หัดกุหลาบ ส่าไข้ อันตรายใกล้ตัวทารก แม่ต้องดูลูกให้ดีอย่าประมาท

แชร์บทความนี้ให้เพื่อน

เตือนแม่ ๆ ต้องระวังลูกเป็นโรคหัดกุหลาบหรือส่าไข้ ไข้ผื่นกุหลาบในเด็กทารก

โรคหัดดอกกุหลาบหรือส่าไข้

ศาสตราจารย์ แพทย์หญิง อรุณี เจตศรีสุภาพ วว.กุมารเวชศาสตร์, อว.โลหิตวิทยา ได้อธิบายถึงโรคหัดกุหลาบว่า หัดกุหลาบ หรือ Roseola infantum หรือ Exanthem subitum หรือ Sixth disease พบส่วนใหญ่ในเด็กอายุ 6-12 เดือน โดย 95% ของผู้ป่วยมักเป็นเด็กอายุน้อยกว่า 2 ปี ส่วนใหญ่เกิดจากไวรัส HHV-6 ส่วนอาการที่พบในเด็กที่อายุมากกว่านี้คือ ในอายุ 2-3 ปี มักเกิดจากติดเชื้อไวรัส HHV-7 ติดต่อได้โดยการสัมผัสไวรัสที่มีอยู่ในน้ำมูก น้ำลาย ติดต่อทางการ ไอ จาม และจากการสัมผัสเด็กป่วย

อาการของส่าไข้ที่แม่ต้องรู้

  • ไข้สูงเฉียบพลัน (สูงเฉลี่ย 39.7 องศาเซลเซียส/Celsius หรือ 103-104 องศาฟาเรนไฮต์/Fahrenheit)
  • จากนั้น 3 วัน ไข้จะลดลงอย่างรวดเร็ว หรืออาจจะค่อย ๆ ลง
  • มีผื่นบาง ๆ สีชมพู หรือสีดอกกุหลาบขึ้นมาช่วงไข้ลงภายใน 48 ชั่วโมง ผื่นมีขนาดประมาณ 2-3 มิลลิเมตร เกิดทั่ว ลำตัว ไม่ค่อยมีอาการคัน เมื่อเอามือกด ผื่นจะจางซีดลง ผื่นอาจอยู่นาน 1-3 วัน หรืออาจขึ้นผื่นมาเพียงไม่กี่ชั่วโมงแล้วหายไป
  • บางครั้ง เด็กมี คอแดง ตาแดง หรือมีการอักเสบที่แก้วหูร่วมด้วย และมีต่อมน้ำเหลืองด้านหลังศีรษะ (Sub occipital node) โต คลำได้
  • ในเด็กแถบเอเชีย อาจพบมีแผลบริเวณด้านหลังของเพดานอ่อนติดกับลิ้นและลิ้นไก่ด้วย
  • บางคนพบมีน้ำมูก มีท้องเสีย บางคนมีอาการทางสมองร่วมด้วย เช่น อาการชัก ทั้งนี้โรคมักหายได้ (การดำเนินโรค) ในระยะประมาณ 6 วัน แต่ประมาณ 15% ของเด็ก อาจมีไข้นาน 6 วัน หรือมากกว่า

เมื่อลูกเป็นโรคหัดกุหลาบ แม่ต้องทำยังไง

  1. พ่อแม่ต้องสังเกตอาการ เช็ดตัว ให้ลูกดื่มน้ำมาก ๆ (ลูกที่อายุเกิน 6 เดือน) และกินยาลดไข้ตามหมอสั่ง ต้องระวังไข้สูง เพราะเด็กอาจชักได้
  2. หากเด็กมีอาการไม่ดี เช่น ไม่ค่อยยอมกิน หรือกินน้อยลง หรือซึมลง หรือไม่ปัสสาวะนานเกิน 4-6 ชั่วโมง ไม่ควรดูอาการอยู่ที่บ้าน ควรรีบพาเด็กไปโรงพยาบาล

นอกจากนี้ ยังต้องระวังการชักจากไข้สูง หนึ่งในสามของผู้ป่วย โดยโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัส HHV-6 มีการชักร่วมด้วยสูง ส่วนอาการแทรกซ้อนอื่นที่อันตราย คือ เยื่อหุ้มสมองอักเสบ สมองอักเสบ ปอดบวม และตับอักเสบ

 

ที่มา : http://haamor.com/th/

ทารกแก้มแดง แก้มแตก หน้าหนาว ระวังลุกลามเป็นน้ำเหลืองเยิ้ม

เตือนโรคร้ายที่มากับหน้าหนาว แม่ๆ รีบดูแลลูกด่วน!

โรคตับในเด็ก จากใจของแม่ที่ลูก 9 เดือน ป่วยเป็นตับแข็งระยะสุดท้าย

 

ข้อควรระวังในวัยทารก ช่วงวัยของเด็ก ทารก