อยากให้ลูกได้ดี แม่อย่างฉันจึงต้องสวมบทคุณแม่ใจร้าย!

แม่ที่ไหนละ อยากจะสวมบทบาทคุณแม่ใจร้าย แต่เราก็ต้องทำ เพราะที่ทำไปเป็นเพราะอยากให้ลูกได้ดี ว่าแต่ใจร้ายแบบไหนถึงจะไม่ส่งผลเสียกับลูกนะ

เพื่อให้ลูกเป็นคนดีของสังคม เติบโตมาเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ แม่อย่างฉันก็ต้องยอมสวมบทบาทเป็นคุณแม่ใจร้ายดูบ้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เวลาที่ลูกงอแง ก้าวร้าวและเอาแต่ใจ

ให้ลูกได้ดี แม่ใจร้าย

แต่การเป็นคุณแม่ใจร้ายของฉัน ไม่ได้หมายความว่า เอาลูกไปทรมาน ไปผูกหรือไปตีนะคะคุณ แต่ฉันเลือกที่จะเงียบและรอให้ลูก ๆ สงบก่อน แน่นอน มันไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะกว่าจะถึงจุดนั้นได้ แม่อย่างฉันก็ปรี๊ดแตกมานับไม่ถ้วน

สาเหตุที่ทำให้คุณแม่แสนดีอย่างเรา กลายเป็นคุณแม่ใจร้ายก็มีไม่กี่อย่างหรอก ยกตัวอย่างเช่น

1. ลูกมีพฤติกรรมก้าวร้าว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ต่อหน้าญาติผู้ใหญ่หรือคนแปลกหน้า

2. ลูกพูดจาหยาบคาย ไม่สุภาพ

3. ลูกเอาแต่ใจตัวเอง

4. ลูกชอบขว้างของ

5. ลูกชอบลงไม้ลงมือกับคนในครอบครัว เป็นต้น

แล้ววิธีไหนละ ที่จะดัดนิสัยได้ดีเท่ากับ "การเพิกเฉย" เชื่อเถอะค่ะว่า การเพิกเฉยไม่สนใจเวลาที่ลูกอาละวาดเนี่ย ได้ผลดีจริง ๆ เพราะลูกต้องการเรียกร้องความสนใจจากคนที่เขารัก จึงได้แสดงพฤติกรรมไม่ถูกไม่ควรขึ้น ถ้าหากเราคล้อยตามหรือให้ความสนใจกับพฤติกรรมดังกล่าว ก็เท่ากับว่า พวกเขาประสบความสำเร็จกับการเรียกร้องนั้น แล้วนับวันพฤติกรรมที่ว่าจะก็ทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น

ทุกครั้งที่ลูกทำเช่นนั้น ปลีกตัวห่างออกมาก่อนเลยค่ะ เพราะนอกจากจะทำให้ลูกเริ่มรู้ตัวว่าไม่ได้ผลแล้ว ยังทำให้คุณแม่อย่างเราอารมณ์เย็นขึ้นด้วย เพราะถ้าขืนมีอารมณ์ร่วมไปด้วยละก็ งานนี้รับรอง สถานการณ์จะแย่ลงไปอีก แล้วใครละที่จะมานั่งเสียใจทีหลัง ถ้าไม่ใช่ตัวเราเอง

ดังนั้น ยอมเป็นคุณแม่ใจร้ายที่มีความเพิกเฉย นิ่งสงบ สยบทุกความเคลื่อนไหว ดีกว่าเป็นคุณแม่ใจดีที่ตามใจลูกจนเสียคนดีกว่านะคะ

อ้างอิง Scary Mommy

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ:

คุมอารมณ์คุณแม่ไม่ให้ปรี๊ดแตก เมื่อลูกดื้อ

พ่อแม่ 6 แบบที่ลูกไม่รัก

parenttown