ออกซิเจนในเลือดของลูก น้อยก็ไม่ดี มากก็อันตราย

ออกซิเจนในเลือดของลูก น้อยก็ไม่ดี มากก็อันตราย

หากลูกของคุณพ่อคุณแม่คลอดก่อนกำหนด อาจจะมีภาวะของออกซิเจนในเลือดต่ำ หรือการรักษาจนทำให้มีออกซิเจนสูงได้ ซึ่งเป็นอันตรายต่อลูกนะคะ

ออกซิเจนในเลือดของลูก น้อยก็ไม่ดี มากก็อันตราย

การตรวจ ออกซิเจนในเลือดของลูก ส่วนใหญ่แล้วการตรวจสุขภาพของเด็กเล็ก ๆ จะต้องใช้การประเมินผลหลายรูปแบบรวมกัน เช่น การสังเกตอาการ วัดส่วนประกอบที่สำคัญของเลือด การวัดความอิ่มตัวของออกซิเจนนั้นจะบ่งบอกข้อมูลเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ สุขภาพของหัวใจ และระบบทางเดินหายใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เด็กที่คลอดก่อนกำหนดหรือเด็กที่มีประวัติว่ามีปัญหาเกี่ยวกับการหายใจ

 

ออกซิเจนในเลือดของลูก

ความอิ่มตัวของออกซิเจน บอกอะไร

ในเด็กที่คลอดครบกำหนด จะมีค่าความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือดอยู่ที่ 95-100 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นค่าปกติโดยอาจแตกต่างกันเล็กน้อย แต่ในเด็กที่คลอดก่อนกำหนดนั้นค่าความอิ่มตัวของออกซิเจนจะอยู่ที่ประมาณ 84-90 เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากปอดจะยังทำงานได้ไม่เต็มที่นั่นเองค่ะ

ทั้งนี้ค่าความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือดนั้นบอกว่า ออกซิเจนที่อยู่ในเลือดมีมากแค่ไหน ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพลูกน้อยได้นั่นเองค่ะ

 

ความอิ่มตัวของออกซิเจน “ต่ำ” จะเป็นอย่างไร

 

เป็น hypoxemia หรือ ภาวะขาดออกซิเจน ภาวะเลือดมีออกซิเจนน้อย คือภาวะที่เลือดมีออกซิเจมต่ำกว่าปกติ ทำให้เซลล์ต่างๆ ในร่างกายไม่สามารถทำงานได้ หรือทำงานไม่เป็นปกติ โดยอาการที่แสดงออกเมื่อออกซิเจนในเลือดเท่ากับ 75% หรือต่ำกว่า คือการหายใจจะทำได้ยากลำบาก ถ้าเป็นหนักอาจจะมีอาการเขียวหรือม่วงคล้ำเกิดขึ้นได้ตามริมฝีปาก ปลายมือปลายเท้า

ระดับออกซิเจนปกติ

แรงดันออกซิเจนหรือค่าความอิ่มตัวของออกซิเจนอยู่ที่ 96-99% ซึ่งเป็นสภาวะที่ดีที่สุดต่อร่างกาย ซึ่งระดับออกซิเจนนี้จะส่งผลให้

1  สมองทำงานดี ที่ระดับออกซิเจนปกติสมองจะมีการสั่งงานได้ดี เนื่องจากซลล์สมองจะใช้ปริมาณออกซิเจนมากกว่า 20% ของออกซิเจนทั้งหมดในการทำงาน ดังนั้นเมื่อร่างกายมีออกซิเจนอยู่ในระดับปกติจะทำให้เซลล์สมองทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยให้มีความจำดี มีสมาธิในการเรียนและการทำงาน เรียนรู้เข้าใจสิ่งต่างๆ ได้ดีและช่วยให้ระบบภายในร่างกายทำงานได้ปกติภายใต้การสั่งงานของสมองที่ถูกต้อง

2  ผิวพรรณดี เนื่องจากออกซิเจนและน้ำคือองค์ประกอบที่สำคัญของเซลล์ ดังนั้นเมื่อร่างกายได้รับน้ำและออกซิเจนในปริมาณที่เพียงพอ เซลล์ที่อยู่ในร่างกายก็จะแข็งแรงสมบูรณ์ส่งผลให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งมีน้ำมีนวล และช่วยให้เซลล์มีอายุยืนขึ้น ช่วยลดริ้วรอยที่เกิดขึ้นก่อนวัยอันควร

3   ร่างกายแข็งแรง ออกซิเจนที่อยู่ในรูปของน้ำ เมื่อเข้าร่างกายจะดูดซึมเข้าสู่ตับ เซลล์ของตับจะได้รับออกซิเจนที่อยู่ในน้ำโดยที่เซลล์ตับจะดึงออกซิเจนมาใช้ในกระบวนการเปลี่ยนสารอาหารที่ดูดซึมเข้ามาให้เป็นพลังงานส่งให้กับร่างกาย เมื่อเซลล์ตับแข็งแรงจึงสามารถสร้างพลังงานเพียงพอในการใช้งานของร่างกาย ร่างกายจึงแข็งแรงสมบูรณ์และยังช่วยให้ตับสามารถขับสารพิษออกจากร่างกายอย่างมีประสิทธิภาพ ลดการตกค้างของสารพิษที่เป็นอัตรายต่อร่างกาย

ความอิ่มตัวของออกซิเจน “สูง” จะเป็นอย่างไร

หากลูกมีภาวะออกซิเจนต่ำต่อเนื่อง ในบางกรณีอาจไม่เกิดความผิดปกติหรืออันตรายใดๆ แต่ในบางกรณีที่จำเป็นต้องรักษาด้วยการเพิ่มปริมาณออกซิเจนให้แก่เลือด ซึ่งอาจทำให้ออกซิเจนในเลือดสูง ส่งผลให้มีปัญกาบริเวณจอประสาทตาของลูกได้ ความผิดปกติที่เกิดขึ้นนี้อาจจะส่งผลให้ตาบอดได้เช่นกันค่ะ

 

ออกซิเจนในเลือดของลูก

5 เรื่องที่คุณไม่รู้ และจำเป็นที่จะต้องรู้เกี่ยวกับ ทารกแรกเกิด

ปริมาณออกซิเจน ในอากาศแค่ไหนถึงเป็นอันตราย

โดยปกติแล้ว อากาศที่เราหายใจเข้าไปนั้น  ประกอบด้วยออกซิเจนประมาณ 21 % และ ไนโตนเจนประมาณ 79 %และ ปริมาณออกซิเจนที่สภาพเหมาะสมที่คนเราสามารถอยู่ได้อย่างสบาย จะต้องมีออกซิเจนอยู่ประมาณ 19.5 – 23.5 % แต่ถ้าปริมาณออกซิเจนในอากาศลดลงเหลือ 15 – 17 % จะเริ่มมีการเปลี่ยนแปลง ของร่างกายเกิดขึ้น นั่นก็คืออาการของภาวะพร่องออกซิเจน ( Hypoxia ) ซึ่งนายแพทย์สุระ เจตน์วาทีแพทย์เวชศาสตร์การบิน ผู้เชี่ยวชาญด้านการกู้ชีพชั้นสูง และ การลำเลียงผู้ป่วยทางอากาศ ให้ข้อมูลว่าปริมาณออกซิเจนที่อยู่ในช่วง 12 – 15 % ถือว่ามีความเสี่ยงต่อร่างกายมนุษย์แล้ว ถ้าเหลือ 12 % ถือว่าอันตรายและถ้าต่ำถึง 8% เมื่อไรจะเสียชีวิตได้ภายใน 8 นาที

ภาวะพร่องออกซิเจน อาการเป็นอย่างไร

–  รู้สึกหายใจไม่เต็มอิ่ม หายใจลำบากขึ้น หายใจถี่ขึ้น ไอ
–  หัวใจเต้นเร็วขึ้น
–  การรับรู้ตัวลดลง สับสน มึนงง ซึม
–  วิงเวียน ปวดศีรษะเนื่องจากหลอดเลือดสมองขยายตัว
–  คลื่นไส้ อาเจียน
–  ผิวหนังซีด หรือเขียวคล้ำ
–  รู้สึกกระสับกระส่าย กระวนกระวาย
–  รู้สึกร้อน ๆ หนาว ๆ วูบวาบตามตัว มีเหงื่อออกมาก
–  การทำงานของกล้ามเนื้อไม่ประสานกัน
–  มือเท้าชา
–  ตาพร่ามัว ลานสายตาแคบลง
–  เพ้อ หมดสติ ชัก

ภาวะพร่องออกซิเจน รักษาได้อย่างไร

เมื่อเกิดภาวะนี้ขึ้นต้องรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด โดยแพทย์จะรักษาด้วยการให้ออกซิเจนผ่านทางหน้ากาก
ออกซิเจนหรือสายให้ออกซิเจนทางจมูก เพื่อเพิ่มออกซิเจนในเลือด ป้องกันไม่ให้เซลล์และอวัยวะสำคัญถูกทำลาย
ทั้งนี้จะต้องให้ออกซิเจนในระดับต่ำที่สุดที่จะเพียงพอเพื่อที่จะรักษาระดับออกซิเจนในเลือด เพราะถ้าหากให้ออกซิเจนเกินความต้องการ จะเกิดภาวะพิษจากออกซิเจนได้เช่นกัน

 

ออกซิเจนในเลือดของลูก

ติดเชื้อในกระแสเลือด-3

 

ที่มา : Livestrong

 

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

พีแอนด์จี ร่วมกับ เทสโก้ โลตัส ส่งแคมเปญพิเศษ “Mom to Mom” ชวนเหล่าคุณแม่ ร่วมใจกันช่วยเหลือแม่ ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตโควิด-19

แม่ร้องขอความเป็นธรรมให้ลูก! หมอฉีดยาจนลูกตาย แต่อ้างลูกสำลักนมเสียชีวิต!

ซึ้ง! พ่อถ่ายภาพ pre-wedding กับลูกสาวหลังแม่ตาย

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

app info
get app banner