อยากให้ลูกเป็นอัจฉริยะ ต้องเลี้ยงแบบนี้ เลี้ยงลูกแบบชาวยิว vs เลี้ยงลูกแบบทั่วไป

แชร์บทความนี้ให้เพื่อน

อยากให้ลูกเป็นอัจฉริยะต้องเลี้ยงแบบนี้ เลี้ยงลูกแบบชาวยิว vs เลี้ยงลูกแบบทั่วไป ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะเปลี่ยนสไตล์การเรียนเลี้ยงลูก แต่ถ้ามันดีกว่าละ

อยากให้ลูกเป็นอัจฉริยะ ต้องเลี้ยงแบบนี้ เลี้ยงลูกแบบชาวยิว vs เลี้ยงลูกแบบทั่วไป

อยากให้ลูกเป็นอัจฉริยะ ต้องเลี้ยงแบบนี้ เลี้ยงลูกแบบชาวยิว vs เลี้ยงลูกแบบทั่วไป ความแตกต่างมีอะไรบ้าง และอะไรที่พ่อแม่จะปรับใช้กับลูกตัวเองได้บ้างนะ

1.ให้ลูกพึ่งตัวเอง

แม้คุณพ่อคุณแม่ครอบครัวทั่วไปจะสนับสนุนให้ลูกฝันให้ไกลและไปให้ถึง แต่พ่อแม่ชาวยิวก็ยึดแนวคิดนี้เช่นกันค่ะ เพียงแต่หากลูกฝันให้ไกลและต้องการไปให้ถึง ลูกต้องเป็นคนลงมือทำด้วยตัวเอง ดังนั้นการที่เราเห็นครอบครัวชาวยิวนั่งกินอาหาร ขณะที่เด็กยิววัยเพียง 1 ขวบจะจัดการกับสเต็กตรงหน้าด้วยตัวเองคงไม่ใช่เรื่องแปลกแต่อย่างใด แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับศักยภาพร่างกายและวัยของเด็กๆ ที่จะทำได้ด้วยนะคะ

2.เมื่อเริ่มต้นทำสิ่งใด ทุกอย่างจะยากเสมอ ก่อนที่มันจะง่าย

พ่อแม่ชาวยิวจะเปิดโอกาสให้ลูกลองทำสิ่งต่างๆ ด้วยตัวเอง แน่นอนว่าบางสิ่งบางอย่างในครั้งแรกย่อมไม่สำเร็จ แต่จะไม่ใช่พ่อแม่ที่บอกว่าลูกยังเด็กไปยังทำไม่ได้ แต่พ่อแม่จะปลอบใจและสนับสนุนให้ลูกเกิดความพยายามที่ลองใหม่อีกครั้งนึง กระบวนการนี้จะทำให้เด็กๆ เกิดการเรียนรู้และเกิดความพยายามค่ะ

3.เชื่อใจและไม่จับผิดลูก

พ่อแม่ชาวยิวอาจจะมีคำชื่นชมหรือลูกอมเป็นรางวัล เมื่อลูกทำบางสิ่งบางอย่างได้ดี แต่เหนือสิ่งอื่นใดคือ การเชื่อใจลูกให้ทำสิ่งเหล่านั้นเองคนเดียว การจ้องจับผิดของพ่อแม่ที่มีต่อลูกนั้น แม้จะทำไปด้วยความหวังดี แต่บางครั้งก็ทำเอาลูกหมดกำลังใจและความพยายามที่จะทำ ซึ่งการเชื่อใจนั้นจำเป็นมาก ต่อการสร้างทักษะที่ก่อให้เกิดความรับผิดชอบและการวางแผนการทำงานของเด็กๆ นั่นเองค่ะ

4.ยิ่งเลอะยิ่งเยอะประสบการณ์

พ่อแม่ชาวไทยหรือพ่อแม่ชาวยุโรปเอง หากเห็นการพาลูกออกไปนอกบ้านของพ่อแม่ชาวยิว คงมีกรี๊ดกันเป็นแถวๆ แน่ นั่นก็เพราะเป็นเรื่องปกติของครอบครัวชาวยิว ที่เด็กๆ จะมอมแมมไปด้วยโคลน มือไม้เหนียวหนึบ หัวเข่าเปื้อนเต็มไปด้วยฝุ่น และบางทีกระดุมหลายเม็ดก็หล่นหายไปไหนแล้วไม่รู้ พ่อแม่ชาวยิวพบว่ามันเป็นการเสียเวลาที่จะให้เด็กๆ นั้นสะอาดปราศจากเชื้อโรคตลอดเวลา ขณะที่สิ่งจำเป็นของเขาคือพัฒนาการและการเจริญเติบโต และถึงแม้จะเปื้อนแค่ไหน เด็กๆ ก็ไม่เห็นจนสนใจเลยด้วยซ้ำ

5.มองข้ามเรื่องหยุมหยิม

เรื่องหยุมหยิมยิบย่อยอย่างความรก เลอะเทอะ เปรอะเปื้อน มันคือเรื่องที่มาพร้อมกับเด็กๆ ซึ่งพ่อแม่ชาวยิวรู้ดี ดังนั้นเด็กๆ จะทำของพังบ้าง หรือถุยน้ำลายหรือของกินไปรอบๆ ก็ไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตาย แทนที่พวกเขาจะบ่นในเรื่องนี้ทุกครั้งที่มีโอกาส พ่อแม่ชาวยิวจะปล่อยให้เด็กๆ อยู่ในห้องรกๆ ของเขา ตราบใดที่เด็กๆ ยังแฮปปี้กับมันอยู่ แต่ก็จะอธิบายว่าการมีระเบียบนั้นมีข้อดียังไง และทำให้ลูกเจอของที่ต้องการง่ายขึ้นแค่ไหน นานๆ ที

ช่วงวัยของเด็ก พัฒนาการวัยเตาะแตะ วัยเตาะแตะ