เครียดไปอี๊ก ท้องแล้วหน้าพังสิวบุก ทำไงดี

การตั้งท้องเรียกได้ว่าเป็นข่าวดีของหลายๆ ครอบครัวแต่สิ่งที่คุณแม่ต้องยอมรับคือการเปลี่ยนแปลงที่จะต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอนนอกเหนือไปจากอาหารการกิน ขนาดรูปร่าง และน้ำหนักตัวที่ต้องดูแลมากกว่าตอนก่อนท้อง ไหนจะห่วงเรื่องพัฒนาการของลูกในท้อง ไหนจะอารมณ์ที่เหวี่ยงขึ้นเหวี่ยงลง ไปจนถึงเรื่องความสวยงามของผิวหน้าเพราะฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงทำให้ หลายสิ่งเปลี่ยนไปบางคนสิวตรึมพอท้องแล้วหน้ากลับเนียนเกลี้ยงเกลา แต่บางคนจากที่หน้าเนียนใสกลับกลายเป็นแหล่งชุมชุมสิวไม่มีช่องว่างให้ผิวหน้าหายใจ! เครียดไปอีก ผิดปรกติรึเปล่า แล้วหนังหน้าจะกลับมาเป๊ะเหมือนเดิมหรือไม่เรามีคำตอบ

 สิวคนท้องเกิดจากอะไร

ตอบได้ง่ายๆคือเกิดจากระดับฮอร์โมนที่เพิ่มขึ้นของคุณแม่ซึ่งคล้ายกับการเป็นสิวก่อนมีประจำเดือนของผู้หญิงหลายๆคนแต่เพิ่มเลเวลมากกว่าหลายเท่า เพราะระดับฮอร์โมนที่มากขึ้นทำให้รูขุมขนผลิตน้ำมันเพิ่มขึ้น ผิวหน้ามันและหมอง เกิดการอุดตันเป็นสิวได้ง่ายกว่าช่วงเวลาปรกติ

โดยทั่วไปสิวจะเห่อเต็มหน้ามากๆในช่วง 3 เดือนแรกของการตั้งครรภ์ เมื่อผ่านช่วงไตรมาสแรกไประดับฮอร์โมนเอสโตรเจนจะเพิ่มขึ้นอาจทำให้สิวลดลง บางคนอาจสิวหายไปเลย แต่บางคนสิวอาจรุมเร้าจนถึงคลอดลูกก็เป็นไปได้ แต่ไม่ต้องกังวลใจไป เพราะคลอดลูกเมื่อไรระดับฮอร์โมนลดระดับลงมาจนเป็นปรกติ สิวต่างๆก็จะหายไปเองเหมือนไม่เคยเป็นมาก่อนชัวร์

บอกได้หรือไม่ว่าใครท้องแล้วสิวจะเห่อเต็มหน้า

คำตอบคือ ตอบไม่ได้เลยทุกสิ่งล้วนขึ้นอยู่กับระดับฮอร์โมนของแต่ละคนเท่านั้น แต่อาจบอกได้คร่าวๆว่า กลุ่มผู้หญิงที่มักเป็นสิวในช่วงมีประจำเดือนอาจมีแนวโนวเป็นสิวมากขึ้นไปอีกช่วงตั้งท้องได้ หรือแม้ผู้หญิงที่ไม่เคยเป็นสิวมาก่อนเลยแต่พอท้องปุ๊บสิวก็อาจระเบิดเต็มหน้าได้เหมือนกัน

 เป็นสิวคนท้องต้องรับมืออย่างไร

อย่างที่บอกไปก่อนหน้านี้ สิวช่วงท้องเป็นเองก็หายเองหลังคลอดลูก เมื่อฮอร์โมนลดลงมาสู่ระดับปรกติ แต่สิ่งที่คนท้องควรต้องทำเมื่อสิวบุกคือ

  • คอยระวังพยายามอย่าให้สิวลุกลาม บีบ แกะ เกาจนอักเสบกลายเป็นแผลลึกหรือหลุมสิวเพราะจะหายยากและฝากรอยบนใบหน้าสวยๆของคุณไปอีกนานแสนนาน ส่วนรอยสิวธรรมดาหลังสิวหายบวกกับการทาครีมอีกนิด บำรุงเพิ่มอีกหน่อยก็จะค่อยๆหายไปเอง
  • อย่าล้างหน้าบ่อย แม้จะรู้สึกว่าผิวหน้ามันมาก เพราะการล้างหน้าบ่อยทำให้หน้ายิ่งแห้งมากขึ้นผิวก็ยิ่งผลิตน้ำมันมากขึ้นทำให้เป็นสิวได้มากขึ้นตามไปด้วย ดังนั้นล้างหน้าวันละ 2 ครั้งตามขั้นตอนปรกติก็เพียงพอแล้ว
  • เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่อ่อนโยนต่อผิว และเลือกใช้ครีมบำรุงผิวที่มีส่วนผสมสะกัดจากธรรมชาติไม่มีสารเคมีรุนแรง
  • งดแต่งหน้า
  • ดื่มน้ำเยอะๆเพื่อให้ผิวชุ่มชื่นไม่ขาดน้ำและพักผ่อนให้เพียงพอ

shutterstock_569780869

ยารักษาสิวใช้ได้หรือไม่ กินหรือทาดีกว่ากัน

ปัญหาสิวเห่ออาจทำให้คุณแม่ขาดความมั่นใจแต่การใช้ยาระหว่างตั้งท้องก็เป็นเรื่องที่ต้องใส่ใจและระมัดระวังให้มากขึ้นเพราะยาที่ใช้อาจส่งผลไปถึงลูกอาจทำให้เกิดความผิดปรกติกับเด็กในท้อง หรือมีอันตรายร้ายแรงถึงขั้นพิการหรือทำให้แท้งได้เลยทีเดียว โดยเฉพาะยารักษาสิวที่มีตัวยาต่อไปนี้

  1. เตตราไซคลีน (Tetracycline) เป็นยาปฏิชีวนะสำหรับกินเพื่อรักษาสิว แต่ทำให้การเจริญเติบโตของกระดูกของทารกไม่สมบูรณ์และสีของฟันผิดปรกติ
  2. แอคคิวเทน (Accutane) ตัวนี้อันตรายที่สุดเพราะอาจส่งผลให้เด็กในท้องพิการหรือแท้งได้ ในช่วง3เดือนแรกของการตั้งท้องหากมีการใช้ยาตัวนี้เด็กมีโอกาสเกิดมาพิการได้ 25-35% เลยทีเดียว แม่ตั้งท้องและแม่ที่ให้นมลูกไม่ควรใช้เด็ดขาด
  3. เรติน-เอ (Retin-A) ผลข้างเคียงเหมือนแอคคิวเทน
  4. กรดซาลิไซลิก (Salicylic Acid) ทั้งแบบกินและทา ส่งผลให้เกิดความผิดปรกติกับลูกในท้องรวมไปถึงอาจทำให้เกิดการแทรกซ้อนระหว่างตั้งท้องได้

ดังนั้นก่อนใช้ยาอะไรก็ตามคุณแม่ต้องจำเป็นต้องปรึกษาแพทย์ทุกครั้งและกินหรือทายาตามแพทย์สั่งเท่านั้น อย่าหาซื้อยากมาใช้เอง ส่วนเรื่องสิวก็ไม่ต้องกังวลหลังคลอดลูกแล้วค่อยมาเริ่มดูแลผิวกันใหม่ก็ยังไม่สาย เพราะสิ่งสำคัญที่สุดคือความสมบูรณ์ของลูกในท้องมากกว่าความสวยของหน้าแม่จริงไหมคะ

ขอบคุณข้อมูลจาก

http://acnedefend.blogspot.com/2014/09/acne-in-pregnancy.html