การดูแลอาการป่วยที่พบบ่อยในทารก อาการป่วยทารก อันตราย ที่พ่อแม่ต้องรู้!

การดูแลอาการป่วยที่พบบ่อยในทารก อาการป่วยทารก อันตราย ที่พ่อแม่ต้องรู้!

เมื่อลูกน้อยวัยทารกมีอาการเจ็บป่วย อาการบางอย่างอาจจะไม่มีอะไรร้ายแรง คุณพ่อคุณแม่จึงสามารถที่จะดูแลและสังเกตอาการของลูกอยู่ที่บ้านได้ แต่ในบางครั้งอาการป่วยที่คิดว่าไม่ได้ร้ายแรงนั้นอาจก่อให้เกิดเกิดอันตรายแก่ลูกน้อยได้หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที

อาการป่วยทารก อันตราย

อาการป่วยทารก อันตราย แบบไหนไม่อันตราย เรามาทำความเข้าใจกับอาการป่วยใน 2 ระบบของร่างกายที่พบบ่อยของลูกน้อยวัยทารก ซึ่งได้แก่อาการป่วยในระบบทางเดินหายใจและระบบทางเดินอาหาร ว่ามีอาการแบบใดที่เราสามารถดูแลอยู่ที่บ้านได้ มีข้อควรปฏิบัติ และข้อควรระวังอย่างไรบ้าง กันนะคะ

 

การดูแลอาการป่วยที่พบบ่อยในทารก

อาการป่วยในระบบทางเดินหายใจ ได้แก่ มีน้ำมูก คัดจมูก ไอ จาม

หากลูกมีอาการเหล่านี้ โดยมีไข้ต่ำ ๆ หรือไม่มีไข้ มักเกิดจากการติดเชื้อไวรัส ที่เรียกว่าไข้หวัดธรรมดา ซึ่งโดยทั่วไปสามารถหายเองได้ภายในระยะเวลาไม่เกิน 5 ถึง 7 วัน

 

ข้อควรปฏิบัติ วิธีดูแลลูกในวัยทารก เมื่อเป็นไข้หวัด :

  • ล้างจมูก ดูดน้ำมูก ให้ลูก
  • ใช้ยาหยด ลดจมูกบวม
  • ทานยาแก้ไอชนิดที่ทารกทานได้ ตามอาการ
  • เช็ดตัวลดไข้ และทานยาลดไข้ ตามอาการ

 

อาการป่วยทารก ควรรีบพบคุณหมอเมื่อ :

  • ไข้สูง โดยเฉพาะ มากกว่า 38.5 องศาเซลเซียส
  • ซึม
  • ทานข้าว ดื่มน้ำ ไม่ได้
  • ไอมาก
  • หายใจเหนื่อย หอบ
  • มีอาการนานกว่า 7 วัน หรืออาการแย่ลง ภายใน 5 วัน

 

***ข้อควรระวัง สิ่งที่แม่ไม่ควรทำเมื่อลูกป่วยเป็นไข้หวัด :

  1. ไม่ควรซื้อยาปฏิชีวนะมาทานเอง
  2. หากลูกมีอาการไข้ ไอ ร่วมกับหายใจหอบเหนื่อย อาจเกิดจากปอดอักเสบติดเชื้อ ควรรีบไปพบคุณหมอทันที

 

อาการป่วยในระบบทางเดินอาหาร ได้แก่ อาเจียน ท้องเสีย

หากลูกมีอาการเหล่านี้ โดยไม่มีไข้หรือมีไข้ต่ำ ๆ มักเกิดจากอาหารเป็นพิษ หรือติดเชื้อไวรัสในระบบทางเดินอาหาร ซึ่งสามารถดูแลเบื้องต้น ที่บ้านได้

 

ข้อควรปฏิบัติ วิธีดูแลลูกในวัยทารก เมื่ออาเจียน ท้องเสีย :

  • ให้ทานนมแม่เยอะ ๆ ชดเชยการสูญเสียน้ำ
  • ทานน้ำเกลือแร่ สำหรับทารก
  • ทานยาแก้อาเจียน ตามอาการ
  • เช็ดตัวลดไข้ และทานยาลดไข้ ตามอาการ
  • หากลูกอายุเกิน 6 เดือน ควรให้ทานอาหารอ่อน เช่น ข้าวต้ม โจ๊ก

 

อาการป่วยทารก อันตราย ควรรีบพบคุณหมอเมื่อ : 

  • มีอาการขาดน้ำ ได้แก่ ตาลึกโหล ปากแห้ง ร้องไห้ไม่มีน้ำตา ไม่ค่อยปัสสาวะ (ผ้าอ้อมไม่เปียกเลย ใน 6-8 ชั่วโมง)
  • ซึม
  • อาเจียน หรือ ถ่ายอุจจาระ มีเลือดปน
  • กระสับกระส่ายผิดปกติ
  • มีอาการชัก
  • ทานน้ำและอาหาร ได้น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของปกติก่อนป่วย

 

***ข้อควรระวัง สิ่งที่แม่ไม่ควรทำเมื่อลูกอาเจียน ท้องเสีย :

  1. ไม่ควรให้ลูกทานยาหยุดถ่าย หรือยาลดการบีบตัวของลำไส้ เพื่อให้ร่างกายได้กำจัดเชื้อโรคออกไปทางอุจจาระ
  2. หากมีอาการยืดเยื้อ นานกว่า 7 วัน หรืออาการแย่ลง ควรไปพบคุณหมอ เพื่อหาสาเหตุ
  3. ทารกอายุน้อยกว่า 6 เดือน จะมีโอกาสติดเชื้อรุนแรง และขาดน้ำได้ง่าย จึงควรไปพบคุณหมอโดยเร็วหากมีอาการอาเจียน หรือถ่ายเหลวปริมาณมาก หลายครั้งติดต่อกัน แม้จะมีอาการเพียงไม่กี่วันก็ตาม

 

ลูกน้อยวัยทารกที่มีอาการป่วยควรจะได้รับการดูแลที่ใกล้ชิดจากคุณพ่อคุณแม่ตลอดระยะเวลาการป่วย หากมีอาการใดที่ผิดปกติ และไม่แน่ใจ ก็ควรรีบไปพบคุณหมอโดยเร็วนะคะ

 

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

หยอดวัคซีนโรต้าแล้ว ทำไมลูกยังท้องเสียจากไวรัสโรต้าอีก

แพ็กเกจวัคซีนเด็ก 2561 ราคาวัคซีนเหมาจ่าย ของโรงพยาบาลในเขตกรุงเทพฯ

เมื่อลูกติดเริมจากพ่อ ใครจะคิด โรคนี้แค่จูบ ลูกก็ป่วยรุนแรงได้นะ

ทารกน้อยหายใจเสียงดัง มีน้ำมูก จากภาวะ nasal snuffles ลูกป่วยหนักหรือเปล่า

 

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

app info
get app banner