เมื่อมีอาการอาหารเป็นพิษ แม่ท้องควรดูแลตัวเองอย่างไร ?

lead image

อาหารเป็นพิษ (Foodborne illness) เชื่อว่าหลายคนในที่นี้อาจจะเคยมีประสบการณ์เจ็บป่วยเพราะอาหารเป็นพิษเล่นงานกันมาบ้าง ซึ่งอาการอาหารเป็นพิษจะแตกต่างจากอาการท้องเสียเล็กน้อย ก็ตรงที่จะมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ปวดเกร็งลำไส้ ท้องเสียมาก ปวดหัว ปวดเมื่อยเนื้อตัว มีไข้ร่วมด้วย หากเกิดกับคนทั่วไปอาจดูแลร่างกายได้ไม่ยาก แค่ทานยาตามที่คุณหมอสั่งอาการก็จะค่อยๆ ดีขึ้นจนหายเป็นปกติ แต่หากเกิดกับคุณแม่ท้องล่ะ ! จะดูแลตัวเองอย่างไรให้ปลอดภัยต่อลูกน้อยในท้อง

โดยส่วนใหญ่อาการอาหารเป็นพิษที่เกิดขึ้น มักจะมาจากการทานอาหารที่ไม่ถูกสุขลักษณะ(อาหารสุกๆ ดิบๆ) อาหารที่ทำเองไม่สะอาด หรืออาหารที่ซื้อ มาจากแหล่งผลิตที่ไม่ได้มาตรฐานทำให้มีการปนเปื้อนของเชื้อโรค เชื้อแบคทีเรียอยู่ในอาหาร รวมทั้งน้ำดื่มที่ไม่สะอาด เป็นต้น ซึ่งหากคุณแม่ท้องรับประทานเข้าไปก็สามารถส่งผลให้เกิดอาการอาหารเป็นพิษได้

อาหารเป็นพิษ มีอาการอย่างไร ?

หลังจากที่ทานอาหารที่ไม่สะอาดเข้าไป เชื้อโรคที่เข้าสู่ร่างกายจะมีระยะฟักตัว ทั้งนี้จะเร็วหรือช้าก็ขึ้นอยู่กับปริมาณอาหารที่ทานเข้าไป และภูมิคุ้มกันร่างกายของแต่ละคน ซึ่งโดยส่วนมากจะพบว่าเกิดอาการอาหารเป็นพิษได้ตั้งแต่ 2-6 ชั่วโมงหลังจากที่ทานอาหาร หรือดื่มน้ำที่ไม่สะอาดเข้าไป คุณแม่ท้องสามารถสังเกตตัวเองได้จากอาการเหล่านี้ ที่บ่งบอกได้ว่าอาการอาหารเป็นพิษกำลังขึ้น ได้แก่

  • ท้องเสีย
  • ปวดท้องมาก มีลักษณะการปวดท้องแบบบิดๆ
  • มีอาการคลื่นไส้ และอาเจียนร่วมด้วย
  • มีอาการคลั่นเนื้อคลั่นตัว ตัวร้อนเป็นไข้ร่วมด้วย
  • มีอาการปวดศีรษะ ปวดเมื่อยเนื้อตัว กล้ามเนื้ออ่อนแรงร่วมด้วยร่วมด้วย

หากคุณแม่ท้องมีอาการของอาหารเป็นพิษเกิดขึ้น อันดับแรกให้รีบไปพบแพทย์ทันที หรือภายใน 24 ชั่วโมง เพื่อจะได้รักษาอาการให้บรรเทาลง และหายป่วยจากอาการอาหารเป็นพิษได้อย่างรวดเร็ว ไม่ควรปล่อยอาการอาหารเป็นพิษทิ้งไว้ เพราะเมื่อมีการถ่ายอุจจาระที่รุนแรง นั่นแสดงว่าร่างกายต้องสูญเสียน้ำเป็นจำนวนมาก ซึ่งย่อมไม่ดีต่อร่างกายของแม่ รวมถึงทารกในครรภ์ด้วย  ไม่แนะนำให้ไปซื้อยามาทานเองโดยเด็ดขาด เพราะยาที่ทานเพื่อรักษาอาหารเป็นพิษ จะต้องเป็นตัวยาที่ได้รับคำแนะนำจากแพทย์ก่อนเท่านั้น จึงจะปลอดภัย

 คุณแม่ท้องกับการดูแลตัวเองเมื่อมีอาการอาหารเป็นพิษ  อ่านหน้าต่อไปคลิก

src=https://th admin.theasianparent.com/wp content/uploads/sites/25/2015/11/อาหารเป็นพิษ แม่ท้องควรดูแลตัวเองอย่างไร.jpg เมื่อมีอาการอาหารเป็นพิษ แม่ท้องควรดูแลตัวเองอย่างไร ?

 

คุุณแม่ท้องกับการดูแลตัวเองหลังมีอาการอาหารเป็นพิษ และสำหรับป้องกันการเกิดอาหารเป็นพิษ

  • ดื่มน้ำสะอาด หรือน้ำต้มสุก
  • ทานอาหารที่ปรุงสุก และใหม่
  • หากซื้ออาหารสดจากตลาดต้องเลือกที่สด สะอาด โดยเฉพาะ เนื้อสัตว์ และอาหารทะเลต่างๆ และก่อนทานต้องปรุงให้สุก หรือหากยังไม่นำมาปรุงต้องเก็บต้องทำความสะอาด แล้วใส่ภาชนะให้มิดชิดจากนั้นรีบนำเข้าเก็บในตู้เย็นทันที
  • อาหารประเภทแช่แข็งก่อนทานต้องเช็กว่าวันหมดอายุเมื่อไหร่ หากยังไม่หมดอายุให้อุ่นด้วยอุณหภูมิที่ระบุไว้ข้างกล่องก่อนรับประทาน
  • ผัก และผลไม้ต้องล้างน้ำให้สะอาด อย่างน้อยควรล้างสัก 2-3 ครั้ง
  • อาหารที่ตักใส่ชามวางไว้บนโต๊ะทานข้าว หากทานไม่หมด หรือยังไม่ทานต้องปิดด้วยฝาครอบอาหาร(ฝาชี)
  • ไม่ทานอาหารประเภท แกงกะทิ ขนมหวาน ฯลฯ ที่เก็บไว้เกิน 1 วัน เพราะอาหารเหล่านี้บูดง่าย
  • หลังกลับจากนอกบ้านต้องล้างมือให้สะอาดทุกครั้งก่อนทานอาหาร
  • หลังเข้าห้องน้ำเสร็จต้องล้างมือให้สะอาดทุกครั้ง
  • เวลาอยู่นอกบ้าน ควรพกเจลแอลกอฮอล์ไว้ล้างมือก่อนทานอาหาร ฯลฯ
  • เครื่องปรุงอาหาร ของใช้ต่างๆ ในห้องครัว ฯลฯ ต้องรักษาความสะอาดตลอดเวลา
  • ไม่ควรทานน้ำสลัด หรือพริกน้ำส้มในก๋วยเตี๋ยว ที่ไม่ได้ทำขึ้นมาใหม่ๆ เพราะหากทิ้งค้างไว้หลายวัน อาจทำให้ท้องเสียเกิดขึ้นได้

ถึงแม้ว่าอาการอาหารเป็นพิษประมาณ 80-90 % จะไม่รุนแรงหากรู้และพบแพทย์เพื่อรักษาอาการอย่างทันท่วงที อาการก็จะบรรเทาและหายไปในที่สุดภายใน 2-3 วัน แต่ส่วนหนึ่งก็ขึ้นอยู่กับปริมาณเชื้อโรค หรือสารพิษที่เข้าสู่ร่างกาย และภูมิคุ้มกันของแต่ละคนด้วย เพราะถึงแม้อาหารเป็นพิษจะหายได้ก็ตาม แต่ในรายที่เป็นหนักก็อาจเสียชีวิตได้เช่นกันค่ะ ดังนั้นคุณแม่ท้องควรต้องดูแลสุขภาพร่างกาย และอาหารการกินให้ถูกสุขลักษณะกันด้วยนะคะ ด้วยความห่วงใยจากทีมงานดิเอเชี่ยนพาเร้นท์

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

5 ประโยชน์ของแก้วมังกรที่แม่ท้องห้ามพลาด

อาหารคลีนคืออะไร คนท้องกินคลีนได้ไหม

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!