หยุดคิด!!! ลูกกำลังเรียนหนักเกินไปหรือไม่

แชร์บทความนี้ให้เพื่อน

ในช่วงนี้เป็นเทศกาลสอบเข้าเพื่อเรียนต่อตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาลไปจนถึงมหาวิทยาลัย เรียกว่าแทบทุกสนามสอบล้วนดุเดือดเข้มข้นเพื่อคัดกรองเด็กเข้าเรียน ไม่เว้นแม่แต่เด็กอนุบาล!!! แต่กว่าจะมาถึงวันนี้ลูก ๆ ของเราต้องผ่านการเรียน และเรียนพิเศษอย่างหนักเพื่อวันนี้ที่ต้องมาแย่งชิงที่นั่งเรียนจากคนนับร้อยนับพัน เพียงเพื่อเบียดเข้าไปนั่งเรียนในโรงเรียนที่มุ่งหวัง วันนี้ขอเปิดเรื่องด้วยประเด็นคำถามกระตุกความคิดคุณพ่อคุณแม่สักนิดนะคะ ว่าเรากำลังให้ลูกเรียนหนักไปหรือเปล่า มาร่วมหาคำตอบกันค่ะ

หยุดคิด!!! ลูกกำลังเรียนหนักเกินไปหรือไม่

บทความชิ้นนี้ต้องขอขอบพระคุณ นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์ จากบทความของท่านใน face book ชื่อว่า บทแทรก:หนูสอบได้ที่เท่าไร? บทความนี้เป็นบทความที่อาจารย์หมอท่านได้เขียนเพื่อกระตุกความคิดให้คุณพ่อคุณแม่ได้มองว่าปัจจุบันนี้ลูกของเรา โดยเฉพาะในวัยอนุบาล  เรากำลังพัฒนาลูกไปในทิศทางใด? หรือกำลังยัดเยียดวิชาการเพื่อเน้นการสอบเข้าเรียนต่อมากกว่า  การเน้นพัฒนาการต่าง ๆ ให้เหมาะสมกับวัยหรือไม่? ลูกเรียนหนักไปหรือไม่  ผู้เขียนขออนุญาตหยิบยกบทความนี้เพื่อนำเสนอแก่คุณพ่อคุณแม่ ถือเป็นการแชร์ความคิดเห็นนะคะ

“เข้าใจว่านี่เป็นช่วงที่ รร อนุบาลต่างๆกำลังประกาศผลการคัดเลือกและจัดห้อง หลายแห่งด้วยการสอบหรือทดสอบ พบพ่อแม่ที่ที่ทำงานคุยกันเรื่องลูกเข้าได้ที่1ของห้องจีเนียสด้วยความปลื้มใจ เห็นพ่อแม่ที่พูดเรื่องลูกได้ที่ 50 ของห้องจีเนียสด้วยความเสียใจ ฟังพ่อแม่ที่ผิดหวังลูกได้ที่ 53 หลุดไปอยู่ห้องสุพรีม (เข้าใจตั้งชื่อ)

ที่จริงแล้ว ไม่มีอะไรให้ดีใจและไม่มีอะไรให้เสียใจเลย เด็กก่อนอนุบาล อนุบาล แม้กระทั่งประถมต้น ไม่มีความจำเป็นหรือประโยชน์อะไรที่จะจัดอันดับเลย ตัวชี้วัดนี้ไม่สะท้อนอะไรในอนาคตทั้งนั้น เด็กอายุเท่านี้เราควรสนใจพัฒนาการของกล้ามเนื้อใหญ่ กล้ามเนื้อเล็ก การช่วยเหลือตนเอง การทำงานร่วมกับหมู่คณะ และการแสดงออกทางอารมณ์ มากกว่าเรื่องอื่น เด็กๆควรได้วาดรูป ระบายสี เล่นดินเล่นทราย ว่ายน้ำ เล่นดนตรี โดยทำเป็นกลุ่ม อะไรก็ตามที่เป็นอิสระ เสรี และพัฒนาสมอง จิตใจ อารมณ์ สังคมทุกด้านพร้อมกันโดยไม่คัดแยก

ความดีใจของพ่อแม่ส่งสัญญาณผิดๆให้ลูก ความเสียใจของพ่อแม่ยิ่งส่งสัญญาณผิดๆให้ลูกไปกันใหญ่ ตัวเลขเหล่านี้เป็นเรื่องขี้ผงเมื่อเทียบกับชีวิตที่เหลือทั้งหมด ย้ำมาอีกครั้งนี่คือวัยเตรียมความพร้อม  เด็กก่อน8ขวบ เป็นระยะ pre-operation นั่นแปลว่าการจัดอันดับหรือ ordering มีความหมายว่าอย่างไรก็ไม่ชัดเจนเท่าไรนัก เขาไม่สนเลย เขาอยากเล่น แต่เขามองเห็นและรับรู้ได้ว่า เลข1ได้รับคำชม เลข53เห็นพ่อแม่มีสีหน้าหนักใจ เลข134เห็นพ่อแม่น้ำตาซึมเพราะเขาเป็น “ต้นเหตุ” หนูคือต้นเหตุ เหล่านี้เป็นการส่งสัญญาณผิดๆระดับชาติ”

จากข้อความที่ได้อ่าน  ไม่ได้มีเจตนาจะกล่าวหาคุณพ่อคุณแม่นะคะว่าเลี้ยงลูกผิดหรือไม่  แต่อยากจะนำเสนอแนวทางในการเลี้ยงลูก  โดยเฉพาะแนวทางการส่งเสริมการเรียนจากที่เน้นให้ความรู้ทางวิชาการ  เรามาส่งเสริมให้ลูกเรียนอย่างมีความสุขกันดีกว่าค่ะ เพราะ

อ่าน  การศึกษาที่ดี คือ  การเรียนรู้อย่างมีความสุข  คลิกหน้าถัดไป

การเลี้ยงดูเด็กวัยเรียน กิจกรรมของครอบครัว คำแนะนำในการเลี้ยงดูลูก ชีวิตครอบครัว โรงเรียนพ่อแม่