อยากให้ลูกน่ารัก สำหรับคนอื่น จิตแพทย์แนะต้องสอนลูกให้จิตใจดี

นอกจาก อยากให้ลูกน่ารัก เป็นที่รักของคนในบ้านและครอบครัวแล้ว เวลาพาลูกออกไปข้างนอกก็อยากให้ลูกทำตัวดี ๆ ต่อหน้าคนอื่นด้วยเช่นกัน

นอกจากความอยากให้ลูกเป็นคนเก่ง เป็นเด็กฉลาดแล้ว พ่อแม่ทุกคนล้วน อยากให้ลูกน่ารัก ในสายตาคนอื่นด้วย การได้ยินคนอื่นมาชม พูดถึงลูกในแง่บวกนั้น ถือว่าเป็นการสร้างความสุขให้กับคนเป็นพ่อเป็นแม่ได้เชียวล่ะ

อยากให้ลูกน่ารัก สำหรับคนอื่น จิตแพทย์แนะต้องสอนลูกให้จิตใจดี

คุณพ่อคุณแม่สามารถสร้างสังคมที่ดีให้กับลูกได้โดยปลูกฝังลงในหัวใจตั้งแต่ยังเล็ก พญ. ถิรพร ตั้งจิตพร จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้แนะนำวิธีส่งเสริมการเลี้ยงลูกให้มีจิตใจดี สามารถเริ่มได้จาก

#การฝึกให้ลูกได้ช่วยเหลือตนเอง

เด็กที่สามารถช่วยเหลือตนเองได้จะลดการพึ่งพาคนอื่น ซึ่งจะทำให้ลูกมีความมั่นใจในตนเอง ลดความกังวล พร้อมที่จะช่วยเหลือคนอื่นที่ด้อยกว่าได้ นับเป็นจุดเริ่มต้นของการเอาใจเขาใส่ใจเรา และเรียนรู้ทักษะอื่น ๆ ตามวัยในขั้นต่อไป

อยากให้ลูกน่ารัก

#ฝึกให้ลูกได้ช่วยงานบ้าน

คุณพ่อคุณแม่สามารถฝึกให้ลูกช่วยทำงานบ้านได้ตั้งแต่อายุ 2 ขวบขึ้นไป เนื่องจากมีพัฒนาการทางร่างกายที่ค่อนข้างสมบูรณ์แล้ว สามารถรับฟังและเข้าใจคำสั่งง่าย ๆ รวมถึงโต้ตอบพูดคุยกับพ่อแม่ได้ คุณพ่อคุณแม่สามารถให้เจ้าตัวเล็กฝึกเริ่มทำงานบ้านได้ง่าย ๆ ตามวัยที่เหมาะสม เช่น การเก็บของเล่นเข้าที่ นำเสื้อที่ใส่ไว้ในตะกร้า หรือช่วยคุณแม่เอาเสื้อใส่เครื่องซักผ้า แยกสีเสื้อ ชุดชั้นใน ถุงเท้าได้ เป็นต้น การให้ลูกช่วยงานบ้านจะทำให้เด็กรู้จักความรับผิดชอบ รู้จักหน้าที่ของตนเอง ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญต่อการใช้ชีวิตในสังคม

#ฝึกระเบียบวินัยภายในบ้าน

เช่น การตื่นนอนและเข้านอนให้เป็นเวลา การเก็บของเล่นให้เป็นที่หลังเล่นเสร็จแล้ว การทำตามกฏเกณฑ์ที่สร้างขึ้นมาภายในบ้าน เหล่านี้ถ้าเริ่มฝึกลูกได้ตั้งแต่เล็ก ๆ จะเป็นการทักษะการควบคุมตนเอง การยอมรับฟังเหตุและผลให้แก่ลูกได้

#พาลูกเข้าสังคม  เปิดโลกให้ลูกได้เรียนรู้ในที่ต่างๆ

ไม่ว่าจะเป็นการได้เจอเพื่อนใหม่ในรุ่นเดียวกัน หรือการพาไปงานเลี้ยงรุ่นของคุณพ่อคุณแม่ การพาลูกไปทำกิจกรรมอาสาเพื่อสังคม เลี้ยงอาหารกลางวันเด็ก การท่องเที่ยวเปิดประสบการณ์ ฯลฯ เหล่านี้จะเป็นการทำให้ลูกรู้จักสังคมได้มากขึ้น รู้จักมีความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น ซึ่งทำให้ลูกได้มองเห็นถึงความแตกต่างที่หลากหลาย พร้อมกับคำแนะนำ ความรู้สอดแทรกไปกับสิ่งที่ได้เห็น เพื่อให้ลูกเข้าใจโลกที่เขาจะใช้ชีวิตในอนาคตต่อไปได้ดียิ่งขึ้น

อยากให้ลูกน่ารัก

#สอนเรื่องภาวะทางอารมณ์ต่าง ๆ ให้ลูกเข้าใจ

พ่อแม่บางคนอาจมุ่งเน้นสนับสนุนทางวิชาการให้กับลูก แต่ลืมใส่ใจความฉลาดทางอารมณ์ของลูก พ่อแม่ควรสอนให้ลูกได้รู้จักว่าสิ่งที่ลูกกำลังเป็นอยู่เรียกว่าอารมณ์อะไร และควรจะแก้ไขอย่างไร เช่น เมื่อลูกร้องงอแงที่ไม่ได้ของเล่นหรือได้ทำในสิ่งที่ตัวเองต้องการ ให้พ่อแม่รับฟังและบอกให้รู้ว่าลูกกำลังเสียใจที่ไม่ได้ของเล่น หรือสอนให้ลูกรู้จักระงับอารมณ์โกรธด้วยการหายใจเข้าออกลึก ๆ การสอนเช่นนี้จะช่วยให้ลูกเรียนรู้ที่จะจัดการกับอารมณ์ของตนเมื่อโตขึ้น และไม่นำอารมณ์ของตนเองมาเป็นข้ออ้างในการทำร้ายคนอื่นได้

อยากให้ลูกน่ารัก

#สร้างแรงบันดาลใจจากหนังสือ

การหนังสือให้ลูกฟังนั้นถือเป็นจุดเริ่มต้นความฉลาดและพัฒนาการด้านภาษาได้ดี รวมถึงเรื่องเล่าจากหนังสือ ไม่ว่าจะเป็นนิทาน หนังสือภาพ หรือเกร็ดประวัติศาสตร์อย่างง่าย ๆ แม้กระทั่งเรื่องเล่าจากเหตุการณ์สำคัญ ๆ ที่เป็นประโยชน์ จะช่วยทำให้ลูกรู้จักและเข้าใจสถานการณ์ในสังคมได้ดีขึ้น ซึ่งพ่อแม่สามารถต่อยอดจากสิ่งที่เล่าเป็นคำถาม แล้วลองฟังคำตอบ เพื่อชื่นชมหรือชี้แนะแนวทางที่ถูกเหมาะสม

#สอนให้ลูกรู้จักแก้ปัญหา

เปิดโอกาสให้ลูกได้แสดงความคิดเห็น ก่อนที่พ่อแม่จะแนะว่าสิ่งที่ลูกได้คิด ได้ทำไปแล้ว หรือกำลังจะทำนั้นถูกหรือผิด ชวนคิดแก้ไข พร้อมเหตุผล ซึ่งก็จะทำให้เด็กเรียนรู้กับการแก้ไข้ความผิดพลาด เริ่มที่จะรู้จักก่อนที่จะลงมือทำ

อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดทั้งมวลนี้จะสร้างให้ลูกเป็นเด็กที่จิตใจดีได้ พ่อแม่ต้องมีบทบาทในการเป็นแบบอย่างที่ดีด้วย ซึ่งการกระทำจากคนใกล้ชิดจะทำให้เด็กเรียนรู้ จดจำได้ดีมากกว่าการใช้เพียงคำพูดสอนอย่างเดียวนะคะ.


หากมีคำถามเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพจิตเด็กเล็ก สามารถปรึกษาโทร. ๑๔๑ หรือ www.childrะenhospital.go.th

ขอบคุณข้อมูล : มูลนิธิโรงพยาบาลเด็ก และสำนักงานสารนิเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงสาะลารณสุข

บทความอื่นที่น่าสนใจ :

ปล่อยให้ลูกซนบ้าง แม่อย่าเพิ่งห้าม ถ้าอยากให้ลูก มีพัฒนาการที่ดีขึ้น

ทำอย่างไรไม่ให้ลูกหัวแบน อยากให้ลูกโตมาหัวทุย สวย ต้องทำไง