อาการปวดของคนท้องที่พบบ่อยที่สุด ปวดแบบไหนอันตราย ต้องรีบไปพบหมอ!

lead image

อาการปวดของคนท้องที่พบบ่อยที่สุด คนท้องกับอาการปวดตามตัวมักเป็นของคู่กัน แต่บางครั้งอาการปวดเหล่านั้นมีอาการอื่นร่วมด้วย ซึ่งเป็นสัญญาณอันตรายของคนท้อง

อาการปวดของคนท้องที่พบบ่อยที่สุด ปวดแบบไหนอันตราย

อาการปวดของคนท้องที่พบบ่อยที่สุด ส่วนใหญ่จะเกิดจากที่ลูกน้อยในท้องมีขนาดตัวที่ใหญ่ขึ้น อวัยวะภายในท้องของคุณแม่ที่มีขนาดเล็กจึงต้องขยายตาม เมื่อเกิดการขยายตัวอย่างฉับพลันจึงเกิดอาการปวดมากมายตามมาค่ะ แต่ทั้งนี้คุณแม่ต้องดูอาการอื่นร่วมด้วยนะคะ เช่น มูกเลือด หรือเลือดไหล ลองมาดูกันว่าคนท้องปวดท้องสามารถบอกอะไรได้บ้าง

1.ปวดอุ้งเชิงกราน

คุณแม่ที่ปวดบริเวณอุ้งเชิงกราน เป็นอาการปวดปกติไม่เป็นอันตรายใดๆ เกิดจากการที่เอ็นที่ยึดติดบริเวณมดลูกที่เรียกว่า round ligaments เกิดการขยายตัวรองรับขนาดของทารกที่ใหญ่ขึ้น ทำให้คุณแม่วดเกร็งบริเวณเส้นเอ็น เจ็บแบบหน่วงๆ บางครั้งปวดถึงขนาดเดคลื่อนไหวไม่ได้เลยทีเดียว ซึ่งคุณแม่ที่อยู่ในช่วงไตรมาสที่สองอาจพบภาวะ  Round ligament syndrome คือ เป็นภาวะที่เอ็นยึดมดลูกยืดเร็วเกินไป จนทำให้ร่างกายปรับตัวไม่ทัน ส่งผลให้ว่าที่คุณแม่ปวดหน่วงท้องน้อยทั้งสองข้าง จะปวดมากเป็นพิเศษขณะเดินและพลิกตัวค่ะ

2.มีการตั้งครรภ์นอกมดลูก

หากคุณแม่มีอาการปวดท้องอย่างเฉียบพลันในช่วงไตรมาสแรก ก่อนที่ได้รับการตรวจอัลตร้าซาวน์ เพื่อยืนยันการตั้งครรภ์ที่ปลอดภัยจากคุณหมอ แนะนำให้คุณแม่ไปพบคุณหมอทันทีค่ะเพื่อดูว่าคุณแม่ตั้งครรภ์นอกมดลูกหรือไม่ ซึ่งการท้องนอกมดลูกเกิดจากการที่ไข่ได้รับการปฏิสนธิแต่ไม่เคลื่อนลงมาฝังตัวที่มดลูกเลยค้างอยู่ที่บริเวณท่อนำไข่ และถ้าปล่อยไว้ตัวอ่อนจะเติบโตขึ้นเรื่อยๆ จนทำให้อวัยวะฉีกขาดได้ การรักษามีทั้งการผ่าตัดและไม่ใช่การผ่าตัด ขึ้นอยู่กับอาการค่ะ

src=https://th admin.theasianparent.com/wp content/uploads/sites/25/2018/09/ปวดท้องอันตราย3.jpg อาการปวดของคนท้องที่พบบ่อยที่สุด ปวดแบบไหนอันตราย ต้องรีบไปพบหมอ!

อาการปวดของคนท้องที่พบบ่อยที่สุด

3.สัญญาณเตือนคลอดก่อนกำหนด

สัญญาณแรกที่จะบอกว่าคุณแม่มีอาการแท้งลูก หรือคลอดก่อนกำหนด คือ อาการปวดท้อง พร้อมๆ กับการมีเลือดไหลออกมาจากทางช่องคลอดค่ะ รวมถึงลักษณะอาการอื่นๆ ด้วย เช่น ปวดเมื่อเวลามีประจำเดือน หรือปวดเมื่อยเหมือนกับเจ็บป่วยไม่สบาย คุณแม่ต้องสังเกตอาการตัวเองดีๆ นะคะ แล้วรีบไปพบคุณหมอทันที

4.เจ็บท้องใกล้คลอด

การหดตัวของมดลูกเป็นเหมือนสัญญาณเตือนว่าลูกน้อยของคุณแม่ใกช้จะออกมาแล้ว ซึ่งการหดตัวก่อนคลอดเราเรียกว่า เจ็บท้องหลอก (Braxton hicks contraction) แม่ท้องไตรมาสสุดท้ายต้องดูว่าตัวเองมีอาการปวดแบบเป็นๆ หายๆ บ่อยแค่ไหน หากพบว่าท้องเริ่มแข็งตัวเพราะการหดรัดตัวของมดลูก เจ็บครั้งละประะมาณ 1-2 นาที บางครั้งอาจยาวนานถึง 5 นาทีเลยก็มี แต่ถ้ามีมูกเลือด น้ำเดิน ปวดถี่ขึ้น และมีการปวดหัวเหน่ากับปวดหลังด้วย แสดงว่าปวดท้องจริง ต้องรีบไปหาโรงพยาบาลโดยด่วน!

5.ปวดสะโพก

คุณแม่ยิ่งท้องแก่จะเริ่มรู้สึกว่าปวดหลัง ปวดขา ปวดเท้าที่เกิดจากการขยายตัวของมดลูก แล้วมันดันไปทับเอาเส้นประสาทนั่นเอง วิธีการแก้ปวดพวกนี้คุณแม่ทำได้เพียงการนวด หรือการใช้หมอนหนนุนเวลานอนเพื่อบรรเทาอาการ หรือจะใช้การเล่นโยคะคนท้องเพื่อให้เกิดการยืดเส้นลดความเจ็บปวดก็ได้นะคะ

6.ปวดกระดูกหัวเหน่า

อาการจะรู้สึกปวดจี๊ดๆ บริเวณบั้นท้ายร้าวไปถึงต้นขา อาจปวดเวลาที่มีการเดินหรือยืนเมื่อท้องโตขึ้น อาการปวดแบบนี้ก็ไม่ร้ายแรง สาเหตุเกิดจากฮอร์โมนในช่วงใกล้คลอด ทำให้อุ้งเชิงกรานและกระดูกหัวเหน่าหลวมขึ้น วิธีช่วยลดอาการปวดสามารถทำได้โดยการสวมรองเท้าคนท้องที่เหมาะสม หลีกเลี่ยงการยืนเป็นเวลานาน หาอะไรอุ่นๆ มาประคบบริเวณกระดูกเชิงกราน แต่อย่าใช้ยาเด็ดขาด นอกจากได้รับอนุญาตจากคุณหมอที่ดูแลครรภ์ค่ะ

src=https://th admin.theasianparent.com/wp content/uploads/sites/25/2018/09/ปวดท้องอันตราย4.jpg อาการปวดของคนท้องที่พบบ่อยที่สุด ปวดแบบไหนอันตราย ต้องรีบไปพบหมอ!

อาการปวดของคนท้อง

7.ปวดกระดูกซี่โครงมาก

คุณแม่จะมีอาการปวดด้านหลังบริเวณซี่โครง ไหล่ หรือปวดใต้ราวนม ที่เกิดจากการขยายตัวของมดลูกและเกิดการกดทับของเส้นประสาท รวมถึงฮอร์โมนในคนท้องทำให้คุณแม่เกิดอาการเจ็บปวดขึ้นมาค่ะ

8.รกลอกตัวก่อนกำหนด

ภาวะรกลอกตัวก่อนกำหนด คือ การที่รกอยู่ในตำแหน่งปกติของคุณแม่มีการลอกตัวก่อนที่จะมีการคลอดทารกออกมา โดยจะมีเลือดออกตรงตำแหน่งที่รกเกาะอยู่ แล้วเซาะให้รกลอกจากเยื่อบุมดลูกมากขึ้น ซึ่งคุณแม่จะมีอาการปวดท้องพร้อมกับมีเลือดออกมาทางช่องคลอดมากๆ ด้วย หากคุณแม่เห็นว่าตัวเองมีอาการแบบนี้อย่ารอช้า ต้องไปพบคุณหมอทันที!

9.ท้องผูกหรือริดสีดวงทวาร

อาการท้องผูกเป็นอาการที่พบบ่อยมากของคุณแม่ตั้งครรภ์ สาเหตุเกิดจากการเพิ่มขึ้นของระดับฮอร์โมนโพรเจสเทอโรนในช่วงตั้งครรภ์ ซึ่งส่งผลต่อการทำงานของกล้ามเนื้อและลำไส้ ทำให้ลำไส้เคลื่อนตัวและย่อยอาหารได้ช้าลงจนเกิดอาการท้องผูกตามมา หากคุณแม่ไม่อยากให้เกิดอาการท้องผูกแนะนำให้ทานอาหารที่มีธาตุเหล็ก ไฟเบอร์ น้ำเยอะๆ เพื่อลดอาการท้องผูกค่ะ

10.การปวดท้องนอกจากตั้งครรภ์

คุณแม่บางคนมีโรคอื่นด้วย เช่น ปวดแสบปวดร้อนกลางอก แน่นหน้าอก หรือปวดท้องจากโรคนิ่ว ไส้ติ่งอักเสบ โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ ซึ่งถ้าคุณแม่ปวดมาก ๆ และดูแล้วว่าไม่มีการปวดเหมือนกับด้านบน ควรปรึกษาคุณหมอนะคะ อย่าปล่อยให้ปวดนานๆ เพราะเกิดอันตรายทั้งแม่และลูกได้ค่ะ

ที่มา: bundoo

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ:

คนท้อง-เด็กเล็ก เป็นสุกใส ระวังโรคแทรกซ้อน อันตรายถึงขั้นเสียชีวิต!

ทำอย่างไรไม่ให้ลูกน้อยหัวแบน เรามีวิธีง่ายๆมาบอก

ลูกพูดไม่เป็นภาษา พูดไม่รู้เรื่อง เกิดจากอะไร ต้องแก้ไขยังไง