หลากปัญหาเรื่อง “นอน” ของลูกที่พ่อแม่อยากรู้

หลากปัญหาเรื่อง “นอน” ของลูกที่พ่อแม่อยากรู้

ในช่วงตั้งแต่แรกเกิดจนถึงวัยอนุบาล “การนอน” ถือเป็นสิ่งสำคัญต่อการเจริญเติบโตของลูกมาก เด็กแรกเกิดถึง 6 เดือนควรจะได้นอนหลับ โดยเฉลี่ยวันละประมาณ 16-20 ชั่วโมง และจะลดชั่วโมงการนอนลงเรื่อย ๆ ตามอายุที่เพิ่มขึ้น นอกจากการนอนของลูกแล้ว ยังมีหลากปัญหาที่เกี่ยวกับเรื่อง “นอน” ที่พ่อแม่ควรรู้

ถ้าไม่นับเรื่องการกิน สุขภาพ พัฒนาการ การเจริญเติบโตของลูก ที่พ่อแม่มักมีคำถามอยากรู้เต็มไปหมด เรื่อง “นอน” ก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่พ่อแม่ต้องการคำตอบ

หลากปัญหาเรื่อง “นอน” ของลูกที่พ่อแม่อยากรู้

ให้ลูกน้อยนอนท่าไหนดี

เป็นเรื่องปกติที่พ่อแม่มือใหม่ต้องเรียนรู้จัดท่านอนให้ลูก ซึ่งอันที่จริงจะนอนคว่ำหรือนอนหงายก็ได้ แต่ทั่วไปมักให้ลูกได้นอนคว่ำ ซึ่งการนอนคว่ำจะป้องกันการนอนผวาหรือการสะดุ้งตื่นของลูกน้อย และทำให้ลูกได้นอนหลับนานขึ้น นอกจากนี้ข้อดีของการจับลูกนอนคว่ำคือ ช่วยให้ปอดขยายตัวได้ดีในเวลาที่ลูกหายใจ เป็นท่าที่ปลอดภัยต่อการช่วยให้ลูกไม่แหวะนม และเป็นท่าที่จะช่วยให้ลูกเรอหรือผายลมได้ดี เรื่องหัวทุยสวยก็เป็นส่วนหนึ่งที่พ่อแม่นิยมจัดท่านอนให้ลูกได้นอนคว่ำกันด้วย

ให้ลูกนอนในห้องแอร์ดีไหม

เรื่องการนอนในห้องแอร์ที่ปรับอุณหภูมิตามปกติในระดับที่พอดีไม่ร้อนหรือเย็นจนเกินไป ประมาณ 25-27 องศาเซลเซียส ก็จะช่วยให้เจ้าตัวเล็กของเราได้นอนหลับสบาย ๆ แล้ว แต่ในกรณีที่ลูกเป็นโรคภูมิแพ้ (ซืงมักพบอาการเมื่อเด็กโตขึ้น) เช่น แพ้อากาศ หรือเป็นโรคประจำตัวอย่างหอบหืด การนอนในห้องแอร์ที่เย็นจะส่งผลให้หายใจไม่สะดวก มีน้ำมูกไหล จึงความระมัดระวังและดูแลในเรื่องความสะอาดเป็นพิเศษ

บทความแนะนำ : อันตรายหรือไม่? ลูกเหงื่อออกทั้งที่นอนห้องแอร์

หลากปัญหาเรื่อง “นอน” ของลูกที่พ่อแม่อยากรู้

จำเป็นไหมให้ลูกนอนในเปล

ผู้ใหญ่สมัยก่อนมักจะใช้เปลแกว่งไกวให้ลูกได้นอน เพราะการเคลื่อนไหวของเปลจะช่วยให้เด็กหลับง่าย และได้ดูแลอยู่ในความใกล้ชิด แต่รูปแบบของเปลนอนเด็กในปัจจุบันเปลี่ยนไป กลายเป็นที่นอนเพื่อป้องกันไม่ให้เด็กหมุนตัวหรือคลานตกเตียง ดังนั้นการตัดสินใจใช้เปลนอนขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของคุณพ่อคุณแม่เอง แต่การให้ลูกได้นอนหลับสนิทในบริเวณไหนในบ้านสิ่งสำคัญก็คือ การจัดสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม ให้ลูกได้นอนในที่อากาศถ่ายเท มีความสะอาด และมั่นใจว่าปลอดภัยต่อลูกน้อยก็ช่วยให้ลูกนอนหลับสบายแล้วค่ะ

บทความแนะนำ : อย่าชะล่าใจ 5 ภัยร้ายใกล้เปลนอนเจ้าตัวน้อย

ควรให้ลูกนอนแยกห้องเมื่อไหร่

จริง ๆ แล้วเราสามารถฝึกให้ลูกนอนแยกห้องกับพ่อแม่ได้ตั้งแต่แรกเกิด และมีการศึกษาพบว่า เด็กควรนอนร่วมกับพ่อแม่ไม่เกิน 2-5 ขวบ หรืออย่างช้า 7 ปี หากพ่อแม่ตั้งใจจะให้ลูกนอนแยกห้องควรทำตั้งแต่เนิ่น ๆ หรือทำก่อนที่เด็กจะอายุถึงหนึ่งขวบเพราะจะทำให้เด็กไม่รู้สึกถึงความแตกต่าง หรือช้าสุดคือก่อนลูกอายุ 3-4 ขวบ ซึ่งเมื่อถึงวัยที่ลูกโตและรู้เรื่องมากขึ้น ก็จะพบว่าการให้ลูกแยกห้องนอนเป็นเรื่องที่ทำลำบากมากขึ้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับวัฒนธรรมและปัจจัยต่าง ๆ ด้วย เช่น ถ้าลูกนอนกับพ่อแม่ไปจนโตคับเตียง ก็อาจจะทำการนอนหลับไม่สบาย และรู้สึกอึดอัดได้

ทั้งนี้ประโยชน์ของการให้ลูกนอนแยกห้องกับพ่อแม่จะมีระดับอุณหภูมิร่างกาย ชีพจร และการหายใจอย่างสม่ำเสมอ มีระดับอารมณ์ที่ดี มีความมั่นใจในตัวเอง และเป็นเด็กที่เติบโตอย่างมีความสุข อีกทั้งยังเป็นการฝึกให้ลูกมีความรับผิดชอบ มีระเบียบวินัยต่อตัวเองด้วย

บทความแนะนำ : ทำอย่างไร เมื่อลูกไม่ยอมนอนคนเดียว

เพราะการนอนนั้นจะส่งผลให้ดีต่อการเจริญเติบโตและการพัฒนาของลูก และช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันของเด็กคงอยู่ในสภาพที่ดี ซึ่งสภาพแวดล้อมก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่จะส่งผลต่อการนอนของลูกด้วย หากพ่อแม่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับการนอนของลูกน้อยเพิ่มเติม ร่วมส่งคำถามหรือแสดงความคิดเห็นกันได้นะคะ

ข้อมูลอ้างอิง : 

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย
ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

บทความโดย

Napatsakorn .R

app info
get app banner