ลูกเป็นไฮเปอร์แน่ ถ้าให้กินน้ำตาลมากขนาดนี้ อย่าให้ลูกติดหวาน เลยนะแม่ๆ

lead image

ลูกเป็นไฮเปอร์แน่ ถ้าให้กินน้ำตาลมากขนาดนี้ อย่าให้ลูกติดหวาน เลยนะแม่ๆ กินน้ำตาลมากไปฟันผุ แถมติดหวานเสี่ยงน้ำหนักเกิน เป็นโรคอ้วน ลูกจะสุขภาพไม่ดีเอานะคะ

ลูกเป็นไฮเปอร์แน่ ถ้าให้กินน้ำตาลมากขนาดนี้ อย่าให้ลูกติดหวาน เลยนะแม่ๆ

ลูกเป็นไฮเปอร์แน่ ถ้าให้กินน้ำตาลมากขนาดนี้ อย่าให้ลูกติดหวาน เลยนะแม่ๆ เด็กไทยส่วนใหญ่จะติดหวานนะคะ แม้กระทั่งคนรุ่นพ่อแม่ที่เป็นเจนวายเอง ส่วนใหญ่ก็เติบโตกันมากับอาหารที่เติมน้ำตาลไปเสียทุกอย่าง แต่ในวัันที่เราเป็นพ่อแม่ของลูกๆ น้ำตาลแค่ไหนละถึงเรียกว่าไม่มากเกินไป

หว๊าน หวาน ไป ก็ไม่ใช่จะดี 

น้ำตาลตามธรรมชาติ ที่มีอยู่ในผักและผลไม้ เป็นน้ำตาลที่เราสามารถกินได้พอประมาณค่ะ ไม่จำเป็นต้องกังวลเท่าใดนัก ที่น่ากังวัลก็คือน้ำตาลที่เราเติมเข้าไปอีก เช่น ใส่ในอาหาร ใส่ในเครื่องดื่มนั้น ไม่ควรจะเกิน 5% ปริมาณที่แนะนำต่อวัน สำหรับสหราชอาณาจักรเอง พบว่าเด็กๆ มีการบริโภคน้ำตาลต่อวัน อยู่ที่ 12-16% เลยทีเดียวนะคะ

น้ำตาลทำลูกอ้วน 

การกินน้ำตาลมากเกินไป และไม่ได้ใช้งานให้หมด ร่างกายจะเก็บน้ำตาลในรูปแบบของไขมันค่ะ ซึ่งในอนาคตจะทำให้เด็กๆ กลายเป็นโรคอ้วน หรือมีน้ำหนักเกินได้

เด็กๆ สามารถกินน้ำตาลจาก ขนม ของหวาน ลูกอมได้ แต่ไม่ใช่บ่อยๆ เช่น ทุกวันหรือทุกอาทิตย์ค่ะ คุณพ่อคุณแม่อาจจะใช้เป็นรางวัลเมื่อลูกทำความดีได้ แต่ก็ไม่ควรจะให้ลูกกินบ่อยๆ เพราะอะไรที่มีน้ำตาลสูงนั้น มักจะมีสารอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของลูกน้อยลงไปด้วย

อ่านต่อ เด็กๆ ควรกินน้ำตาลไม่เกินวันละเท่าไหร่

อาหารแบบนี้ กินบ่อยไม่ดี

  • ซีเรียลเคลือบน้ำตาลทั้งหลาย
  • เค้ก
  • ช็อคโกแลต
  • ขนมหวาน
  • น้ำอัดลม น้ำหวานต่างๆ หรือแม้แต่น้ำผลไม้กระป๋องเองก็ตาม
  • ซอสพาสต้า

คุณพ่อคุณแม่รู้ไหมคะว่า ปริมาณ 1 ใน 4 ของน้ำตาลที่เด็กๆ ควรได้รับต่อวันนั้นมาจากน้ำอัดลมและน้ำหวาน ที่มีน้ำตาลสูงถึง 9 ช้อนชาเลยนะคะ

ผลเสียของน้ำตาลกับเด็กๆ

บางคนเชื่อว่าปัญหาพฤติกรรมของเด็กๆ มาจากการบริโภคน้ำตาลค่ะ เด็กๆ จะไฮเปอร์มากขึ้นเมื่อได้กินน้ำตาล ทำให้ไม่มีสมาธิเมื่ออยู่ในเวลาเรียน แม้เรื่องนี้จะไม่มีการศึกษาหรืองานวิจัยที่พิสูจน์ได้ว่าจริงหรือไม่ แต่สิ่งที่เป็นผลเสียแน่ๆ ของเด็กที่ชอบกินของหวานๆ เติมน้ำตาลเยอะๆ นั่นคือ ทำให้ฟันผุค่ะ

ปริมาณน้ำตาลที่เด็กๆ ควรได้รับต่อวัน

  • เด็กที่ต่ำกว่า 4 ขวบ ไม่ควรเติมน้ำตาลหรือปรุงรสในอาหาร
  • เด็กอายุ 4-6 ปี ไม่ควรกินน้ำตาลเกิน 19 กรัม หรือ 5 ช้อนชา ต่อวัน
  • เด็กอายุ 7-10 ปี ไม่ควรกินน้ำตาลเกิน 24 กรัม หรือ 6 ช้อนชา ต่อวัน
  • เด็กอายุ 11 ปีขึ้นไป ไม่ควรกินน้ำตาลเกิน 30 กรัม หรือ 7 ช้อนชา ต่อวัน

ลดอาหารที่มีน้ำตาลยังไงดี

  • คุณพ่อคุณแม่ควรเปลี่ยนจากซีเรียลเคลือบน้ำตาล หรือนมที่เติมน้ำตาล เป็นซีเรียลตามธรรมชาติที่ได้ความหวานตามธรรมชาติจากการเติมผลไม้สดไปแทนนะคะ
  • เปลี่ยนจากการซื้อเค้ก ขนมอบ ขนมปังกรอบ และขนมหวานให้มีติดบ้าน เป็นถั่วอบแบบไม่เติมเกลือ ผักและผลไม้สด หรืออบแห้ง ธัญพืชต่างๆ หรือชีสแทนค่ะ
  • การปล่อยให้ลูกกินน้ำอัดลมหรือน้ำหวาน มันคือของที่ไม่มีประโยชน์เลยนะคะ ลองทำน้ำผลไม้คั้นสดเอง หรือเอาผลไม้แช่แข็งแล้วเอาออกมาปั่นเป็นไอศกรีมแทนดูนะคะ ทั้งมีวิตามินเกลือแร่ และมีน้ำตาลน้อยกว่าน้ำอัดลมและน้ำหวานอีกนะคะ
  • หากคุณพ่อคุณแม่ทำขนมให้ลูกกินอยู่แล้ว ลองปรับการใช้น้ำตาลเป็นส่วนผสม หาสิ่งอื่นทดแทนความหวาน เช่น หญ้าหวาน หรือผลไม้ที่มีรสหวานอื่นๆ แทนค่ะ
  • สุดท้ายคือการเป็นตัวอย่างที่ดีให้ลูกเห็นนะคะ ว่าคุณพ่อคุณแม่ก็ไม่ได้กินน้ำตาลหรือของหวานเยอะ แล้วเด็กๆ ก็จะทำตามเองค่ะ

ที่มา BBC Good Food

บทความที่น่าสนใจ

เหตุผลที่ไม่ควรปรุงรสอาหารทารก ก่อน 1 ขวบ

ผลการศึกษา เตือนเด็กติดหวานจัดเสี่ยงหัวใจวาย

parenttown