โรคอีสุกอีใส เกิดจากอะไร ลูกอาบน้ำได้ไหม กี่วันหาย ทุกอย่างที่คุณควรรู้เกี่ยวกับอีสุกอีใส

คุณแม่ทราบหรือไม่ว่าโรคอีสุกอีใสป้องกันได้ เรามาทำความรู้จักกับโรคอีสุกอีใส อาการและการป้องกัน คุณจะได้ไม่ต้องทนเห็นลูกน้อยทรมานกับอาการต่าง ๆ ของโรคนี้

โรคอีสุกอีใส เกิดจากอะไร

โรคอีสุกอีใส เกิดจากอะไร โรคสุกใสหรืออีสุกอีใส กี่วันหาย เป็นแล้วลูกอาบน้ำได้ไหม แม่ต้องรู้! เพราะตั้งแต่เดือนมกราคม 2561 มีรายงานผู้ป่วยแล้ว 3,858 ราย

 

นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค (คร.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยตัวเลขผู้ป่วยอีสุกอีใส จากการเฝ้าระวังของกรมควบคุมโรค สถานการณ์โรคสุกใสในประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 1-29 ม.ค. 2561 ว่า มีรายงานผู้ป่วยแล้ว 3,858 ราย ไม่พบผู้เสียชีวิต

  • กลุ่มอายุที่พบมากที่สุด คือ 10-14 ปี
  • รองลงมา 7-9 ปี
  • และ 15-24 ปี

 

ส่วนใหญ่พบในเด็กนักเรียน โดยพบจังหวัดที่มีอัตราป่วยสูงสุด 5 อันดับแรก คือ

  1. ภูเก็ต
  2. นราธิวาส
  3. แม่ฮ่องสอน
  4. ยโสธร
  5. ลําพูน

 

ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา มีรายงานพบผู้ป่วยนักเรียนเป็นกลุ่มก้อน 4 เหตุการณ์ คือ จังหวัดมุกดาหาร 2 เหตุการณ์ มี 51 ราย จังหวัดปราจีนบุรีพบ 50 ราย และปทุมธานี พบ 66 ราย

การพยากรณ์โรคและภัยสุขภาพประจำสัปดาห์นี้ คาดว่าจะพบผู้ป่วยโรคสุกใสเพิ่มขึ้น เนื่องจากช่วงนี้ยังมีอากาศหนาวเย็นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะโรคนี้มักพบในกลุ่มเด็กนักเรียน อาจพบผู้ป่วยเป็นกลุ่มก้อนในสถานที่ที่อยู่ร่วมกัน เช่น โรงเรียน โรงงาน ศูนย์เด็กเล็ก เรือนจำ เป็นต้น

สำหรับโรคสุกใส หรืออีสุกอีใส มีจำนวนผู้ป่วยมากในช่วงเดือนมกราคม-มีนาคมของปี

ที่มา : http://www.thaihealth.or.th/Content

 

อีสุกอีใส, อาการ, วิธีป้องกัน

คุณแม่รู้หรือเปล่าว่าอีสุกอีใสป้องกันได้

 

โรคอีสุกอีใส เกิดจากอะไร

อีสุกอีใสเป็นโรคที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสชนิดเดียวกับโรคงูสวัด เวลาเป็นอีสุกอีใสจะมีตุ่มขึ้นทั่วไปตามร่างกายโดยเฉพาะบริเวณใบหน้าและลำคอ ในระยะแรกจะขึ้นเป็นผื่นคัน ตุ่มมีสีแดง ต่อมาตุ่มสีแดงจะกลายเป็นตุ่มใส ๆ แล้วเปลี่ยนไปเป็นตุ่มหนอง จากนั้นจึงตกสะเก็ดและค่อย ๆ หลุดไปเหลือเป็นจุดด่างดำและรอยแผลเป็นทิ้งไว้ให้ดูต่างหน้า

 

ความเสี่ยงระหว่างเป็นโรคอีสุกอีใส

อาการของโรคอีสุกอีใสโดยทั่วไปไม่รุนแรง สามารถหายเองได้ แต่อาการแทรกซ้อนที่พบเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย เช่น

  • การติดเชื้อแบคทีเรียที่ผิวหนังจนกลายเป็นหนองและมีแผลเป็นตามมา โดยเฉพาะบริเวณใบหน้า
  • ปอดบวม สมองอักเสบ เยื้อหุ้มสมองอักเสบ
  • ถ้าเป็นรุนแรงอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้

 

โรคอีสุกอีใสติดต่อได้อย่างไร

โรคอีสุกอีใสเป็นโรคที่ติดต่อได้ง่ายผ่านการไอ จาม หายใจรดกัน หรือการสัมผัสกับผู้ป่วยโดยตรง โดยเฉพาะบริเวณตุ่มใส ๆ การใช้ของร่วมกัน เพราะโรคนี้เกิดจากเชื้อไวรัส เชื้อโรคอยู่ในน้ำมูก น้ำลายผู้ป่วย จึงต้องระมัดระวังเด็กที่เรียนในโรงเรียนหรือศูนย์เด็กเล็กเป็นพิเศษ

นอกจากนี้สตรีมีครรภ์ที่เป็นโรคอีสุกอีใสก็มีโอกาสติดต่อไปยังเด็กที่เกิดมาได้เช่นกัน โดยระยะที่ติดต่อได้ง่ายมักเป็นช่วงเวลา 2 วันก่อนมีตุ่มขึ้นไปจนถึงหลังมีตุ่มขึ้นแล้ว 4-5 วัน

 

อ่านอาการและการป้องกันอีสุกอีใสที่หน้าถัดไป

อาการของโรคอีสุกอีใส

โดยปกติแล้วโรคอีสุกอีใสจะแสดงอาการ 14-16 วันหลังได้รับเชื้อ ผู้ป่วยจะมีอาการปวดหัว เป็นไข้ ปวดเมื่อยตามตัว เบื่ออาหารและมีตุ่มขึ้น ตุ่มจะขึ้นที่หนังศีรษะก่อนแล้วกระจายไปบริเวณหน้า ลำตัว และแผ่นหลัง จากนั้นตะขึ้นบริเวณแขนและขา

  • ในเด็กจะมีไข้ต่ำ ๆ รู้สึกอ่อนเพลีย และเบื่ออาหาร
  • ในผู้ใหญ่มักจะมีไข้สูง ปวดเมื่อยตามเนื้อตัว มีผื่นขึ้น พร้อมกับวันที่มีไข้ ต่อมาผื่นกระจายไปทั่วตัว บางรายอาจมีตุ่มในปาก ทำให้ปากลิ้นเปื่อย

 

การรักษาโรคอีสุกอีใส

การดูแลรักษาโดยทั่วไปจะเป็นการรักษาตามอาการไข้และอาการทางผิวหนัง เพราะไม่มียารักษาโดยเฉพาะ คุณหมอจะสั่งยาลดไข้อย่างพาราเซตามอล (ห้ามใช้แอสไพรินโดยเด็ดขาด) ทำความสะอาดผิวหนังและให้ยาแก้คัน นอกจากนี้อาจมีการให้ยาเพื่อยับยั้งการเจริญของเชื่อไวรัสร่วมด้วย

ส่วนตุ่มจะตกสะเก็ดและค่อยๆ หายเองใน 1-3 สัปดาห์ โดยไม่มีแผลเป็น ดังนั้น ตั้งแต่เริ่มมีอาการจนหาย มักจะกินเวลาไม่เกิน 3 สัปดาห์ (เมื่อสังเกตว่าลูกมีอาการ ต้องรีบพาไปพบแพทย์ทันที)

 

ถ้าไม่อยากเป็นอีสุกอีใสจะป้องกันได้หรือไม่

เราสามารถหลีกเลี่ยงหรือป้องกันการเป็นโรคอีสุกอีใสได้โดย

  • แยกเด็กที่ป่วยไว้ต่างหาก
  • ไม่ใช้ข้าวของปนกัน
  • พักผ่อนให้เพียงพอและดื่มน้ำมาก ๆ
  • ฉีดวัคซีนป้องกัน

 

เป็นอีสุกอีใสอาบน้ำได้ไหม

กรมควบคุมโรค ขอแนะนำให้ผู้ป่วยหยุดเรียน หยุดงาน พักผ่อนที่บ้าน ควรอาบน้ำและใช้สบู่ฆ่าเชื้อฟอกผิวหนังให้สะอาด ตัดเล็บให้สั้น หลีกเลี่ยงการแกะหรือเกาตุ่ม ถ้ามีไข้สูงให้กิน

 

วัคซีนป้องกันโรคอีสุกอีใสมีประโยชน์อย่างไร

นอกจากวัคซีนป้องกันโรคอีสุกอีใสจะสามารถป้องกันโรคนี้ได้แล้วยังช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดรอยแผลเป็นจากโรคอีสุกอีใส ลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคแทรกซ้อนจากการติดเชื้อแบคทีเรีย เป็นต้น

วัคซีนป้องกันโรคอีสุกอีใสแนะนำให้ฉีดในเด็กตั้งแต่อายุ 1 ปีขึ้นไป ซึ่งสถิติในประเทศญี่ปุ่นพบว่าการฉีดวัคซีนป้องกันโรคอีสุกอีใสเพียง 1 เข็ม ให้ภูมิคุ้มกันนานถึง 20 ปี นอกจากนี้พบว่าเด็กที่ได้รับวัคซีนป้องการโรคอีสุกอีใสสามารถลดการเกิดและความรุนแรงของโรคงูสวัดเมื่อเปรียบเทียบกับเด็กที่ไม่ได้รับวัคซีน

 

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

ข้อเท็จจริง 8 ประการเกี่ยวกับภูมิแพ้และวิธีรักษา

วิธีดูแลเมื่อลูกเป็นหวัด

6 วิธีธรรมชาติบำบัดลดไข้ลูก