อยากรู้ว่าลูกฉลาดแค่ไหน แม่จะรู้ได้อย่างไรว่าลูกหัวไว ส่อแววอัจฉริยะ เทคนิคการเลี้ยงลูกให้ฉลาด

lead image

เด็กทุกคนมีความรู้ ความสามารถเฉพาะตัว ถ้าแม่ ๆ รู้เร็วว่าลูกเก่งได้ไหน ฉลาดเรื่องอะไร แล้วฝึกฝนให้ลูกมีความชำนาญด้านนั้น จะช่วยให้ลูกพัฒนาความฉลาดไปได้อีกไกล และเหล่านี้คือ 11 สัญญาณความฉลาดที่ลูกน้อยฉายแววออกมา ลองเช็คกันดูสิว่า ลูกของคุณมีความสามารถด้านไหนเด่นเป็นพิเศษ อยากรู้ว่าลูกฉลาดแค่ไหนเช็คได้จากสัญญาณเหล่านี้

อยากรู้ว่าลูกฉลาดแค่ไหน

อยากรู้ว่าลูกฉลาดแค่ไหน เช็คได้จากสัญญาณเหล่านี้ เทคนิคการเลี้ยงลูกให้ฉลาด พัฒนาการเร็ว วิธีสังเกตอัจฉริยะ

 

สัญญาณเด็กฉลาดอยากรู้ว่าลูกฉลาดแค่ไหน

1.ลูกมีความจำดี

New Kid’s Center ระบุว่า ถ้าลูกของคุณสามารถจดจำเหตุการณ์ที่ผ่านมาได้ เช่น เรื่องง่าย ๆ อย่าง ของเล่นถูกซ่อนไว้ที่ไหน หรือสามารถจดจำใบหน้าคนอื่น และจำสถานที่ต่าง ๆ ได้ ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีทีเดียว ลองทดสอบลูกด้วยเกมเกี่ยวกับความจำ หรือลองทำกิจกรรมฝึกความจำ เพื่อทำให้ลูกพัฒนาด้านการจำได้มากขึ้น

2.ลูกเพ่งมองสิ่งของอย่างครุ่นคิด

ถ้าลูกของคุณชอบจ้องมองสิ่งของ พลางครุ่นคิดบางอย่างไปด้วย นั่นเป็นสัญญาณที่ดีว่าลูกสามารถใช้ความคิดได้อย่างลึกซึ้ง เวลาที่ลูกจ้องมองบางอย่าง หรือเพ่งมองสถานที่ ลูกอาจกำลังเรียนรู้บางอย่างอยู่ก็ได้ เพราะจริง ๆ แล้วเด็กนั้นซึมซับทุกอย่างที่อยู่ใกล้ตัว ทั้งสภาพแวดล้อมและสิ่งรอบตัวได้ดีมากจนบางครั้งผู้ใหญ่ก็ต้องตกใจ

3.ลูกมีความสามารถในการเชื่อมโยง

การที่คนเราสามารถสรุปและเชื่อมโยงเรื่องราวได้จากการกระทำ เช่น การที่เห็นคนทำแซนวิชก็จะรู้ได้ทันทีว่าคน ๆ นี้หิว แล้วกำลังจะกินอาหาร นั้นถือเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับผู้ใหญ่ แต่ไม่ใช่ว่าเด็กทั่วไปจะสามารถเชื่อมโยงข้อมูลเข้ากับสิ่งที่เกิดขึ้นได้ในทันที นี่ก็ถือเป็นความฉลาดอย่างหนึ่ง ถ้าเด็กคนไหนทำได้ แปลว่าลูกเก่งในเรื่องนี้ พ่อแม่ต้องพยายามฝึกฝนลูกต่อไป

4.ลูกชอบอยู่กับคนที่มีอายุมากกว่า

ถ้าลูกชอบไปทำกิจกรรมกับคนที่อายุมากกว่า นั่นก็เป็นสัญญาณที่ดีเช่นกัน เพราะการอยู่แวดล้อมด้วยเด็กที่โตกว่า จะทำให้ลูกเรียนรู้เรื่องที่ไกลตัวมากขึ้น และคนที่โตกว่าก็จะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยพัฒนาองค์ความรู้ของลูกได้อย่างดี

5.ลูกมีความสามารถด้านภาษา

หากลูกพูดเก่ง พูดได้ไวกว่าเด็กในวัยเดียวกัน ก็แสดงว่าลูกเรามีความฉลาดไม่แพ้ใคร อย่าเพิ่งเบื่อถ้าลูกถามบ่อยๆ หรือชวนแม่คุยเรื่อย ๆ เพราะนี่เป็นการฝึกพัฒนาการด้านภาษาของลูกรัก

6.ลูกนอนไม่ค่อยหลับ

อาจจะดูแปลกๆ ไปเสียหน่อยว่า ลูกนอนไม่หลับจะฉลาดได้อย่างไร Dr. Ruf เปิดเผยว่า เด็กที่มีพรสวรรค์มักจะนอนหลับได้ไม่ดี เพราะลูกจะคิดตลอดเวลา ทำให้สมองถูกกระตุ้นอยู่ตลอด จึงนอนหลับได้ยากกว่าเด็กปกติ

7.ลูกมีบุคลิกที่ชัดเจน ดูแข็งแกร่งหรือห้าว

การที่ลูกได้พัฒนาทักษะการเข้าสังคมและการมีอารมณ์ขัน จะสั่งสมให้ลูกมีความสามารถ ยิ่งถ้าเด็กคนไหนมีบุคลิกภาพที่ชัดเจน ดูมีความเข้มแข็ง กล้าแกร่ง ก็จะเติบโตไปเป็นเด็กที่พิเศษกว่าคนอื่น

8.ลูกแสดงอารมณ์ออกมาเก่งกว่าเด็กทั่วไป

ถ้าลูกร้องไห้ หัวเราะ หรือแสดงอารมณ์โกรธ ออกมาบ่อย ๆ นั่นไม่ใช่เรื่องไม่ดีเสมอไป เพราะเด็กที่ฉลาดและมีพรสวรรค์มักจะแสดงอารมณ์ออกมาได้เก่งกว่าเด็ก ๆ ทั่วไป มีความรู้สึกอ่อนไหวง่ายกว่า

9.ลูกมีพลังงานเยอะ

เด็กที่มีแรงทำโน่นทำนี่ตลอดเวลา พลังงานเหลือเฟือ ชอบวิ่งไปวิ่งมา ก็เป็นอีกพฤติกรรมที่แสดงออกมาว่าลูกเราพิเศษกว่าเด็กคนอื่น ๆ นี่อาจจะเป็นที่มาของคำว่า เด็กซนคือเด็กฉลาด ก็ได้นะคะ

10.ลูกมีงานอดิเรกที่ชอบตั้งแต่เล็กๆ

ถ้าลูกแสดงออกว่าสนใจกิจกรรมไหนเป็นพิเศษ ตั้งแต่เล็ก ๆ จะบ่งบอกได้ถึงพรสวรรค์ที่ลูกมีติดตัวมา ไม่ว่าจะเป็นความสนใจด้านศิลปะ หรือชอบกีฬา และงานอดิเรกอื่นๆ ก็ล้วนแล้วแต่ชี้ชัดถึงพรสวรรค์ที่ลูกมี

11.ลูกชอบอ่านหนังสือมาก

ลูกคุณเป็นหนอนหนังสือ ชอบเรียนรู้เรื่องราวต่างๆ ผ่านตัวอักษรอยู่หรือเปล่า ถ้าใช่ ก็หมายความว่า ลูกคุณมีพรสวรรค์นะคะ เพราะเด็กที่ชอบเรียนรู้ และแสดงออกถึงความชอบด้านการอ่าน จะเติบโตไปเป็นคนที่มีความรู้ และพัฒนาตัวเองได้ไกล

 

src=https://th admin.theasianparent.com/wp content/uploads/sites/25/2016/09/อยากรู้ว่าลูกฉลาดแค่ไหนl.jpg อยากรู้ว่าลูกฉลาดแค่ไหน แม่จะรู้ได้อย่างไรว่าลูกหัวไว ส่อแววอัจฉริยะ เทคนิคการเลี้ยงลูกให้ฉลาด

อยากรู้ว่าลูกฉลาดแค่ไหน เช็คได้จากสัญญาณเหล่านี้ ช่วยให้ลูกพัฒนาความฉลาดไปได้อีก

ลองสังเกตลูก ๆ ดูนะคะ ถ้าลูกมีความสามารถด้านใดด้านหนึ่งโดดเด่นขึ้นมา อย่าลืมช่วยลูกฝึกฝนและพัฒนาความสามารถด้านนั้น ๆ แล้วแม่จะพบว่า ลูกเราเก่งและมีความสามารถ ได้ไม่แพ้เด็กคนอื่น ๆ

 

เทคนิคการเลี้ยงลูกให้ฉลาด วิธีเสริมความฉลาดลูกรัก

  1. ค้นหาแรงจูงใจของลูก ช่วยให้ลูก ๆ ค้นพบแรงบันดาลใจของเขาด้วยการให้ลองทำกิจกรรมต่าง ๆ ที่หลากหลาย ต้นกำเนิดของแรงจูงใจนั้นเกี่ยวพันกับอารมณ์ ความสนใจในกิจกรรมจะช่วยกระตุ้นให้ลูกพัฒนาทักษะด้านสังคม อารมณ์ และแม้กระทั่งสติปัญญาได้
  2. ส่งเสริมให้ฉลาดไปพร้อมกับอารมณ์ดี เด็กทุกคนมีการแสดงออกทางอารมณ์ที่แตกต่างกัน แต่พ่อแม่นั้นย่อมรู้จักลูกของตัวเองดีพอที่จะเข้าใจว่าลูกนั้นมีการแสดงออกทางอารมณ์อย่างไร ดังนั้นการส่งเสริมเพื่อพัฒนาสติปัญญาของลูกควรจะควบคู่ไปกับพัฒนาทางด้านอารมณ์ที่ไม่สามารถที่จะมองข้ามได้ด้วย
  3. สอนลูกให้รู้จักกับความล้มเหลว และแสดงอารมณ์ที่เหมาะสม คนเก่ง คนฉลาด ก่อนที่จะประสบความสำเร็จบางคนอาจจะเคยล้มเหลวมาก่อน ความล้มเหลวเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ เพราะสอนให้เห็นถึงความผิดพลาดและวิธีที่สามารถนำไปปรับปรุงแก้ไข เด็กที่มีความเก่งในการทำความเข้าใจกับอารมณ์จะสามารถตระหนักถึงสิ่งนี้ได้ แต่เด็ก ๆ ที่มีสติปัญญาที่มากบางคนอาจจะเห็นความล้มเหลวเป็นสิ่งที่น่ากลัว ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ควรสอนลูกได้เรียนรู้ถึงความสำคัญของความล้มเหลว สอนวิธีจัดการความล้มเหลวอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ พ่อแม่ควรทำงานร่วมกับลูก ๆ เพื่อสอนให้พวกเขาแสดงอารมณ์เหล่านี้ได้อย่างถูกต้องเหมาะสมไม่ว่าพวกเขาจะอยู่อารมณ์แบบไหนก็ตาม เช่น ถ้าลูกรู้สึกโมโห พยายามสอนลูกให้ระบายความโกรธออกมาอย่างเหมาะสม หาวิธีให้ลูกเปิดใจระบายให้พ่อแม่ฟัง ไม่ควรให้เด็กระงับอารมณ์เก็บไว้ เพราะจะนำไปสู่ความไม่มั่นคงทางอารมณ์ในชีวิตต่อจากนี้ได้
  4. สร้างลักษณะเฉพาะตัวของตัวเอง เด็กจะไม่สามารถมีความฉลาดทางอารมณ์ได้อย่างเต็มที่หากว่าไม่ได้ถูกปลูกฝังนิสัยให้รู้จักเห็นอกเห็นใจ เอาใจเขามาใส่ใจเรา หรือแม้กระทั่งใส่ใจความรู้สึกของตนเอง นั่นเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมพ่อแม่ถึงต้องเลี้ยงลูกให้ฉลาดทางด้านสติปัญญาควบคู่ไปกับความฉลาดทางอารมณ์ด้วย

 

ถ้าแม่อยากรู้ว่าลูกฉลาดแค่ไหน ลองเช็คได้จากสัญญาณเหล่านี้ แล้วพ่อแม่ก็ต้องรู้เทคนิคการเลี้ยงลูกให้ฉลาดควบคู่ไปด้วย ลูกจะได้ฉลาดทั้งสติปัญญา และมีความฉลาดทางอารมณ์

 

ที่มา : sg.theasianparent.com

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

8 วิธีง่าย ๆ ที่จะทำให้ลูกฉลาดและเก่งเห็น ๆ

5 สเต็ปพัฒนาความฉลาดทางอารมณ์เจ้าตัวน้อย