เศร้า! หนูน้อยวัยเตาะแตะ สำลักชิ้นส่วนของเล่นที่แถมมากับขนม จนเสียชีวิต

แชร์บทความนี้ให้เพื่อน

เหตุสลด เมื่อเด็กน้อยกลืนชิ้นส่วนของเล่นที่เป็นของแถมมากับขนม จนสำลักขั้นโคม่าและเสียชีวิต นอกจากต้องระมัดระวังดูแลลูกอย่างใกล้ชิด การปฐมพยาบาลเบื้องต้นและเบอร์ฉุกเฉินคือสิ่งที่พ่อแม่ควรเตรียมตัวให้ดี

ขนมที่มีของแถมเป็นของเล่น เป็นที่นิยมและชื่นชอบของเด็ก ๆ เป็นอย่างมาก ทั้งในปัจจุบันและในอดีต สมัยที่คุณพ่อคุณแม่ยังเป็นเด็ก ก็คงจะตื่นเต้นและชื่นชอบกับเจ้าของเล่นที่ว่านี้อยู่ไม่น้อย จริง ๆ แล้วของเล่นชิ้นนี้ ถือเป็นของเล่นที่ธรรมดามาก เป็นเพียงไข่พลาสติกที่สามารถเปิดออกได้และภายในมีของเล่นชิ้นเล็ก ๆ บรรจุอยู่ แต่น่าเศร้าเมื่อมีรายงานจากสำนักข่าวของประเทศฝรั่งเศส เปิดเผยว่ากลุ่มผู้ผลิตของเล่นชิ้นนี้ คือ กลุ่ม Ferrero Group กำลังตกอยู่ในสถานการณ์ลำบาก เนื่องจากมีเด็กหญิงอายุ 3 ขวบ ได้เสียชีวิตลง และมีสาเหตุการตายจากมีของเล่นชนิดนี้หลุดลงไปติดคอเด็กหญิงจนสำลัก ขาดอากาศหายใจ และเสียชีวิตในที่สุด

เชื่อว่าเด็กหญิงรายนี้นำของเล่นใส่ปากและเกิดร่วงหลุดลงคอไป ลักษณะของแข็งคล้ายล้อรถไปขวางทางเดินหายใจของหนูน้อย ถึงแม้ว่าคุณปู่ของหนูน้อยรายนี้จะสามารถนำชิ้นส่วนออกมาได้ แต่อาการของหนูน้อยเข้าขั้นโคม่า ซึ่งแพทย์กล่าวว่า หนูน้อยเสียชีวิต เนื่องจากการสำลักและขาดอากาศหายใจอย่างเฉียบพลัน

ถึงแม้ว่าจะมีฉลากติดอยู่บนผลิตภัณฑ์ของของเล่นชิ้นนี้ ว่าไม่เหมาะสำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 3 ปี พ่อแม่และผู้ปกครองยังคงขาดความระมัดระวัง ปล่อยให้ลูกได้เล่นของเล่นชิ้นนี้อยู่ ซึ่งความจริงแล้วของเล่นประเภทนี้ยังผิดกฎหมายในประเทศสหรัฐอเมริกา เนื่องจากมีข้อบังคับห้ามผลิตหรือจำหน่ายลูกอมพร้อมของเล่นของแถมเช่นนี้ด้วย

ในฐานะที่เป็นคุณพ่อคุณแม่หรือผู้ปกครองของเด็กเล็กแล้วนั้น เราควรเตือนตัวเองตลอดเวลาเกี่ยวกับการเลือกของเล่นให้ลูกว่ามีความปลอดภัยกับลูก ๆ ดีหรือไม่ ไม่ควรมองข้ามกับเรื่อง ๆ เล็ก ๆ น้อย ๆ และต้อยคอยดูแลและระมัดระวังให้ดีเพื่อไม่ให้ลูกนำของเข้าปากและกลืนกินลงท้องไป

 

ทั้งนี้ เรามีคำแนะนำในการปฏิบัติตัวหากเด็กมีอาการสำลัก เนื่องจากกลืนกินสิ่งแปลกปลอมลงไปจนขวางทางเดินหายใจ ดังนี้

ผู้ใหญ่และเด็กโต ให้ใช้ “วิธีรัดท้องอัดยอดอก” หรือ “รัดอัดท้อง” 

1.ผู้ช่วยเหลือยืนข้างหลังผู้ป่วย ใช้แขน 2 ข้างโอบรอบเอวผู้ป่วย

2.ผู้ช่วยเหลือกำหมัดข้างหนึ่งวางบริเวณเหนือสะดือผู้ป่วยเล็กน้อยใต้ต่อกระดูกอ่อน “ลิ้นปี่”

3.ผู้ช่วยเหลือใช้มืออีกข้างจับมือที่กำหมัดไว้ ทำการอัดเข้าท้องแรงๆ เร็วๆ ขึ้นไปข้างบน (ทำคล้ายกับจะพยายามยกผู้ป่วยขึ้น)

4.อัดหมัดเข้าท้องซ้ำๆ กัน หลายๆ ครั้ง จนกว่าสิ่งแปลกปลอมจะหลุดออกมา หรือจนกว่าผู้ป่วยจะหมดสติ

หมายเหตุ: สำหรับคนอ้วนลงพุง (ท้องโต) หรือหญิงตั้งครรภ์ ให้ใช้วิธี “อัดอก” โดยกำหมัดวางไว้กลางอกบริเวณราวนม แล้วใช้มืออีกข้างจับมือที่กำหมัดไว้ แล้วอัดอกแรงๆ เพื่อกระแทกมือที่กำหมัดไว้ให้กดกระดูกกลางอก เข้าไปในทรวงอกตรงๆ ทำซ้ำหลายๆ ครั้ง จนสิ่งแปลกปลอมหลุดหรือผู้ป่วยหมดสติ

สำหรับทารกอายุต่ำกว่า 1 ปี ให้ทำการช่วยเหลือดังนี้

1.จับทารกนอนคว่ำบนแขน ให้ศีรษะต่ำลงเล็กน้อย

2.ใช้ฝ่ามือตบลงตรงกลางหลังของทารก ระหว่างกลางของสะบัก 2 ข้าง เร็วๆ 5 ครั้ง

3.ถ้าไม่ได้ผล จับทารกนอนหงายบนแขนให้ศีรษะต่ำ แล้วใช้นิ้วชี้กับ นิ้วกลางวางบนกระดูกหน้าอกเหนือกระดูกลิ้นปี่ แล้วกดอกลง (สักครึ่งถึง 1 นิ้ว) เร็ว ๆ 5 ครั้ง

4.ถ้าไม่ได้ผล ให้ทำการ “ตบหลัง” 5 ครั้ง สลับกับ “กดหน้าอก” 5 ครั้ง จนกว่าสิ่งแปลกปลอมจะหลุดหรือทารกหมดสติ

ขอบคุณข้อมูลจาก หมอชาวบ้าน

ระหว่างที่ทำการปฐมพยาบาล อย่าลืมเรียกโทร.ตามหน่วยกู้ภัย หน่วยฉุกเฉินโรงพยาบาล หรือหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องให้เข้าช่วยเหลือด้วยนะคะ

 

ดู เบอร์สายด่วนสำหรับเหตุฉุกเฉินกรณีต่าง ๆ หน้าถัดไปเลยค่ะ

ข่าว ข่าวต่างประเทศ ความปลอดภัย ความปลอดภัยของเด็ก ชีวิตครอบครัว ไลฟ์สไตล์​