อย่าเปรียบเทียบลูกกับคนอื่น มันสร้างความเจ็บปวดให้หนูรู้มั้ย!

แชร์บทความนี้ให้เพื่อน

แม้ไม่ได้เป็นคำพูดที่ตั้งใจ แต่พ่อแม่ก็มักจะเผลอพูดเปรียบเทียบลูกกับเด็ก ๆ คนอื่นขึ้นมาง่าย ๆ “ดูสิ..ลูกคนนั้นเค้ายังทำได้” / “ทำตัวให้มันเหมือนลูกคนอื่นหน่อยไม่ได้เหรอไง” บ่อยครั้งที่การพูดเหล่านี้ พ่อแม่อาจจะมองว่าน่าจะเป็นแรงกระตุ้นเพื่อให้ลูกทำได้ดี แต่แท้จริงแล้วมันกลายเป็นผลกระทบที่สำคัญต่อจิตใจลูกไม่น้อย

มีไม่น้อยที่ความหวังดีของพ่อแม่ กลับกลายเป็นสิ่งที่ทำร้ายจิตใจลูก และอาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนทางด้านความคิดของลูกได้ไม่น้อย แม้ลูกจะยังเป็นเด็กตัวเล็ก ๆ ก็ตาม อย่าเปรียบเทียบลูกกับคนอื่น เพราะสิ่งที่เราคิดว่าพูดแล้วดี แต่สำหรับเด็กน้อยอาจไม่ได้คิดเช่นนั้น

อย่าเปรียบเทียบลูกกับคนอื่น มันสร้างความเจ็บปวดให้หนูรู้มั้ย!

อย่าเปรียบเทียบลูกกับคนอื่น

การเปรียบเทียบลูกตัวเองให้ดี ให้เก่ง เหมือนเด็กคนนั้นคนนี้ อาจเป็นความหวังดีที่นำมาพูดกระตุ้นให้ลูกน้อยได้ทำหรือได้เป็นอย่างคนอื่นตามที่พ่อแม่ต้องการ อยากให้ลูกได้เห็นต้นฉบับที่ดี มีพฤติกรรมที่ดี หรือเอาคำพูดเปรียบเทียบมาเป็นการประชดประชันเมื่อลูกทำอะไรไม่ได้ดั่งใจ การพูดแบบนี้สำหรับพ่อแม่อาจพูดแล้วก็จบไป แต่กับเด็กแล้วคำพูดของพ่อแม่ที่นำตัวเองไปเทียบกับเด็กคนอื่นนั้น มันเจ็บปวดและกระทบต่อความรู้สึกลูกไม่น้อย

ผลกระทบที่สำคัญเมื่อพ่อแม่พูดเปรียบเทียบลูกกับคนอื่น ยิ่งพูดบ่อยครั้ง ลูกได้ยินทุกวัน จะทำให้ตัวเด็กนั้นรู้สึกมองไม่เห็นคุณค่าในตัวเอง ด้อยค่า ไม่มีความหมาย ไม่สามารถทำเหมือนลูกคนอื่นที่พ่อแม่อยากให้เป็นได้ กลายเป็นคนขี้อาย ไม่กล้าแสดงออก ไม่มั่นใจในตนเอง นานวันเข้าก็จะเป็นเด็กที่เริ่มปลีกตัวออกจากสังคม ไม่กล้าลงมือทำ กลัวว่าจะไม่ประสบความสำเร็จและจะถูกพ่อแม่ว่า หรือในทางตรงข้าม เด็กบางคนอาจจะเริ่มทำตัวก้าวร้าว รู้สึกมีความอิจฉาริษยา เกิดความคิดที่ไม่ดี มีการต่อต้าน และมักจะทำตรงข้าม เช่น เมื่อพ่อต้องการให้กินเก่งเหมือนเด็กคนอื่น ลูกก็อาจจะปฏิเสธการกิน จากที่เคยไม่ชอบกินแบบนี้ก็จะยิ่งไม่อยากเข้าไปอีก

คำพูดเปรียบเทียบของพ่อแม่ที่หวังว่าจะกลายเป็นแรงผลักดันที่ดีนั้นความจริงแล้วมีน้อยมากที่ลูกจะเอาคำเปรียบเทียบของพ่อแม่ไปทำตาม ดังนั้นสิ่งสำคัญที่พ่อแม่ควรเข้าใจคือ บุคคลิก ลักษณะนิสัย ความคิด พฤติกรรมการแสดงออก รวมทั้งศักยภาพและความสามารถของเด็กแต่ละคนนั้นเป็นปัจเจกที่แตกต่างกันไป สิ่งที่พ่อแม่ควรทำคือ

อย่าเปรียบเทียบลูกกับคนอื่น

  • หยุดและไม่ควรนำลูกไปเปรียบเทียบข้อดีข้อด้อยกับเด็กคนอื่น หรือแม้แต่ญาติพี่น้องที่สนิทกัน
  • มองหาความชอบความสามารถของลูก เพื่อสนับสนุนและเปิดโอกาสให้ลูกได้ใช้ศักยภาพของตัวเองออกมา เช่น ลูกชอบวาดภาพ ร้องเพลง หรือกีฬาต่าง ๆ
  • ใช้คำชมเชย ให้กำลังใจในสิ่งที่ลูกพยายามและตั้งใจทำแล้ว เพื่อให้ลูกได้มองเห็นคุณค่าในตัวเอง รู้สึกภูมิใจ และพยายามที่จะทำให้ดีต่อไปด้วยตัวเอง การชื่นชมของพ่อแม่ทำให้ลูกได้ความรักไปเต็ม ๆ ซึ่งจะส่งผลต่ออารมณ์จิตใจเด็กให้ดียิ่งขึ้น

วันนี้แม้แต่เรื่องเล็ก ๆ น้อยที่เรามองลูกคนอื่นดี ก็ไม่ควรนำมาเปรียบเทียบพูดกับลูกของตัวเองนะคะ เพราะเด็กทุกคนดีเหมือนกัน แต่มีจุดดีที่แตกต่างกันเท่านั้นเอง.


ที่มา : www.thaichildrights.org

บทความอื่นที่น่าสนใจ :

กระตุ้นให้ลูกเรียน มากไป เร็วไป ระวัง ลูกสมาธิสั้น ?

รับมืออย่างไร เมื่อเจอพี่สะใภ้ชอบเอาลูกมาเปรียบเทียบ!

การเลี้ยงดูเด็กวัยเตาะแตะ การเลี้ยงดูเด็กวัยเรียน การเลี้ยงลูกเชิงบวก ก่อนวัยเรียน คำแนะนำในการเลี้ยงดูลูก ช่วงวัยของเด็ก พฤติกรรมของเด็กก่อนวัยเรียน พฤติกรรมของเด็กวัยเรียน เด็กวัยเรียน โรงเรียนพ่อแม่