ส่อง! อาการคนท้องไตรมาสสุดท้าย สัญญาณเปลี่ยนแปลงของร่างกายเมื่อท้องแก่เต็มที!

ส่อง! อาการคนท้องไตรมาสสุดท้าย สัญญาณเปลี่ยนแปลงของร่างกายเมื่อท้องแก่เต็มที!

ไม่เพียงแต่น้ำหนักตัวคุณแม่ที่เพิ่มขึ้น อุ้ยอ้ายเต็มทน น้ำหนักลูกน้อยในครรภ์ก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว รวมถึงการการเจริญเติบโตของอวัยวะต่าง ๆ ครบถ้วนแล้ว ช่วงใกล้คลอดเป็นช่วงเวลาที่สำคัญ ท้องแก่ขนาดนี้มีอะไรเปลี่ยนแปลงและมีอาการอะไรที่ต้องเตรียมรับมือบ้าง มารู้กันค่ะ

อาการคนท้องไตรมาสสุดท้าย

อาการคนท้อง ไตรมาสสุดท้าย เริ่มเข้าสัปดาห์ที่ 28 เป็นต้นไปจนถึงช่วงเวลาใกล้คลอด อาจจะมีอาการที่เคยพบมาเมื่อช่วงไตรมาสที่สอง และอาการอื่น ๆ ที่อาจเกิดเพิ่มขึ้นได้

 

อาการคนท้องไตรมาสสุดท้าย สัญญาณเปลี่ยนแปลงของร่างกายเมื่อท้องแก่เต็มที่!

อาการคนท้องไตรมาสสุดท้าย

  • มีความอุ้ยอ้ายมากขึ้นและเห็นได้ชัดเจนจากท้องที่ใหญ่และน้ำหนักตัวที่มากขึ้น - น้ำหนักในช่วงไตรมาสนี้ โดยรวมจะเพิ่มประมาณ 5 กิโลกรัม
  • เกิดอาการเจ็บท้องหลอก - เป็นอาการเจ็บท้องจากการหดรัดตัวของมดลูกในช่วงใกล้คลอด คล้ายกับการเจ็บท้องจะคลอดจริง ๆ แต่ยังไม่รุนแรง และจะเจ็บน้อยกว่า
  • อาการริดสีดวงทวาร - น้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จะเพิ่มแรงดันในร่างกายมากขึ้น ทำให้เส้นบริเวณทวารหนักเกิดการขยาย บวม หรือเกิดเส้นเลือดขอดจนอาจมีอาการริดสีดวงทวารได้
  • หายใจลำบาก - เมื่อมดลูกขยายตัว ดันอวัยวะด้านบนให้ขยับขึ้นไปดันกระบังลม ทำให้พื้นที่ปอดเหลือน้อยลง ขยายตัวได้ไม่เต็มที่ ทำให้เกิดการหายใจได้ลำบาก หายใจไม่อิ่ม หรือหายใจสั้นได้
  • มีอาการตัวบวม – นอกจากน้ำหนักที่ทำให้ร่างกายใหญ่ขึ้นแล้ว ในช่วงตั้งครรภ์คุณแม่ส่วนใหญ่จะมีอาการบวมเกิดขึ้น เนื่องจากมีปริมาณน้ำสะสมตามเนื้อเยื่อมากกว่าปกติ
  • หน้าท้องขยายทำให้สะดือถูกดันจนราบหรือจุ่น และจะกลับมาเหมือนเดิมเมื่อหลังคลอด

 

อาการคนท้อง ไตรมาสสุดท้าย

อาการผิดปกติในช่วงไตรมาสุดท้ายที่ควรรีบไปพบแพทย์

อาการคนท้อง ไตรมาสสุดท้าย

  • มีไข้สูง ไม่ทราบสาเหตุ
  • เวลาปัสสาวะรู้สึกแสบ ขัด หรือเป็นเลือด
  • ปวดท้องน้อยรุนแรง
  • เลือดออกจากช่องคลอด อาจเป็นอาการนำของการตกเลือดก่อนคลอด
  • พบว่าทารกในครรภ์ดิ้นน้อย หรือไม่ดิ้น
  • มีตกขาวผิดปกติ กลิ่นเหม็น หรือคันช่องคลอด
  • มีมูกเลือด มีน้ำเดิน
  • มีอาการเจ็บท้องคลอด มดลูกบีบตัว รู้สึกท้องแข็งเป็นก้อนทุก 10 นาทีหรือน้อยกว่า มีการเจ็บครรภ์สม่ำเสมอและถี่ขึ้นเรื่อยๆ

 

 

อาการคนท้อง ไตรมาสสุดท้าย

การเปลี่ยนแปลงของทารกในครรภ์ช่วงสุดท้ายใกล้คลอด

- เมื่อเริ่มเข้าสัปดาห์ที่ 32 ทารกจะมีน้ำหนักประมาณ 1800 กรัม ผิวหนังยังมีสีแดงและเหี่ยวย่น

- สัปดาห์ที่ 36 ทารกจะมีน้ำหนักประมาณ 2500 กรัม ผิวหนังเริ่มตึงขึ้นจากไขมันสะสมใต้ผิวหนัง

- ย่างเข้าสัปดาห์ที่ 37 ช่วงเวลาใกล้คลอด หรือมีการคลอดในช่วงนี้ถือว่าเป็นการคลอดที่ครบกำหนดแล้ว

ในช่วงเวลานี้คุณแม่ควรเริ่มจัดเตรียมกระเป๋าเสื้อผ้าของใช้จำเป็น สำหรับการไปโรงพยาบาลให้พร้อม สามารถหยิบไปได้ทันทีเมื่อพบอาการใกล้คลอด ไม่ต้องเครียดหรือวิตกกังวลอะไร ทำจิตใจให้ผ่อนคลายเตรียมตัวเห็นหน้าลูกน้อยและเป็นคุณแม่มือใหม่ในไม่ช้ากันค่า

สัญญาณเตือนก่อนคลอด

สัญญาณเตือนก่อนคลอด หนูพร้อมจะออกมาลืมตาดูโลกแล้ว

ยิ่งท้องแก่ ยิ่งกังวล โดยเฉพาะคุณแม่มือใหม่ เพราะประสบการณ์ก็ไม่มี ไม่รู้ว่าตอนไหนลูกจะคลอด แม้แต่คุณแม่ที่เคยผ่านการคลอดลูกมาก่อนหลายท่านยังรู้สึกตื่นเต้นและกังวลไม่แพ้กัน เรามาดูว่า สัญญาณเตือนก่อนคลอด ที่บ่งบอกว่าคุณแม่ใกล้จะได้เจอหน้าลูกน้อยแล้ว มีอะไรบ้าง

อาการใกล้คลอด

สัญญาณเตือนก่อนคลอด หรืออาการใกล้คลอดต่าง ๆ ในช่วงโค้งสุดท้ายใกล้คลอดมีดังนี้

1. มีมูกไหลออกมาทางช่องคลอด

ระหว่างตั้งครรภ์ บริเวณปากมดลูกจะมีเมือกลักษณะเหนียวข้น มีสีขาว เพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อโรคเข้าไปในมดลูกในระหว่างตั้งครรภ์ พอถึงช่วงใกล้คลอด ปากมดลูกจะเริ่มเปิดและบางลง เมือกนี้ก็จะหลุดออกมา และบางครั้งอาจมีเลือดผสมออกมาด้วย ซึ่งสัญญาณแบบนี้แสดงว่าคุณแม่ใกล้จะคลอดเต็มทีแล้ว

2. ท้องลด

ในช่วงใกล้คลอด ทารกในครรภ์จะเริ่มเคลื่อนศีรษะลงมาอยู่บริเวณอุ้งเชิงกราน และจะสังเกตได้ว่าท้องของคุณแม่มีขนาดเล็กลง คุณแม่จะรู้สึกโล่ง ไม่อึดอัด และหายใจสะดวกขึ้น เราเรียกอาการนี้ว่า อาการท้องลด

อาการท้องลด อาจเกิดขึ้นไม่กี่สัปดาห์ก่อนคลอด หรือไม่กี่ชั่วโมงก่อนคลอด หรือในคุณแม่บางคนจวบจนใกล้คลอดแล้วท้องยังไม่ลดเลยก็เป็นไปได้เหมือนกัน แต่ถ้าแม่ท้องคนไหนมีอาการท้องลดแล้วละก็ เตรียมตัวได้เลย เพราะสัญญาณเตือนก่อนคลอดแบบนี้ แสดงว่าเจ้าตัวน้อยใกล้ที่จะออกมาดูโลกแล้วครับ

3. เจ็บท้อง

อาการเจ็บท้องนั้น มีทั้งแบบเจ็บท้องหลอก และเจ็บท้องใกล้คลอดจริง เรามาดูกันว่าอาการแบบไหนคืออาการเจ็บท้องจริง อาการแบบไหนคืออาการเจ็บท้องหลอกกันแน่ เพื่อจะได้เตรียมตัวไปโรงพยาบาลได้อย่างทันท่วงที

อาการเจ็บท้องหลอก หรือเจ็บท้องเตือน

  • ปวดท้องมากบ้างน้อยบ้าง เดี๋ยวถี่เดี๋ยวห่าง ไม่สม่ำเสมอ แม่ท้องบางท่านก็ปวดติด ๆ กันหลายครั้งแล้วก็หายปวด
  • เมื่อได้นอนพัก หรือเปลี่ยนท่าทาง อาการก็จะดีขึ้น
  • ความเจ็บปวดจะคล้าย ๆ กับการปวดประจำเดือน
  • มักมีอาการเจ็บบริเวณท้องน้อย

อาการเจ็บท้องจริง

  • มีอาการปวดอย่างสม่ำเสมอ และปวดถี่ขึ้นเรื่อย ๆ
  • ท้องแข็งตึง
  • แม่ท้องจะรู้สึกเริ่มเจ็บบริเวณส่วนบนของมดลูกก่อนแล้วจึงเจ็บร้าวไปที่หลัง
  • หากเดินหรือเคลื่อนไหวจะมีอาการเจ็บมากขึ้น
  • อาจมีมูกเลือดออกมาทางช่องคลอดร่วมด้วย

สัญญาณเตือนก่อนคลอดมีอะไรอีกบ้างที่ต้องระวัง ติดตามต่อหน้าถัดไป —>

4. น้ำเดิน

อาการถุงน้ำคร่ำแตก หรือ น้ำเดิน เป็นอีกหนึ่งสัญญาณเตือนก่อนคลอด แสดงว่ามดลูกเริ่มบีบตัวหดเล็กลงเพื่อบีบให้ศีรษะของเด็กเคลื่อนลงสู่อุ้งเชิงกราน จึงทำให้มีน้ำออกมาเป็นลักษณะใส ๆ คล้ายน้ำปัสสาวะ แม่ท้องที่มีอาการน้ำเดินมีโอกาสมากถึง 80 % ที่จะคลอดภายใน 12 ชั่วโมง หากแม่ท้องมีอาการเช่นนี้ ควรรีบไปพบแพทย์โดยด่วน

5. ปากมดลูกเปิด

ปกติแล้ว ปากมดลูกของคนท้องจะหนาเล็กน้อย และปิดค่อนข้างแน่นสนิท เพื่อช่วยปกป้องทารกในครรภ์จากอันตรายภายนอก แต่ร่างกายของคนท้อง จะมีการเปลี่ยนแปลงเมื่อเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายใกล้คลอด โดยปากมดลูกจะเริ่มอ่อนนุ่ม บางลง และสั้นลงเรื่อย ๆ จนกระทั่งเปิดขยายกว้างขึ้นเต็มที่ประมาณ 10 เซนติเมตร เพื่อให้ทารกคลอดออกมาได้สำเร็จ

เมื่อใกล้ถึงเวลาคลอด ปากมดลูกจะเริ่มเปิดและขยาย ทำให้มูกและเลือดบริเวณปากมดลูกไหลออกมาทางช่องคลอด และอาจทำให้เส้นเลือดบริเวณปากมดลูกมีการแตกทำให้มีเลือดออกมาพร้อมมูก ซึ่งนั่นก็เป็น อาการใกล้คลอด ให้รีบไปโรงพยาบาลได้เลย

สัญญาณเตือนก่อนคลอดอื่น ๆ ที่ต้องระวัง

นอกจาก อาการใกล้คลอด ตามที่ได้กล่าวมาข้างต้นแล้ว หากแม่ท้องมีอาการอื่น ๆ ดังต่อไปนี้ ควรรีบเตรียมตัวไปโรงพยาบาลทันที

  • มีเลือดออกทางช่องคลอด
  • ลูกไม่ดิ้น หรือดิ้นน้อยลงกว่าปกติ
  • น้ำคร่ำเป็นสีน้ำตาล เขียว เหลือง หรือสีอื่น ๆ นอกเหนือจากสีใสหรือสีชมพู
  • อาเจียนไม่หยุด

ที่มา : www.guruobgyn.com

บทความเกี่ยวข้องที่น่าสนใจ :

อาการคนท้องที่พบบ่อยในไตรมาสแรก

6 อาการยอดฮิตตอนท้อง ที่มองข้ามไม่ได้

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

บทความโดย

Napatsakorn .R

app info
get app banner