ความเสียสละของคนเป็นแม่ ยอมอุ้มท้องลูกไม่มีกะโหลกเพื่อบริจาคอวัยวะ

แชร์บทความนี้ให้เพื่อน

แม้จะรู้อยู่เต็มอกว่าร่างกายของลูกน้อยไม่มีกะโหลก แต่พ่อแม่คู่นี้ก็ยังตัดสินใจเก็บลูกในท้องเอาไว้เพื่อนำไปบริจาค

อุ้มท้องลูกไม่มีกะโหลกเพื่อบริจาคอวัยวะ

ความเสียสละของคนเป็นแม่ อุ้มท้องลูกไม่มีกะโหลกเพื่อบริจาคอวัยวะ …ความเสียสละของ Keri และ Royce Young ถูกพูดถึงในเว็บไซต์ Daily Mail ว่า ทั้งคู่รู้ข่าวภายหลังจากการอัลตราซาวด์ตอน 19 สัปดาห์ว่า ลูกคนที่สองของพวกเขานั้นมีภาวะเด็กกบ (Anencephaly) จึงไม่มีทั้งสมองและกะโหลกศีรษะ และลูกของพวกเขา ก็อาจจะมีชีวิตอยู่ได้ไม่นานหลังจากที่คลอด แต่ก็ยังตัดสินใจที่จะอุ้มท้องต่อไป เพื่อที่จะบริจาคอวัยวะช่วยเหลือเด็กคนอื่น

อุ้มท้องลูกไม่มีกะโหลกเพื่อบริจาคอวัยวะ

น่าเศร้าเหลือเกิน เมื่อครอบครัว Youngs ต้องเผชิญกับความจริง ซึ่งพังทลายความหวัง ความรู้สึก หลังจากที่คุณหมอเอ่ยว่า ลูกของคุณไม่มีสมองและไม่มีกะโหลกศีรษะ

ความเสียสละของคนเป็นแม่ ยอมอุ้มท้องลูกไม่มีกะโหลกเพื่อบริจาคอวัยวะ3

ภาพอัลตราซาวด์ Eva

อุ้มท้องลูกไม่มีกะโหลกเพื่อบริจาคอวัยวะ

“ตราบใดที่เธอยังมีชีวิตอยู่ พวกเราตระหนักว่า เราคือแม่และพ่อของเธอ และเราก็ต้องทำหน้าที่นั้น ทั้งยังมีครอบครัวอื่นๆ ที่สวดมนต์ขอปาฏิหาริย์ให้ลูกของเขาได้รับบริจาคไต และ Eva (ลูกของพวกเขา) ก็สามารถทำให้มันเป็นจริงได้” ทั้งคู่ให้สัมภาษณ์ในรายการ Good Morning America

อุ้มท้องลูกไม่มีกะโหลกเพื่อบริจาคอวัยวะ

สำหรับภาวะเด็กกบนั้นเป็นความพิการแต่กำเนิดชนิดรุนแรง เป็นกรณีที่พบได้ 3 คนใน 10,000 คน แม้ว่าลูกของพวกเขาอาจมีชีวิตอยู่ได้ไม่นาน แต่ร่างกายของ Eva จะสามารถช่วยคนอื่นๆ ที่รอคอยอวัยวะ

 

Anencephaly หรือภาวะเด็กกบ เกิดจากอะไร

พ.อ.กานต์ ชะนะ กุมารแพทย์ รพ.ค่ายสุรนารี ได้อธิบายไว้ใน โรคและความพิการแต่กำเนิดที่ป้องกันได้ ว่า ภาวะไม่มีกะโหลกศีรษะและไร้สมองใหญ่ (Anencephaly) สาเหตุมาจาก

  • เกิดจากปัจจัยทางพันธุกรรมร่วมกับสิ่งแวดล้อม
  • อัตราการเกิดซ้ำในครรภ์ถัดไปประมาณร้อยละ 3 – 5
  • ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมที่สำคัญคือ

1.ภาวะขาดวิตามินโฟลิกในมารดา

2.การได้รับยาหรือสารเคมีที่ทำให้เกิดความพิการแต่กำเนิด เช่น ได้รับยา Sodium valproate ใน 3 เดือนแรกของการตั้งครรภ์

3.มารดาที่เป็นเบาหวาน และควบคุมระดับน้ำตาลไม่ดี

 

การป้องกันภาวะไม่มีกะโหลกศีรษะและไร้สมองใหญ่

ให้หญิงวัยเจริญพันธุ์รับประทานกรดโฟลิกขนาด 400 ไมโครกรัมต่อวันนานอย่างน้อย 1 เดือนก่อนการตั้งครรภ์ และรับประทานต่อไปจนอายุครรภ์ 12 สัปดาห์

 

ที่มา : fsh.mi.th และ dailymail.co.uk

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

เด็กน้อยชาวไทย ป่วยโรคนางเงือก ข่าวดังถึงต่างแดน

โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด สาเหตุทำเด็กเสียชีวิตอันดับหนึ่ง

แม่เล่า ลูกเป็นโรคความบกพร่องของกระดูกสันหลัง เพราะขาดโฟลิก

 

ข่าว ข่าวต่างประเทศ ไลฟ์สไตล์​