หมดประจำเดือนในวัย 40 ผิดปกติหรือไม่?

หมดประจำเดือนในวัย 40 ผิดปกติหรือไม่?

คุณแม่ที่เข้าสู่วัย 40 และพบว่าประจำเดือนไม่มา ร่วมกับมีอาการอารมณ์แปรปรวน หงุดหงิด ซึมเศร้าอย่างไม่มีเหตุผล แสดงว่าเข้าสู่วัยทองแล้วอย่างนั้นหรือ และการที่ประจำเดือนหมดเร็ว เกิดจากอะไร เป็นอันตรายหรือไม่ ไขข้อข้องใจไปกับเรา

หมดประจำเดือน

หมดประจำเดือน อายุ 40 ผิดปกติหรือไม่?

วัยทอง หรือวัยหมดประจำเดือนเป็นผลมาจากรังไข่หยุดทำงาน จึงไม่มีการตกไข่ และหยุดสร้างฮอร์โมนเพศ โดยเฉลี่ยผู้หญิงไทยจะหมดประจำเดือนในช่วงอายุประมาณ 50 ปี แต่การเปลี่ยนแปลงร่างกายจะเริ่มตั้งแต่ช่วงอายุ 30 ปลายๆ เป็นการเปลี่ยนแปลงแบบช้าๆ และพอเข้าสู่วัย 40 ระดับฮอร์โมนจะผันผวนอย่างชัดเจน ซึ่งแสดงว่า สัญญาณของภาวะหมดประจำเดือนได้เริ่มต้นขึ้นแล้วนั่นเอง

จะรู้ได้อย่างไรว่า เข้าสู่วัยหมดประจำเดือน

ข้อบ่งชี้ว่าคุณแม่เข้าสู่วัยหมดประจำเดือน คือ การไม่มีประจำเดือนติดต่อกัน 12 เดือนในผู้หญิงอายุ 40 ปีขึ้นไป ร่วมกับมีการผิดปกติ ต่อไปนี้

  • อาการร้อนวูบวาบ บางครั้งมีเหงื่อออกมากกว่าปกติ โดยเฉพาะเวลากลางคืนขณะนอนหลับ
  • นอนไม่หลับ หรือหลับยาก ตื่นบ่อยๆ กลางดึก หรือตื่นเช้ากว่าปกติ
  • อ่อนเพลีย หมดเรี่ยวหมดแรง เพราะมีปัญหาเรื่องการนอนหลับ
  • อารมณ์แปรปรวน หงุดหงิดง่าย และซึมเศร้า
  • ช่องคลอดแห้ง และมีความรู้สึกทางเพศลดลง

แต่หากคุณแม่มีอาการเหล่านี้ก่อนวัย 40 ปี ถือว่าเข้าข่ายหมดประจำเดือนก่อนวัยค่ะ

สาเหตุที่ทำให้หมดประจำเดือนก่อนวัย

สุขภาพของคุณแม่เป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อความสมบูรณ์และความปกติของประจำเดือน หากสุขภาพโดยรวมดี ฮอร์โมนจากต่อมใต้สมองซึ่งจะผลิตตอนกลางคืนเมื่อเรานอนหลับสนิท ก็จะหลั่งออกมาดี รังไข่ก็ทำงานเป็นปกติเพราะได้รับการกระตุ้น การผลิตฮอร์โมนเพศหญิงเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนก็เป็นไปตามปกติ วงจรของการตกไข่ก็เกิดขึ้น

แต่ในปัจจุบันคุณแม่หลายท่าน ทำงานหนัก นอนดึก รับประทานอาหารไม่ถูกส่วน ไม่ออกกำลังกาย ส่งผลให้สุขภาพโดยรวมไม่ดี ต่อมใต้สมองผลิตฮอร์โมนมากระตุ้นรังไข่ได้ไม่ดีต่อเนื่องหลายปี หากเป็นเช่นนี้ต่อไป ไม่ช้ารังไข่จะหยุดทำงาน ซึ่งเป็นที่มาของการหมดประจำเดือนก่อนวัย

เตรียมรับมือเมื่อหมดประจำเดือน

ปัญหาสุขภาพที่มักพบในวัยหมดประจำเดือน ได้แก่ โรคกระดูกพรุน โดยผู้หญิงทุกๆ 1 ใน 4 รายเป็นโรคกระดูกพรุนหลังหมดประจำเดือน อย่างไรก็ตาม โรคกระดูกพรุนสามารถป้องกันได้ โดยวิธีที่ดีที่สุดคือต้องสร้างมวลกระดูกให้แข็งแรงตั้งแต่อายุน้อยกว่า 30 ปี ดังนี้

  1. การรับประทานอาหารที่มีแคลเซียมสูง ได้แก่ นม ไข่ ผักใบเขียว ผลไม้ ปลา เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน ถั่ว เต้าหู้
  2. ได้รับวิตามินดีให้เพียงพอ เนื่องจากวิตามินดีจะเป็นตัวช่วยเพิ่มการดูดซึมแคลเซียม ซึ่งร่างกายเราสามารถสังเคราะห์วิตามิน ดีได้จากแสงอาทิตย์
  3. หลีกเลี่ยงอาหารรสหวานและเค็มจัด เนื่องจากเสี่ยงต่อการเกิดโรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง
  4. หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ และการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
  5. หลีกเลี่ยงการลดน้ำหนักอย่างรวดเร็ว เพราะจะทำให้กระดูกพรุนได้ง่ายกว่าปกติ
  6. ออกกำลังกายสม่ำเสมออย่างน้อยวันละ 15 – 20 นาทีเป็นประจำทุกวัน ซึ่งจะช่วยให้กระดูกแข็งแรงและเพิ่มความหนาแน่นของมวลกระดูก เช่น การเดิน การวิ่ง กระโดดเชือก ยกน้ำหนัก เป็นต้น

ที่กล่าวมาแล้วนั้นคือ อาการหมดประจำเดือนในวัย 40 และอาการหมดประจำเดือนก่อนวัย แต่หากคุณแม่ในวัย 40 มีอาการประจำเดือนผิดปกติ แต่ไม่มีอาการอื่นๆ ที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงฮอร์โมนร่วมด้วย แสดงว่าไม่ใช่ภาวะหมดประจำเดือน แต่อาจมีความผิดปกติภายในอื่นๆ ที่ควรรีบไปพบแพทย์โดยเร็วค่ะ

ข้อควรระวัง เมื่อประจำเดือนผิดปกติ

ข้อควรระวังของผู้หญิงที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไปคือ หากคุณแม่ผิดปกติต่อไปนี้ ควรรีบปรึกษาแพทย์ เพราะเป็นอาการสำคัญว่า อาจเกิดจากโรคมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก หรือมะเร็งเยื่อบุมดลูกได้

  • ประจำเดือนมามากหรือมานาน
  • ประจำเดือนมากะปริดกะปรอยระหว่างรอบเดือน หรือมาไม่เป็นรอบ
  • ประจำเดือนหยุดไปหลายเดือนและอยู่ๆ ก็มาอีกพร้อมกับมีเลือดออกมาก
  • ประจำเดือนหยุดไปแล้วครบ 1 ปี และกลับมามีอีก

คุณแม่ได้ทราบแล้วว่าวัยหมดประจำเดือนนั้นเริ่มต้นตั้งแต่อายุ 40 ปีขึ้นไปซึ่งไม่ถือว่าผิดปกติ ซึ่งผู้หญิงทุกคนต้องเข้าสู่วัยหมดประจำเดือนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ สิ่งสำคัญอยู่ที่การใช้ชีวิตให้สุขภาพโดยรวมแข็งแรง และหมดประจำเดือนในวัยที่เหมาะสม การตรวจสุขภาพประจำปีเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้คุณแม่รู้เท่าทันความผิดปกติของร่างกาย หากรู้เร็วก็จะสามารถรับมือได้ทันและบรรเทาความรุนแรงที่อาจเกิดขึ้นได้ค่ะ

ที่มา www.bumrungrad.comhaamor.comlibrary.stou.ac.th

บทความที่น่าสนใจอื่นๆ

น้ำหนักขึ้น ประจำเดือนมาไม่ปกติภัยเงียบจาก PCOS

สัญญาณเตือนโรคอันตราย บอกได้จากประจำเดือน

theAsianparent Community

 

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

app info
get app banner