ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ให้ลูกช่วงขวบปีแรก

ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ให้ลูกช่วงขวบปีแรก

เด็กในช่วงวัยแรกเกิดถึงขวบปีแรกคุณพ่อคุณแม่จะเห็นว่าลูกมีพัฒนาการที่รวดเร็ว จากที่คลาน เริ่มเกาะยืน และเดิน เป็นไปอย่างต่อเนื่อง นอกจากพัฒนาการทางด้านร่างกายแล้ว การพัฒนาทางด้านทักษะการเรียนรู้ ความอยากรู้อยากเห็นตามวัย ซึ่งคุณพ่อคุณแม่ควรส่งเสริมในทางที่ถูกต้องเพื่อให้ลูกมีพัฒนาการที่สมวัย มาดูกันว่า วิธีการส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ให้ลูกในช่วงขวบปีแรกทำได้อย่างไร ติดตามอ่าน

ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ให้ลูกช่วงขวบปีแรก

ความคิดสร้างสรรค์ (Creative thinking)

พญ.จันทร์เพ็ญ ชูประภาวรรณ นายกสมาคมนักวิจัยไทยเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว  ให้ความหมายของความคิดสร้างสรรค์ (Creative thinking)  สรุปได้ดังนี้

1. ความคิดสร้างสรรค์ คือ ความสามารถในการผลิตสิ่งที่เป็นต้นแบบ แตกต่าง และเหมาะสมกับการใช้ประโยชน์

2. ในระดับบุคคล คือ การใช้ความสามารถในการแก้ปัญหาในชีวิตประจำวันของตัวเองในแบบที่แตกต่างไปจากเดิม

3. การนำความคิดสร้างสรรค์นำไปสู่การสร้างสรรค์ในสังคม คือ ความสามารถในการผลิตต้นแบบที่ไม่เหมือนคนอื่นทำให้เกิดสิ่งใหม่ๆ ผลิตสิ่งของใหม่ งานศิลปะชิ้นใหม่ โครงการใหม่ ๆ ในสังคม ฯลฯ ซึ่งความคิดสร้างสรรค์นี้ สามารถสร้างได้ตั้งแต่ลูกยังเล็ก

ดร.วรนาท  รักสกุลไทย  นักการศึกษาผู้เชี่ยวชาญได้พูดถึงความคิดสร้างสรรค์กับเด็กไว้ว่า “เด็กทุกคนมีความคิดสร้างสรรค์คุณพ่อคุณแม่ต้องเชื่อว่า  เด็กทุกคนมีความคิดสร้างสรรค์อยู่ในตัว  แม้ว่าอาจจะมีมากน้อยแตกต่างกันออกไป  และอาจมีความโดดเด่นไม่เหมือนกัน  แต่ถ้าไม่เชื่อว่าเด็กมีความคิดสร้างสรรค์อยู่  หากคุณพ่อคุณแม่ไม่ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ให้กับลูก  ถือเป็นเรื่องที่น่าเสียดายมาก เพราะความคิดสร้างสรรค์นั้น  สามารถสร้างได้หากเด็กอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยและมีคุณพ่อคุณแม่สนับสนุน”

ความคิดสร้างสรรค์มีประโยชน์ต่อเด็กอย่างไร

พญ.จันทร์เพ็ญ ชูประภาวรรณ  กล่าวถึงประโยชน์ของความคิดสร้างสรรค์ที่มีต่อเด็ก  ไว้ว่า    การวางรากฐานการคิดสร้างสรรค์ในวัยเด็กเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง  ที่จะทำให้เขาเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีความคิดสร้างสรรค์ในอนาคต  การส่งเสริมกระบวนการคิดให้เด็กมีความคิดฉับไว สามารถเห็นและรับรู้ปัญหา สามารถที่จะเปลี่ยนแปลงความคิดใหม่ ๆ สร้างหรือแสดงความคิดเห็นใหม่ ๆ หรือปรับปรุงสิ่งต่าง ๆ ให้ดีขึ้น คุณพ่อคุณแม่จะสังเกตได้อย่างไรว่า ลูกเริ่มมีความคิดสร้างสรรค์  และลูกจะได้รับประโยชน์จากความคิดสร้างสรรค์แล้ว

1. คุณพ่อคุณแม่สามารถสังเกตได้ว่า  ลูกจะเริ่มมีความคิดสร้างสรรค์ที่ชัดเจนมากขึ้น คือ  เมื่อลูกเริ่มพูดได้ จะพบว่า เมื่อลูกมีความจำ “คำพูด” มากขึ้น เด็กจะเริ่มตั้งคำถาม “นั่นอะไร” “นี่อะไร” ทั้งวัน สาเหตุที่เด็กถามเพราะเขาอยากรู้ แปลว่า ก่อนที่เด็กจะถาม คงมีอะไรปรากฏในสมองของลูกก่อน หรือบางทีลูกอาจจะรู้แล้วแต่อยากรู้มากขึ้น

2. เมื่อลูกได้พบสิ่งใหม่ที่ไม่รู้จัก เด็กจะเทียบเคียงกับข้อมูลที่จำได้ในสมองของเขาถ้ามีอะไรคล้าย ๆ กัน เขาก็จะพยายามทำความเข้าใจ หาข้อมูลให้มากขึ้น จนได้ข้อสรุปว่ามันคืออะไร รู้แล้วจะเอาไปทำอะไร ถ้าสนใจก็จำเอาไว้ ถ้าไม่สนใจก็อาจลืมเลือนไป ทำให้ทราบว่า เด็กเริ่มมี “ความคิด” มาตั้งแต่เล็ก ๆ แล้ว

3. ในช่วงอายุ 7 ปีแรกเด็กยังไม่สามารถแยกแยะความจริง  กับจินตนาการออกจากการกันได้ยาก  เพราะประสบการณ์ และความรู้เกี่ยวกับโลกภายนอกยังมีไม่มากนัก  ลองสังเกตเวลาที่เด็ก ๆ เล่น ก็จะเห็นว่า มีเด็กบางคน  ชอบเล่าเรื่องกันเป็นตุเป็นตะ เหมือนเขาเชื่อจริง ๆ เมื่อผู้ใหญ่ไปฟังเรื่องที่เขาเล่า ก็คงว่าเด็ก “เพ้อฝัน” ซึ่งความจริงแล้ว ความเพ้อฝันแบบเด็ก ๆ เช่นนี้  เป็นจุดเริ่มต้นของ ความคิดสร้างสรรค์ของเด็กนั่นเอง

อ่าน  ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ให้ลูกช่วงขวบปีแรก  คลิก

ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ให้ลูกช่วงขวบปีแรก

ด้านประสาทสัมผัส

พญ.จันทร์เพ็ญ ชูประภาวรรณ กล่าวถึง การส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ให้ลูกในช่วงขวบปีแรกผ่านประสาทสัมผัส  ดังนี้

1. สัมผัส   เด็กทุกคนมีความคิดสร้างสรรค์ได้ด้วยการฝึกฝนซ้ำ ๆ อย่างค่อยเป็นค่อยไป พอเหมาะกับอายุของเด็ก ประตูสู่ความฉลาดของเด็ก ๆ คือ เริ่มตั้งแต่อุ้ม กอด ลูบไล้ผิวหนังของลูก เพื่อให้ลูกจดจำเราได้ว่า  ตัวแม่อุ่น ร้อน ละเอียด หยาบ ชื้น แห้ง และแม่เองก็จะถ่ายทอดความรักของแม่ผ่านสัมผัสผิวหนังทั่วร่างกายของลูกเวลาที่กอด จูบ อาบน้ำ ให้นม แต่งตัว จากความจำเกี่ยวกับสัมผัสของแม่ ก็จะขยายไปที่คุณพ่อ คนอื่น ๆ รอบตัว ต่อไปก็จะจดจำคนรอบข้างได้หมด ซึ่งรวมถึงสิ่งของที่ลูกได้สัมผัสจะเกิดการจดจำ

2. ดมกลิ่น  การจดจำกลิ่นต่าง ๆ ได้รอบตัวตั้งแต่เกิด เริ่มจาก  กลิ่นของแม่ กลิ่นนม กลิ่นอาหาร พ่อแม่ต้องส่งเสริมให้เด็กมีโอกาสฝึกสัมผัสด้วยการดมกลิ่น

3. ปากและลิ้น เด็กทุกคนมักใช้ปากสัมผัสลิ้มรส ด้วยการอม กัด เคี้ยว คายอยู่เสมอ โดยเฉพาะถ้าเป็นของใหม่ที่ลูกไม่เคยรู้จัก  คุณพ่อคุณแม่จะเห็นพฤติกรรมของเด็กที่ชอบหยิบของต่าง ๆ เข้าปากเพื่อจะกัด เลีย และลองเคี้ยวเพื่อรับรส เพื่อเติมเต็มความรู้ของตัวเองให้จดจำและรู้จักสิ่งเหล่านั้นได้อย่างครบถ้วน เปิดโอกาสให้เด็กลิ้มรสของสิ่งรอบตัว เริ่มจากอาหารที่หลากหลาย ผัก ผลไม้นานาชนิด ของใช้ในบ้านที่ปลอดภัย ซึ่งจะเพิ่มความจำ ความรู้ความเข้าใจของสิ่งที่ยากขึ้น ๆ

4. อารมณ์และความรู้สึก ที่ได้รับจากสิ่งรอบข้าง เป็นสิ่งกระตุ้นให้จดจำทั้งในด้านบวก ลบ ชอบ ไม่ชอบ สนุก น่าเบื่อ บ้านที่ไม่สงบสุข ก็ไม่เกิดบรรยากาศของการอยากเรียนรู้ ถ้าบังคับเด็กมากเกินไป หรือทำโทษ ดุด่าว่ากล่าวบ่อย ๆ ด้วยอารมณ์โกรธที่เด็กไม่ทำตาม ก็จะยิ่งทำให้เด็กไม่อยากเรียนรู้เพราะขาดความสุขสงบในใจ

คุณหมอฝากบอก  : การให้เด็กได้เรียนรู้ทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวผ่านประสาทสัมผัส ต้องควบคู่กับสิ่งที่บำรุงสมองคือ อาหารครบทุกหมู่ น้ำสะอาดดื่มบ่อย ๆ นอนหลับให้เพียงพอ ออกกำลังกายให้เต็มที่ตามวัย และประสบการณ์ผ่านการลงมือทำอย่างสม่ำเสมอ

ด้านการเรียนรู้

ดร.วรนาท  รักสกุลไทย  นักการศึกษาผู้เชี่ยวชาญ ได้แนะนำ  เทคนิคการส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ด้านการเรียนรู้ให้ลูกในช่วงขวบปีแรก ดังนี้

1. การตั้งคำถามฝึกคิด กระตุ้นจินตนาการ ลูกในวัย 1 ขวบ เริ่มพูดและสื่อสารกับพ่อแม่และคนในครอบครัวได้บ้างแล้ว  หากในช่วงวัยนี้คุณพ่อคุณแม่พูดคุยกับลูก  ตั้งคำถามปลายเปิดให้ลูก เช่น  “หนูเห็นอะไร”  “หนูรู้สึกอย่างไร”  เพื่อเปิดโอกาสให้ลูกได้ลองคิด  ฝึกสังเกต  สำรวจ  รวมถึงลองฝึกแก้ปัญหาต่าง ๆ คุณพ่อคุณแม่อาจจะพาลูกไปเดินเล่นรอบ ๆ บ้านหรือในสวนใกล้บ้าน ชวนลูกสำรวจต้นไม้ สิ่งต่าง ๆ รอบตัว แล้วถามในสิ่งที่เห็นว่าลูกสนใจ   เช่น  ใบไม้สีอะไร  กลิ่นของดอกไม้เป็นอย่างไร  หอมหรือไม่  เป็นต้น  นอกจากนี้อ่านหนังสือนิทานกับลูก ให้ถามคำถามเพื่อต่อยอดความคิดให้แก่ลูก ถามลูกถึงตัวละครในนิทาน  ถามความคิดเห็นของลูกที่มีต่อตัวละคร  เป็นต้น  โดยใช้คำถามง่าย ๆ  การกระทำเช่นนี้จะช่วยกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ให้กับลูกน้อยได้อย่างดี

2. เล่นอย่างอิสระ (Free Play) เด็กได้เลือกเล่นอย่างอิสระ  เต็มใจ  เด็กจะรู้สึกสนุกสนานเพลิดเพลิน  ของเล่น  เช่น  บล็อกไม้  ตัวต่อ  ที่สามารถเล่นได้หลายรูปแบบ  รวมถึงการนำสิ่งของรอบตัวมาเล่นสนุกจะทำให้เด็กเกิดจินตนาการสร้างสรรค์การเล่นด้วยตนเอง

3. การสร้างบรรยากาศ คุณพ่อคุณแม่ คือ คนสำคัญที่จะช่วยสร้างบรรยากาศของการสนุกคิด  รวมถึงนิสัยอยากรู้อยากเห็นอยากเรียนรู้ของลูก เช่น  การพาลูกออกไปเจอสิ่งแวดล้อมนอกบ้าน  เป็นสถานที่ใหม่ ๆ ที่กระตุ้นการเรียนรู้  เช่น  พิพิธภัณฑ์   สวนสัตว์ ฯลฯ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้ลูกน้อย  รู้สึกตื่นเต้น  และอยากค้นหา  คุณพ่อคุณแม่ต้องให้ความสนใจและตอบคำถามเมื่อลูกสงสัยโดยไม่เบื่อที่จะตอบ  จะช่วยกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ให้กับลูกได้ 

จะเห็นว่า  ความคิดสร้างสรรค์ของลูกจะได้รับการพัฒนาอย่างมีประสิทธิภาพเพียงใด  ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับคุณพ่อคุณแม่เป็นสิ่งสำคัญ  ลูกได้เรียนรู้โดยการกระตุ้นให้ชวนคิด  ชวนสงสัย  ทำให้สมองเกิดการพัฒนานำไปสู่การพัฒนาทักษะด้านความคิดและต่อยอดเป็นความคิดสร้างสรรค์ต่อไป

อ้างอิงข้อมูลจาก

http://www.bpafreebabyshop.com

http://taamkru.com/th

บทความอื่น ๆที่เกี่ยวข้อง

ของเล่นเสริมความคิดสร้างสรรค์

กระตุ้นลูกให้มีความคิดสร้างสรรค์

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

app info
get app banner