบ่ง เพราะเริ่มหมดแรงและเบ่งไม่เป็น ทีนี้ก็เริ่มเหนื่อยเพราะไม่ได้นอนมาทั้งวันทั้งคืน สุดท้ายหมอบอกว่าเห็นหัวเด็กแล้วจึงเข็นเข้าห้องคลอด จากนั้นลมเบ่งก็เริ่มมาตอนที่พยาบาลและหมอช่วยกันเชียร์ สุดท้ายก็เบ่งหลุดพรวดได้ยินเสียงลูกร้อง ก็โล่งใจและงงๆ กับสิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้าว่าเค้าออกมาแล้วเหรอเนี่ย แต่สิ่งหนึ่งที่มันทรมานใจคือ ลูกมีภาวะหัวบวม คือ บูดออกมาเพราะเบ่งนานหัวลูกมาติดคาอยู่ที่อุ้งเชิงกรานนานเกินไป คล้ายๆ กับการใช้เครื่องมือดูดออก จากนั้นลูกก็มีภาวะตัวเหลือง ต้องเข้าส่องไฟ จากที่คิดว่า 3 วัน ก็กลับได้กลายเป็น 1 อาทิตย์ เห็นและได้ยินเสียงลูกร้องทุกครั้งที่เข็มคาอยู่ที่ฝ่ามือน้อย ๆ ต้องเปลี่ยนรูเจาะใหม่เพราะเส้นเลือดแตก ให้ยาฆ่าเชื้อไม่ได้ (ตอนคลอดหมอกลัวว่าจะติดเชื้อ) ตอนแรกรับไม่ได้เลยเพราะคิดว่าลูกต้องแข็งแรงปลอดภัย แต่พอสักพักทำใจได้ก็กินทุกอย่างที่มีประโยชน์และเร่งน้ำนม เพราะน้ำนมจากเราผู้เป็นแม่คนเดียวเท่านั้นที่จะช่วยลูกน้อยได้ มันมีแรงสู้และความพยายามมาจากไหนไม่รู้ แต่รู้ว่ารักและต้องดูแลเค้าให้ดีและแข็งแรงให้เร็วที่สุดค่ะ ซึ้งกับหน้าที่แม่มากค่ะ
ขอบคุณประสบการณ์จากคุณ NamTip TipsuMalai ค่ะ

ผู้อ่านท่านใดมีประสบการณ์ไม่ว่าจะการคลอดลูก การรักษาโรคที่หายากของลูก หรือเรื่องราวอื่น ๆ สามารถส่งมาให้เราแชร์ได้ที่อีเมล์ [email protected]