อาการแบบนี้ หรือลูกจะเป็นเด็ก "ไฮเปอร์ฯ"

อาการที่ซนเป็นลูกลิง ไม่ชอบที่จะอยู่นิ่ง ๆ จนพ่อแม่เริ่มสงสัยและมีคนทักบ่อย ๆ ว่าลูกเป็นเด็กไฮเปอร์ฯ หรือเปล่า ก่อนจะกลุ้มใจไปมากกว่านี้มาเช็กให้เคลียร์ดีกว่าว่าลักษณะแบบนี้จะเรียกว่าลูกมีอาการ “ไฮเปอร์แอคทีฟ” หรือเปล่า

พอลูกเริ่มเข้าวัยซน คุณพ่อคุณแม่เริ่มสังเกตเห็นว่าทำไมเด็กคนอื่นถึงไม่ซนเท่าลูกเรา ทำไมลูกไม่ค่อยมีสมาธิ เล่นอย่างนี้แป๊บ ๆ หนีไปเล่นของชิ้นอื่นอีกแล้ว ฯลฯ จนทำให้พ่อแม่ต้องวิตกกังวลว่าอาการแบบนี้ลูกจะเป็นเด็กไฮเปอร์ฯ หรือเปล่านะ

ลักษณะของเด็กไฮเปอร์แอคทีฟเป็นอย่างไร

อาการไฮเปอร์แอคทีฟ

1.เด็กจะมีความซนมากกว่าเด็กทั่วไป ซนแบบไม่อยู่นิ่ง หรือเดินไม่เป็น ชอบวิ่ง ปีนป่าย หยิบจับของไปทั่ว มือไม้อยู่ไม่สุข และชอบเล่น เล่นมาก และเล่นอย่างไม่มีจุดหมาย

2.มีความวอกแวก เจอสิ่งเร้านิดหน่อยก็ทำให้เสียสมาธิได้ง่าย และยังแสดงออกในรูปของการทำงานไม่ค่อยสำเร็จ เพราะในขณะที่กำลังทำงานชิ้นนี้ใจก็คิดไปถึงเรื่องอื่น ไม่ค่อยตั้งใจทำ หรือต้องให้จ้ำจี้จ้ำไชกว่าจะเสร็จ และใช้เวลานานถึงสำเร็จลุล่วง ไม่สามารถอยู่กับอะไรได้นาน เปลี่ยนไปทำนู่นทำนี่ หรือเปลี่ยนของเล่นไปเรื่อย

3.มักจะแสดงออกของการรอคอยไม่เป็น เช่น รีบทำให้ก่อนที่จะฟังคำสั่งจบ มักจะใจร้อนที่จะทำ ชอบโลดโผน หุนหันพลันแล่น ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอันตรายต่อตัวเด็กได้ง่าย

ถ้าสังเกตว่าลูกเข้าข่ายอาการตามลักษณะข้างต้น คุณพ่อคุณแม่สามารถนำลูกไปพบกับจิตแพทย์เพื่อทำการทดสอบวินิจฉัยให้แน่ชัด และเข้าสู่กระบวนการรักษาที่แบ่งได้เป็น 3 อย่างคือ การบำบัดด้านการศึกษา การบำบัดด้านจิตวิทยาและพฤติกรรม และการบำบัดรักษาด้วยยา ต่อไป

แต่เมื่อเช็กดูแล้ว ลูกไม่ได้อยู่ใน 3 ข้อนี้ก็สบายใจได้เลย ยิ่งถ้าเห็นลูกมีความตั้งใจทำอะไรได้นาน ๆ และมักจะทำให้เสร็จเป็นชิ้น ๆ ก่อนที่จะไปทำอย่างอื่น รู้จักหยุดฟังพ่อแม่ หรือเงยหน้ามองเวลาที่ผู้ใหญ่พูด รู้จักสบตา หรือยิ้มให้ ลักษณะเช่นนี้แสดงว่าไม่ใช่เป็นลักษณะของเด็กไฮเปอร์แอคทีฟค่ะ.

ขอบคุณข้อมูลจาก :

บทความอื่นที่น่าสนใจ :

เด็กสมาธิสั้นกับเด็กไฮเปอร์แตกต่างกันอย่างไร?
เช็กพฤติกรรม “ลูกติดโทรศัพท์” ส่งผลสมาธิสั้น

parenttown