งานวิจัยชี้ ลูกติดสมาร์ทโฟน ตลอดเวลา ก็เหมือนติดยาเสพติด

งานวิจัยชี้ ลูกติดสมาร์ทโฟน ตลอดเวลา ก็เหมือนติดยาเสพติด

เล่น “สมาร์ทโฟน” ตลอดเวลา เหมือนให้ลูกเสพโคเคน!! จริงหรือ

สมัยนี้ ใคร ๆ ก็ติดโทรศัพท์ ไม่ว่าจะเป็นลูกเล็กเด็กแดงที่ไหน เมื่อพอจะประสีประสา ก็คว้าหาโทรศัพท์เท่านั้น คุณพ่อคุณแม่มีปัญหา ลูกติดสมาร์ทโฟน กันบ้างมั้ยคะ แม้ว่าสมาร์ทโฟนนั้นจะมีสื่อการเรียนรู้ที่แฝงอยู่มากมาย ในอินเทอร์เน็ต และแอพลิเคชั่นต่าง ๆ แต่ก็มีโทษมหันต์ ที่อาจร้ายแรงพอ ๆ กับยาเสพติดเลยทีเดียวค่ะ

ลูกติดสมาร์ทโฟน

งานวิจัยชี้ ลูกติดสมาร์ทโฟน ตลอดเวลา ก็เหมือนติดยาเสพติด

งานวิจัยชี้ สังคมก้มหน้าร้ายแรงพอ ๆ กับ ยาเสพติด

สังคมก้มหน้า และดูจอถือเป็นภาพปกติชินตาที่เราสามรถพบเห็นได้  อุปกรณ์สำคัญ ที่เข้ามาเปลี่ยนพฤติกรรมคนนั้นคือ สมาร์ทโฟนนั่นเอง ปัจจุบันนั้นสมาร์ทโฟน ถือเป็นปัจจัยหลัก ๆ ของมนุษย์ และสามารถเข้าถึงคนได้ทุกเพศทุกวัย ไม่เว้นแม้แต่เด็ก หรือคนแก่สูงอายุ ที่สำคัญเมื่อเข้าถึง และใช้จนเป็น ทุกคนก็จะเสพติดมาก ๆ

ยาเสพติดชนิดสมาร์ทโฟน

Mandy Saligari ผู้เป็นเจ้าของคลินิค Harley Street ในประเทศอังกฤษได้บอกว่า คนไข้ส่วนใหญ่ของเธอมักจะเป็นเด็ก ๆ อายุราว ๆ 12 ถึง 15 ขวบ และเด็ก ๆ ราวนี้ก็มองว่า เรื่องเพศกลายเป็นเรื่องปกติไปเสียแล้ว  เธอยังบอกว่า จากผลสำรวจส่วนใหญ่ พบว่าการเสพติดโทรศัพมือถือนั้นมีระดับความเสี่ยงที่สูงพอ ๆ กับยาเสพติดหลายชนิดเลยทีเดียว เพราะคนที่อยู่ในขั้นเสพติดนั้น จะใช้เวลาทั้งวัน ไปกับการจ้องมองมือถือ เล่นอินสตาแกรม หรือสแนปแชต

โหดร้ายกว่าการเสพติดคือ สื่อลามกที่เข้าถึงเด็กได้ง่ายขึ้น

แต่ที่ทำให้การเล่นโทรศัพมือถือ มันโหดร้ายกว่าการเสพสารเสพติดคือ เมื่อเด็ก ๆ เสพติดมัน และเล่นสื่อโซเชียลจนมันไปไกลขึ้นพร้อมคิดว่า การส่งรูป หรือการเข้าถึงสื่อลามกเป็นเรื่องปกติ ก็จะทำให้เด็ก ๆ หันไปส่งรูปโป๊เปลือยให้คนอื่นมากขึ้น ซึ่งมันส่งผลเสียต่อเด็ก ๆ ในอนาคต นี่ยังไม่รวมถึงภัยอื่น ๆ อีกมากมาย

เด็กเล็กมีแนวโน้มติดสมาร์โฟนมากขึ้น

Mandy Saligari  เธอยังบอกว่าผลเสียนี้ มันไม่ได้อยู่แค่กับเด็กที่โตแล้ว หรือกำลังโตเท่านั้น เธอยังพบว่าเด็กวัย 6 ขวบลงไป ก็เริ่มจะใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับโทรศัพมือถือเฉลี่ย 6 ชั่วโมงต่อวันแล้ว ซึ่งมันอาจจะเป็นสัญญาณที่ว่า สิ่งเสพติดชนิดใหม่ ที่มาในคราบโทรศัพท์มือถือนั้น มันเริ่มยากเกินกว่าการควบคุมแล้วนั้นเอง

ลูกติดสมาร์ทโฟน

เด็กเล็กมีแนวโน้มติดสมาร์โฟนมากขึ้น

จำกัดเวลาใช้มือถือ ไม่ช่วย แพทย์แนะพ่อแม่ควรมีส่วนร่วม

บทความ : ลูกติดมือถือ แท็บเล็ต จะแก้ปัญหายังไงดี?

นักวิจัยได้ออกมาเผยถึงการศึกษาครั้งใหม่ว่า การจำกัดเวลาเล่นมือถือ หรือแท็บเล็ตของเด็ก อาจไม่มีประโยชน์แต่อย่างใด โดยผลการศึกษาครั้งนี้ได้ถูกเผยแพร่ในวารสารที่มีชื่อว่า the journal Child Development ของมหาวิทยาลัยอ๊อกฟอร์ดและมหาวิทยาลัยคาร์ดิฟฟ์ ซึ่งได้ระบุว่า การจำกัดเวลาการใช้งานสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตของเด็กมันล้าสมัยไปแล้ว และมันก็ไม่ได้ผลด้วย

American Academy of Pediatrics ได้เริ่มทำการทดสอบขึ้นในปี 2016 โดยจะให้เด็กที่มีอายุระหว่าง 2 -5  ปีจำกัดเวลาเล่นมือถือหรือแท็บเล็ตเป็นเวลา 1 ชั่วโมงต่อวัน ส่วนเด็กที่อายุตั้งแต่ 6 ปีขึ้นไป จะกำหนดระยะเวลาเช่นเดียวกัน รวมถึงใช้การสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์อีกประมาณ 20,000 ครอบครัว จากการทดสอบพบว่า การกำหนดเวลาให้ลูกเล่นมือถืออาจไม่ได้ส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตของเด็กเสมอไป

อย่างไรก็ตาม ดร. Andrew Pryzbylski จาก Oxford Internet Institute หนึ่งในคณะที่ทำการศึกษาครั้งนี้ ได้แนะนำให้แต่ละครอบครัวตั้งกฎกติกาเรื่องระยะเวลาในการเล่นมือถือหรือแท็บเล็ตลูก และให้พ่อแม่ได้มีส่วนร่วมในการสำรวจโลกอินเตอร์เน็ตร่วมกันมากกว่าที่จะกำหนดเวลาในการเล่นมือถือหรือแท็บเล็ต สำหรับเรื่องระยะเวลาที่เหมาะสมในการจ้องหน้าจอของเด็กๆ นั้น นักวิจัยยังคงศึกษาต่อไป

ลูกติดสมาร์ทโฟน

จำกัดเวลาใช้มือถือ ไม่ช่วย แพทย์แนะพ่อแม่ควรมีส่วนร่วม

ทำอย่างไรให้ลูกเล่นมือถือน้อยลง

1. คอยกำกับดูแลใกล้ชิด

พ่อแม่ไม่ควรปล่อยให้ลูกเล่นมือคนเดียวนานๆ ควรเข้ามาคอยชี้แนะ ให้คำปรึกษา บแกว่าสิ่งใดดี สิ่งใดไม่ดี เพราะโลกของสังคมออนไลน์มีทั้งดีและไม่ดี เราอาจจะห้ามลูกไม่ได้ตลอดเวลา แต่เราต้องสอนให้ลูกแยกแยะว่าอะไรดี ไม่ดีได้ เพื่อไม่ให้เกิดการประพฤติหรือเลียนแบบสิ่งที่ไม่ดี

2. ดูความเหมาะสม

ก่อนที่พ่อแม่จะปล่อยให้ลูกได้เล่น ควรทำข้อตกลงร่วมกันก่อน บอกว่าเล่นได้แค่ไหน เล่นเสร็จแล้วต้องทำอะไร เพื่อไม่ให้ลูกจดจ่อกับโทรศัพท์ หรือแท็บเล็ตมากเกินไป ถึงแม้จะให้ลูกดูบทเรียน หรือสื่อที่มีประโยชน์ก็ตาม แต่ไม่ควรลืมให้ลูกมีการพูดคุย สื่อสาร และมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นด้วย เพื่อให้ลูกสามารถอยู่ร่วมกับโลกแห่งความเป็นจริงได้

3. เรียกร้องความสนใจ

อย่าปล่อยให้ลูกเล่นเกมส์เป็นเวลานาน เพราะจะทำให้เด็กใช้สายตามากเกินไป ควรเรียกให้เข้าได้หลุดออกจากโลกของเกมส์บ้าง หากลูกน้อยนิ่งไม่สนใจ ควรเข้าไปใกล้ๆ สะกิดให้เขารู้สึกตัว พยายามให้เขาฟังในสิ่งที่พ่อแม่ต้องการจะพูดด้วย

4. อย่าให้เด็กรู้สึกว่ามือถือเป็นของเขา

เด็กบางคนพ่อแม่ซื้อมือถือ หรือแท็บเล็ตไว้ให้ต่างหาก เพื่อให้ลูกได้เล่นเกมส์ ดูยูทูป หรือสื่อต่างบนอินเตอร์เน็ตได้อย่างเต็มที่ เนื่องจากพ่อแม่บางท่านจำเป็นต้องใช้มือถือในการติดต่อประสานงานตลอดเวลา พอลูกรู้ว่าสิ่งเหล่านั้นเป็นของเขา ลูกจะแสดงอารมณ์โกรธและโมโหฉุนเฉียวถ้าพ่อแม่บอกให้หยุด ดังนั้น ควรนำมือถือของคุณให้ลูกเล่นบ้าง

5. พ่อแม่ต้องเป็นตัวอย่างที่ดี

สมัยนี้ไม่ใช่แค่ลเด็กที่ติดมือถือ ผู้ใหญ่บางคนติดมือถือ ติดโซเชียลหนักกว่าเด็กเสียอีก ในเมื่อพ่อแม่ติดมือถือขนาดนั้น แล้วบอกให้ลูกอย่าเล่นมือถือมากคงจะฟังไม่ขึ้น เพราะลูกก็เห็นพ่อแม่เล่นเหมือนกัน หากบ้านใครต่างคนต่างเล่นมือถือไม่สนใจกัน ความสนิทสนม ความสัมพันธ์ในครอบครัวก็จะลดน้อยลงไปอีก

ที่มา

www.independent.co.uk 

www.catdumb.com

บทความอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

ผลวิจัยชี้เด็กติดสมาร์ทโฟน กระทบกล้ามเนื้อ เสี่ยงนิ้วพิการ

รู้ไว้เด็กๆ จ้องมือถือ สมาร์ทโฟนมากเสี่ยงสายตาสั้นเทียมได้

อยู่บ้านก็เล่นได้ : 15 กิจกรรมแสนสนุก อยู่บ้านก็เพิ่มทักษะให้ลูกได้ (ตอน 2)

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

บทความโดย

ชลลดา วาดนิ่ม

app info
get app banner