หัวของทารกแรกเกิด ลูกหัวแบน ลูกหัวเบี้ยว กระหม่อมของของทารกปิดตอนไหน

lead image

รวมเรื่องกระหม่อมของหนู ศีรษะทารกแรกเกิด กระหม่อมทารกปิดตอนไหน ทำยังไงไม่ให้ลูกหัวแบน

หัวของทารกแรกเกิด

หัวของทารกแรกเกิด รวมเรื่องกระหม่อมของหนูที่แม่สงสัย กระหม่อมทารกปิดตอนไหน ลูกหัวแบน ลูกหัวเบี้ยว แก้ได้ไหม ทำยังไงให้ลูกหัวทุย และผื่นที่บริเวณหนังศีรษะลูกแรกเกิด

 

กระหม่อมทารกปิดตอนไหน

สำหรับลูกแรกเกิด สิ่งแรกที่แม่มักสงสัยเกี่ยวกับหัวของทารกแรกเกิดคือ กระหม่อมทารกปิดตอนไหน กระหม่อมลูกปิดช้าหรือเปล่า รศ. พญ. รวีรัตน์ สิชฌรังษี กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคภูมิแพ้และภูมิคุ้มกัน อธิบายว่า กระหม่อมเด็ก (fontanels) เป็นส่วนของกระดูกกะโหลกศีรษะที่ควรจะมาประกบกัน ยังไม่เชื่อมปิดกันสนิท จึงคลำได้เป็นช่องว่าง ที่คลำได้นิ่ม ๆ บนศีรษะของเด็กตั้งแต่แรกเกิด ประกอบด้วยกระหม่อมหน้า และหลัง กระหม่อมหน้าคลำได้เป็นรูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน ขนาดกว้างประมาณ 3-4 ซม. ส่วนกระหม่อมหลังจะคลำได้เป็นรูปสามเหลี่ยม ขนาดกว้างประมาณ 1-2 ซม.

โดยทั่วไปกระหม่อมหลังจะปิดก่อน ที่อายุไม่เกิน 6 สัปดาห์ ถึง 2 เดือน ส่วนกระหม่อมหน้าจะปิดที่อายุ 12 ถึง 18 เดือน

 

กระหม่อมปิดช้าหรือเร็วเกิดจากสาเหตุใด?

มีภาวะหรือโรคบางอย่างที่ทำให้เด็กมีการปิดของกระหม่อมช้าหรือเร็วกว่าปกติได้ ยกตัวอย่างดังนี้

  • กระหม่อมปิดช้ากว่าปกติ พบได้ในเด็กที่เป็นโรค ต่อมไทรอยด์ทำงานผิดปกติแต่กำเนิด โรคหัวบาตร มีน้ำในสมอง โรคกระดูกอ่อน ซึ่งเด็กก็มักจะมีอาการผิดปกติต่าง ๆ ร่วมด้วยตามโรคที่เป็นสาเหตุ
  • ส่วนกระหม่อมปิดเร็วกว่าปกติ พบได้ในเด็กที่มีภาวะกระดูกกะโหลกศีรษะเชื่อมต่อกันเร็ว (craniosynostosis) ซึ่งทำให้เด็กมีการเจริญเติบโตของสมองได้ไม่เต็มที่ จึงมีศีรษะเล็กและพัฒนาการช้า

โดยทั่วไปหากเด็กมีกระหม่อมปิดช้ากว่าปกติเพียงไม่กี่เดือน และมีพัฒนาการปกติดี คุณหมอไม่คิดถึงโรคหรือภาวะผิดปกติใด ๆ ก็อาจจะนัดมาตรวจติดตามอาการเป็นระยะ แต่หากคิดถึงความผิดปกติจากสาเหตุดังที่กล่าวมาแล้ว คุณหมอก็จะหาสาเหตุและรีบทำการรักษาค่ะ

 

ทารกกระหม่อมบุ๋มหรือนูน อันตรายไหม

  1. หากกระหม่อมของลูกบุ๋มลงกว่าปกติ ร่วมกับมีอาการซึมลง ตาลึกโหล หลังจากที่มีอาการท้องเสีย อาเจียน เสียน้ำในร่างกายไปมาก แสดงว่าลูกมีการขาดน้ำ จำเป็นต้องได้รับการรักษาด้วยสารน้ำโดยคุณหมอโดยเร็ว
  2. หากกระหม่อมของลูกนูนขึ้นกว่าปกติ คลำแล้วไม่ได้ลักษณะเต้นตุ๊บ ๆ ตามชีพจร ร่วมกับมีอาการไข้ ซึมลง อาจเกิดจากการติดเชื้อในระบบประสาทหรือเลือดออกในสมองซึ่งต้องรีบไปรักษาโดยด่วน

ทั้งนี้ รูปทรงหัวของทารกแรกเกิดช่วงวันแรก ๆ จะบิดเบี้ยว แม่ไม่ต้องตกใจ เพราะศีรษะของทารกจะค่อย ๆ เข้ารูปในไม่ช้า และต้องระมัดระวังบริเวณศีรษะให้มาก ๆ เพราะศีรษะทารกแรกเกิดนั้นอ่อนนุ่ม เปลี่ยนรูปทรงได้ง่าย ดังนั้น พ่อแม่ต้องดูแลลูกให้ดี เพราะถ้าเกิดอุบัติเหตุที่รุนแรงจะส่งผลต่อสมองของลูกได้

 

src=https://th admin.theasianparent.com/wp content/uploads/sites/25/2018/08/newborn head soft spot.jpg หัวของทารกแรกเกิด ลูกหัวแบน ลูกหัวเบี้ยว กระหม่อมของของทารกปิดตอนไหน

หัวของทารกแรกเกิด ลูกหัวแบน ลูกหัวเบี้ยว กระหม่อมของของทารกปิดตอนไหน 

ลูกหัวแบน ลูกหัวเบี้ยว ผิดปกติไหม

ภาวะศีรษะแบนในทารกหรือหัวแบนเป็นภาวะที่ผิดปกติของกะโหลกศีรษะ โดยมีการผิดรูปร่างคือกะโหลกที่บริเวณท้ายทอยแบนราบ หากแบนทั้ง 2 ข้าง ซ้ายและขวาอย่างเท่ากันก็จะเห็นเป็นลักษณะหัวแบน แต่หากแบนเพียงข้างใดข้างหนึ่งก็จะมีลักษณะหัวเบี้ยว ผิดรูปผิดร่าง

 

ทารกหัวแบนเกิดจากอะไร?

ทารกหัวแบนอาจพบได้ตั้งแต่แรกเกิดหรือเรื่องมีความผิดปกติหลังจากเกิดมาแล้ว โดยหัวแบนแต่แรกเกิดจะเป็นความผิดปกติตั้งแต่ในครรภ์มารดาเนื่องจากส่วนท้ายทอยของกะโหลกศีรษะเด็กโดนมดลูกกดเป็นเวลานาน จึงพบได้บ่อยในคุณแม่ที่มีขนาดมดลูกเล็ก ถึงมีลูกแฝด ซึ่งมีโอกาสเกิดการกดรัดได้มาก มักพบในทารกที่คลอดก่อนกำหนดมากกว่าครบกำหนด หัวแบนจากสาเหตุนี้จะสามารถกลับมาเป็นปกติได้เมื่อทารกอายุประมาณ 6 สัปดาห์ ส่วนหัวแบนที่เกิดขึ้นภายหลังเกิดจากการที่ทารกนอนอยู่ในท่าใดท่าหนึ่งเป็นเวลานานเช่นนอนหงายนาน ก็จะมีหัวแบนราบ แต่หากนอนหันหน้าไปด้านใดด้านหนึ่งนานก็อาจจะมีหัวเบี้ยวไปด้านใดด้านหนึ่งได้

นอกจากนี้ ยังมีภาวะที่ทำให้ทารกมีหัวแบนหรือผิดรูปมันเกิดจากความผิดปกติทางร่างกาย 2 สาเหตุที่พบบ่อยได้แก่

  • ภาวะคอเอียง เกิดจากสาเหตุต่าง ๆ เช่น เลือดออกในกล้ามเนื้อคอแล้วเกิดเป็นพังผืดดึงรั้งให้คอเอียงไปด้านใดด้านหนึ่ง เด็กกินนอนหันหน้าไปด้านใดด้านหนึ่งตลอดเวลาจนหัวแบนหรือรูป
  • ภาวะรอยแยกของกะโหลกศีรษะเชื่อมปิดเร็วกว่าปกติ ซึ่งทำให้กะโหลกศีรษะเล็ก ผิดรูปผิดร่าง เพราะไม่สามารถขยายออกได้ ซึ่งอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนที่มีผลต่อสมองและพัฒนาการได้

หากมีภาวะทั้ง 2 นี้ คุณหมอจะแนะนำให้รีบทำการรักษาและแก้ไขสาเหตุโดยเร็วที่สุดค่ะ

หากลูกหัวแบนควรทำอย่างไร?

หากคุณพ่อคุณแม่สังเกตว่าลูกหัวแบนกว่าปกติ แต่ไม่ได้มีความผิดปกติจากภาวะคอเอียง หรือรอยแยกของกะโหลกศีรษะเชื่อมปิดเร็วกว่าปกติ ดังกล่าวมาข้างต้น คุณพ่อคุณแม่จะสามารถแก้ไขได้โดย

  • การจัดท่านอนของลูกเป็นท่านอนตะแคงสลับทั้งซ้ายขวา
  • เมื่อให้ทานนมก็อุ้มสลับข้างซ้ายขวา หัวแบนจะดีขึ้นได้ภายใน 2-3 เดือน

แต่หากอาการไม่ดีขึ้นควรไปปรึกษาคุณหมอ ก่อนลูกอายุ 1 ขวบ เนื่องจากเป็นช่วงที่กะโหลกศีรษะยังสามารถปรับเปลี่ยนให้เข้ารูปได้ง่าย จะได้รับการรักษาอย่างถูกต้องและทันท่วงทีค่ะ

 

ป้องกันอย่างไรไม่ให้ลูกหัวแบน?

การป้องกันหัวแบน ควรเริ่มภายในช่วงทารกอายุ 2-3 สัปดาห์ โดยคุณพ่อคุณแม่สามารถทำได้ ดังนี้

  1. จัดท่านอนตะแคงให้ศึรษะลูกสลับซ้ายขวา
  2. ให้ลูกนอนคว่ำขณะที่ลูกตื่นบ้าง
  3. ไม่นั่ง car seat หรือ รถเข็นในท่านกึ่งนั่งกึ่งนอนนาน ๆ
  4. อุ้มลูกหรือให้นมลูกในท่าที่หัวลูกพิงสลับข้างกันทั้งซ้ายและขวา

 

ผื่นที่บริเวณหนังศีรษะลูกแรกเกิด

อีกหนึ่งปัญหากวนใจแม่ ๆ เกี่ยวกับหัวของทารกแรกเกิด คือผื่นที่บริเวณหนังศีรษะลูกแรกเกิด พญ.นวลรัตน์ หาญศิริพันธุ์ กุมารแพทย์ด้านโรคผิวหนังในเด็ก ศูนย์สุขภาพเด็ก รพ.พญาไท 3 อธิบายว่า ผื่นแดงที่หน้าในทารกแรกเกิด มีโรคที่เป็นสาเหตุที่พบบ่อยคือ ต่อมไขมันอักเสบ ( seborrheic dermatitis) พบได้ทั้งบนหน้าทารกแรกเกิด บริเวณใบหู ซอกคอ รักแร้ และขาหนีบ บางครั้งพบว่าอาจเกี่ยวข้องกับเชื้อรา Malassezia spp. โดยเชื่อว่าเป็นปฏิกิริยาต่อการเพิ่มจำนวนของเชื้อรามากกว่าเกิดจากการติดเชื้อ ดังนั้นจึงมักพบผื่นในบริเวณที่มีต่อมไขมันมาก ได้แก่ หนังศีรษะ ใบหน้า และลำตัว

ภาวะต่อมไขมันอักเสบมักพบในทารกแรกเกิดโดยเฉพาะในช่วงอายุ 6 สัปดาห์แรกหลังคลอด และอาจพบเริ่มมีอาการหรือเริ่มมีผื่นเมื่ออายุได้ประมาณ 2- 3 สัปดาห์ขึ้นไป และผื่นจะสามารถหายไปได้เองในช่วง 2-3 สัปดาห์ โดยผื่นจะมีลักษณะแตกต่างกันไปตามตำแหน่งที่เกิดผื่น เช่น ผื่นที่บริเวณหนังศีรษะ คิ้วจะมีลักษณะเป็นขุย หรือสะเก็ดรังแคสีเหลือง โดยสะเก็ดค่อนข้างหนาและสามารถลอกออกเป็นแผ่น ๆ ได้ บางครั้งสามารถพบรอยแดงรอบๆ สะเก็ดและเมื่อสะเก็ดหลุดออกจะมีผมร่วงได้ โดยส่วนมากทารกมักไม่มีอาการคัน เกา หรืองอแงจากผื่น

 

การดูแลรักษาผื่นแดงบนหน้าทารกแรกเกิดในเบื้องต้น

สำหรับบริเวณศีรษะใช้น้ำมันหรือน้ำมันมะกอกทาทิ้งไว้ 1-2 ชั่วโมง แล้วสระออกด้วยแชมพูเด็ก กรณีที่มีสะเก็ดหนาอาจใช้น้ำมันมะกอกหรือ white petroleum jelly ทาทิ้งไว้ข้ามคืนแล้วค่อยสระออกด้วยแชมพูร่วมกับการถูเบา ๆ หรือใช้แปรงที่มีขนอ่อน ๆ เกาจะช่วยให้สะเก็ดหลุดได้ง่ายขึ้น ถ้าเป็นมากควรใช้ครีมที่มีส่วนผสมของสเตียรอยด์อ่อน ๆ หรือไปพบกุมารแพทย์ด้านโรคผิวหนังในเด็ก

 

หัวของทารกแรกเกิดในช่วงแรก ๆ นอกจากจะบิดเบี้ยวไม่เป็นรูปทรงแล้ว ยังบอบบางมาก นอกจากนี้ หัวของทารกยังมีขนาดที่ใหญ่กว่าช่วงตัวมาก ๆ อดใจรอเพียงไม่นาน แม่ก็จะเห็นว่า ขนาดหัวและตัวของลูกแทบไม่ต่างกัน ขณะที่เส้นผมของเด็กบางคนก็งอกเร็ว งอกช้าต่างกัน เนื่องจากพันธุกรรม แต่โดยทั่วไปเส้นผมของทารกจะยาวขึ้นเรื่อย ๆ หลังจาก 2-3 เดือน จะพอรู้แล้วว่า ลูกผมบาง ผมน้อย หรือเป็นเด็กที่ผมหนากันแน่

 

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

อารมณ์ของทารกแรกเกิดถึง 1 ปี พ่อแม่รู้ไหมลูกมีพัฒนาการด้านอารมณ์อย่างไร

ขาโก่ง ตั้งแต่เล็ก ใส่ผ้าอ้อมบ่อยไปใช่ไหม ทารกขาโก่ง โตขึ้นจะหายไหม ต้องดัดขาหรือเปล่า

อันตรายจากแตงโม พ่อแม่ควรอ่านก่อนหยิบแตงโมให้ทารกได้กิน!

สัปดาห์แรกของลูกแรกเกิด แม่ต้องดูแลทารกแรกเกิดอย่างไร วิธีดูแลลูก หลังคลอด